ตอนที่ 282
บทที่ 672 ตอนพิเศษ: ตี้จวินไล่ตามภรรยาไปโลกธุลีตอนที่ 57
October 28, 2026
ฤดูหนาวผ่านไปฤดูใบไม้ผลิย่างกรายมา ฤดูร้อนเขียวชอุ่มฤดูใบไม้ร่วงเหี่ยวเฉา
หิมะบนเขาไร้เงาละลายทั้งยังตกลงมา
ค่ายที่ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาที่ยิ่งใหญ่อย่างต่อเนื่องตั้งแต่แรกเริ่ม จนถึงภายหลังที่รักษารูปแบบเดิมเอาไว้ไม่เปลี่ยน
เนื่องจากหงส์ทั้งหมดของเผ่าหงส์ล้วนย้ายมาจากที่ซ่างอวี้แล้ว อีกทั้งขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆตามท้องของฉู่เชียนหลี ยิ่งเข้าใกล้วันกำหนดคลอดเข้ามาเรื่อยๆ ทั้งเผ่าหงส์ตกอยู่ภายใต้ความตึงเครียดไปโดยปริยาย จึงไม่มีกะจิตกะใจใส่ใจเรื่องภายนอกอีก
ทางสัญจรจากจงอวี้มายังโลกธุลีนั้นถูกปิดตายโดยสมบูรณ์แล้ว ผู้อาวุโสใหญ่ได้ส่งตัวเหยากวงนำพาเผ่าหงส์จำนวนนับร้อยไปจัดการเขาแบ่งเขตด้วยตนเอง ไม่อนุญาตให้ผู้ฝึกตนใดๆมาที่โลกธุลี เพิ่มปัจจัยความไม่สงบเรียบร้อยให้แก่โลกธุลี
สำหรับตงเสวียนก็ยิ่งไม่จำเป็นต้องพูดมากแล้ว ฮ่องเต้ได้ออกคำสั่งเรียบร้อยแล้ว โดยมีผู้ฝึกตนจำนวนมากกว่าหนึ่งพันคนของตงเสวียนเป็นผู้นำพา ระดมกำลังทหารกว่าหนึ่งแสนนายตั้งมั่นและรักษาป้องกันอยู่ที่เขาไร้เงา ไส้เดือนตัวหนึ่งที่เลื้อยผ่านมาล้วนแทบอยากจะขุดออกมาวินิจฉัยดูเสียหน่อยว่ามีพิษหรือไม่
ที่จงอวี้และซ่างอวี้ก็ยิ่งไม่จำเป็นต้องพูดมากแล้ว ซ่างอวี้ไม่มีหงส์แม้แต่ตัวเดียว บรรดาตระกูลของผู้ฝึกตนกำลังเคลื่อนไหวเตรียมที่จะโจมตี ไม่ว่าอย่างไรก็ตามอยากจะฉวยโอกาสก่อเรื่องวุ่นวายเสียหน่อย มีตระกูลเล็กตระกูลหนึ่งเห็นว่าค่ายกลของครอบครัวขุนนางตระกูลกงชูก่อนหน้านี้ตกต่ำและเงียบสงบแล้ว ก็คิดอยากจะแทนที่ กลายเป็นครอบครัวขุนนางใหม่ แอบรวบรวมกำลังคนคิดอยากจะรวมจงอวี้เป็นหนึ่งเพื่อยืมพละกำลัง
เพียงแต่ว่าตระกูลเล็กตระกูลนี้ยังไม่ทันได้กระทำการ เผ่าจูเหยียน วิหงค์ หงหูและเจียวเขียวก็ร่วมมือผนึกกำลังกัน นำพวกเขาปราบปรามด้วยพละกำลังที่แข็งแกร่งในทันที ถึงขนาดที่หัวหน้าเผ่าของตระกูลสัตว์เทพลงมือด้วยตนเอง ไม่ได้ให้โอกาสตระกูลเล็กได้ต่อต้านใดๆ
ในวันนั้น สวรรค์และโลกเปลี่ยนสี ด้วยเหตุนี้พลังเสวียนทั่วทั้งซ่างอวี้ผันผวนไม่แน่นอนเป็นเวลาสามวัน
เช่นนี้ตระกูลขุนนางผู้ฝึกตนต่างๆถึงได้เข้าใจถึงความน่ากลัวที่แท้จริงของตระกูลสัตว์เทพ เชื่อฟังอย่างว่านอนสอนง่ายโดยสมบูรณ์
บรรดาผู้ฝึกตนของจงอวี้ก็ประพฤติตัวดีขึ้นมาก สำนักเหยียนหยางและหอเหยากวง เมืองชางหลาน เมืองหวูหยิน เมืองตัน วิทยาลัยซ่างชิง ตระกูลเฉียนออกคำสั่งเริ่มสงบศึก
ด้วยเหตุนี้ บรรดาผู้ฝึกตนแห่งจงอวี้เริ่มต้นการใช้ชีวิตแบบขยับปากแต่ไม่ลงมือ ไม่มีการต่อยตีกันจนมืดฟ้ามัวดินเนื่องจากค่าข้าวมื้อนี้ผู้ใดเป็นคนจ่ายอีกต่อไป
เจ้าต้องถามว่า เพราะเหตุใดยังสามารถต่อยตีกันได้เพียงเพราะค่าข้าวแค่มื้อเดียว?
ย่อมต้องเป็นเพราะแก้วเสวียนอยู่แล้ว!
ต้องการซื้อยาอายุวัฒนะที่สืบทอดมาจากราชินีหงส์? ใช้แก้วเสวียน
ต้องการซื้อยาค่ายกลที่วาดขึ้นโดยราชินีหงส์? ใช้แก้วเสวียน
ต้องการเข้าแดนปริศนา อยากซื้อเครื่องเสวียน อยากเลื่อนขั้นผลบำเพ็ญตน? ใช้แก้วเสวียน
เจ้าต้องกล่าวว่าเจ้าก็อยากเป็นคนไร้ความสามารถ ไม่ต้องการของเหล่านี้ทั้งหมด เช่นนั้นไม่ว่าอย่างไรเจ้าก็ต้องกินดื่มออกจากบ้านกระมัง ตระกูลเฉียนที่เกือบจะควบคุมกิจการเสื้อผ้าอาหารที่อยู่อาศัยของทั่วทั้งจงอวี้จะบอกเจ้าให้นะ ไม่มีแก้วเสวียนนั้นไม่ได้จริงๆ
ถึงแม้ว่าฉู่เชียนหลีจะเดินทางจากไปแล้ว แต่ว่าแก้วเสวียนที่นางเป็นผู้ริเริ่มไม่พอใช้จ่ายเกรงว่ายังคงจะซ่อนเร้นอยู่ภายในใจของผู้ฝึกตนแห่งจงอวี้ทุกคน
เขาไร้เงา
สมุดบันทึกประจำวันเล่มที่สิบของเฟิ่งเสวียนตู้เขียนจนเหลือสองหน้าสุดท้ายแล้ว
ลักษณะของลายมือด้านบนนั้นก็ไม่มีความดุดันเหมือนตอนก่อนหน้านี้แล้ว ที่ขาดๆหายๆไม่พูดถึง การเขียนตึงเครียดอย่างยิ่ง บางครั้งบางคราตรงกลางยังมีรอยน้ำหมึกที่กระจัดกระจาย แสดงให้เห็นได้ชัดว่าสภาพจิตใจของเขาตึงเครียดและไม่สงบนิ่ง
เซินเป่านั่งอยู่ตรงข้ามกับเฟิ่งเสวียนตู้ บนใบหน้าเล็กที่ขาวสะอาดหมดจนยับย่นเล็กน้อย มีความกังวลมากมายในใจ ผ่านไปครู่ใหญ่ถึงเอ่ยปากขึ้น
“ท่านพ่อ เซินเป่าอยากไปต้มโจ๊กให้ท่านแม่”
เฟิ่งเสวียนตู้ได้สติกลับคืนมา ลุกขึ้นนำเขากอดเข้ามาในอ้อมอก: “เซินเป่าอยากจะทำอะไรก็ทำอย่างนั้น ไม่ต้องตื่นเต้น ท่านแม่ทางนี้ ท่านพ่อจะเฝ้าเอง”
เซินเป่าสูดจมูกเล็กๆ ใช้ปลายนิ้วดันลงไปบนแก้มทั้งข้างเอาไว้แล้วจิ้มๆ: “ท่านพ่อ เซินเป่าอยากยิ้มด้วย แต่ว่าไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด เซินเป่าก็คือยิ้มไม่ออก”