ตอนที่ 1973
บทที่ 1978 ถังเคอและท่านซู
October 22, 2026
………………..
ในตอนแรกฉู่หลิวเยว่รู้สึกตกใจ จากนั้นก็เอ่ยปากถามทันที
“ใคร?”
หรงซิวครุ่นคิดครู่หนึ่ง แล้วอธิบายว่า
“ช่างหลอมอาวุธในตำนานเมื่อหมื่นปีก่อน เขามีพรสวรรค์และฝีมือแข็งแกร่งมาก แต่ไม่มีใครทราบชื่อเสียงเรียงนามที่แท้จริงของเขา เพียงแต่เรียกขานเขาว่า ‘ท่านซู’ เท่านั้น หลังจากเขาทิ้งอาวุธศักดิ์สิทธิ์เอาไว้ห้าชิ้น เขาก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย”
ทันใดนั้นฉู่หลิวเยว่ก็นึกอันใดขึ้นมาได้ แล้วถามต่อว่า
“แล้วอาวุธศักดิ์สิทธิ์ที่เหลืออีกห้าชิ้นล่ะ? หรือว่า…”
หรงซิวเหลือบสายตามองนางด้วยรอยยิ้ม
“ถูกต้อง อาวุธศักดิ์สิทธิ์อีกห้าชิ้นคือผลงานของอีกคนหนึ่ง คนผู้นี้มีชื่อเสียงโด่งดัง ตอนนั้นเขาเป็นช่างหลอมอาวุธที่อยู่ในระดับสูงสุดของอาณาจักรเสิ่นซวี่ ‘ถังเคอ’ ”
ฉู่หลิวเยว่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน
กล่าวในอีกนัยหนึ่งก็คือ ขอเพียงแค่เป็นช่างหลอมอาวุธ แทบจะไม่มีใครไม่รู้จักเขา
ถังเคอ เกิดในตระกูลธรรมดา แต่เขามีพรสวรรค์ที่โดดเด่นเป็นอย่างมาก
หลังจากสร้างชื่อเสียงได้แล้ว ตระกูลของเขาก็แข็งแกร่งไม่เป็นรองใคร อีกทั้งยังเป็นตระกูลที่ทรงอิทธิพลที่สุดในตอนนั้นด้วย
แต่ที่น่าเสียดายก็คือ ต่อมามีครั้งหนึ่งที่เขากำลังหลอมอาวุธอยู่ ได้เกิดอุบัติเหตุกับเขาโดยไม่ตั้งใจ
หลังจากเขาเสียชีวิตไป ตระกูลถังก็ตกต่ำและล่มสลายไปอย่างรวดเร็ว
แต่ที่ฉู่หลิวเยว่คาดไม่ถึงก็คือ ภายในสิบอาวุธศักดิ์สิทธิ์ที่ทรงพลังเป็นฝีมือของถังเคอหลอมไปแล้วครึ่งหนึ่ง?
“เจ้ารู้…เรื่องเหล่านี้ได้อย่างใด?”
ฉู่หลิวเยว่พูดพึมพำ ถามในสิ่งที่สงสัยออกมา
หรงซิวเลิกคิ้วขึ้น
“เรื่องนี้ถูกบันทึกอยู่ในคัมภีร์ที่มีชื่อว่า ‘เหยี่ย’ ในหมู่ช่างหลอมอาวุธ ทุกคนล้วนรู้เรื่องเหล่านี้ คาดไม่ถึงว่าเจ้าจะยังไม่รู้?”
คัมภีร์เหยี่ย นับว่าเป็นหนังสือสำหรับผู้เริ่มต้นเรียนหลอมอาวุธภายในอาณาจักรเสิ่นซวี่
ภายในนั้นได้บันทึกเนื้อหาพื้นฐานที่เกี่ยวกับช่างหลอมอาวุธเอาไว้ทั้งหมด อีกทั้งยังมีประวัติความเป็นมาเกี่ยวกับช่างหลอมอาวุธที่แข็งแกร่งด้วย
โดยทั่วไปแล้วผู้บำเพ็ญเพียรสายหลอมอาวุธจะต้องศึกษาคัมภีร์เล่มนี้ให้ละเอียด
แต่ฉู่หลิวเยว่เป็นข้อยกเว้น
นางไม่เคยอ่านหนังสือเล่มนี้จริงๆ
เพราะว่า…
หลังจากนางเข้ามาสำนักหลิงเซียว นางถึงเพิ่งได้เรียนรู้เกี่ยวกับการหลอมอาวุธ
อีกทั้งในตอนนั้นคนที่ชี้แนะนางก็คือ…หรงซิว
นางมีพรสวรรค์ที่ยอดเยี่ยม และสามารถเข้าใจทุกสิ่งทุกอย่างได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้นจึงข้ามขั้นตอนนี้ไป
จนกระทั่งตอนนี้นางมีอาวุธศักดิ์สิทธิ์อยู่ในมือสามชิ้น แต่นางยังไม่รู้ที่มาของมันเลยด้วยซ้ำ
ฉู่หลิวเยว่ลูบจมูกของตัวเองอย่างเก้อกระดาก
“อะแฮ่ม ตอนแรกเจ้าก็ไม่ได้พูดให้ข้าฟังนี่นา…”
ตอนนั้นหรงซิวช่วยนางเลือกหนังสือที่เกี่ยวข้องมากมาย แต่ส่วนใหญ่แล้วกลายเป็นหนังสือที่อยู่ในระดับสูง
นางศึกษาหนังสือเหล่านั้นทั้งวันทั้งคืน ดังนั้นนั่งจนไม่ได้สนใจเรื่องอื่นมากนัก
หรงซิวยกมือขึ้น ในดวงตาหงส์มีประกายรอยยิ้มอ่อนโยน
“เอาล่ะ ทั้งหมดนี้เป็นความผิดของสามีเอง…”
ฉู่หลิวเยว่มองเขาด้วยสายตาขุ่นเคือง
ดวงตาของเขาส่องประกาย นอกจากนี้ยังแฝงไปด้วยความงดงามที่หาได้ยาก เมื่อหรงซิวมองมาหัวใจก็สั่นไหว เขาเหยียดแขนออกมา ก่อนจะดึงอีกฝ่ายเข้ามาในอ้อมกอด
“ในตอนแรกถังเคอมีชื่อเสียงโด่งดังมาก เขาเป็นช่างหลอมอาวุธที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในอาณาจักรเสิ่นซวี่ มีผู้บำเพ็ญเพียรจำนวนนับไม่ถ้วนมาเยี่ยมเยียนและแสดงไมตรีจิตมากมาย แต่ก็เพียงเพื่อให้เขาช่วยหลอมอาวุธศักดิ์สิทธิ์ด้วยตนเองสักชิ้น แต่ถังเคอมีนิสัยแปลกประหลาด เงื่อนไขของเขานั้นสูงมาก ดังนั้นจึงมีคนจำนวนน้อยมากที่สามารถขอร้องให้เขาลงมือได้”
ฉู่หลิวเยว่พยักหน้า
สถานะของช่างหลอมอาวุธนั้นสูงส่งอยู่แล้ว ยิ่งไปกว่านั้นเขายังเป็นคนที่อยู่ในระดับสูงที่สุด
ดังนั้นหากพวกเขาจะมีความเย่อหยิ่งก็เป็นเรื่องปกติแล้ว
“ต่อมาหลังจากท่านซูคนนั้นปรากฏขึ้น อีกทั้งเขายังเขียนหนังสือท้ารบให้กับถังเคอด้วยตนเอง บอกว่าจะขอแข่งขันเพื่อตัดสินผู้แพ้ชนะ”
หรงซิวยกนิ้วเรียวยาวของฉู่หลิวเยว่ขึ้นมาเล่น
“เดิมทีถังเคอไม่สนใจรุ่นน้องที่ไม่มีชื่อเสียง แต่อาจจะเป็นเพราะว่าไม่มีคนมาท้าแข่งเขานานแล้ว สุดท้ายเขาจึงเลือกตอบรับคำท้า การแข่งขันของทั้งสองคนกินเวลานานถึงสามปี”
ฉู่หลิวเยว่เบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย