ตอนที่ 7
ตอนที่ 7 หมูป่า
September 30, 2026
เด็กชายทั้งสองคนพยักหน้าพร้อมกันเฉียวลู่ถอนหายใจออกมาอีกครั้ง ทำไมพวกเขาถึงไม่ยอมพูดนะท่าทางก็ดูน่าจะสามขวบกว่าได้แล้ว เอาเถอะเดี๋ยวค่อยๆ สอนพวกเขาไปก็แล้วกันบางทีพวกเขาอาจจะมีปมบางอย่างอยู่ในใจทำให้ไม่ยอมพูดก็ได้
เพราะกระท่อมของเฉียวลู่ตั้งอยู่เชิงเขาห่างออกมา ทำให้ทั้งสามคนเดินขึ้นเขาโดยไม่ผ่านหมู่บ้าน เฉียวลู่เดินช้าๆ รออวี้หลงกับอวี้ชิงที่กำลังใช้ขาสั้นๆ ของพวกเขาพยายามเดินตามนางมา เด็กสองคนนี้เดินตามหลังนางมาโดยไม่บนว่าเหนื่อยไม่งอแงให้อุ้มถ้าหากเป็นเด็กคนอื่นป่านนี้คงนั่งลงเอาเท้ายันดินแล้วร้องไห้ไปแล้ว เฉียวลู่หยุดเดินแล้วหันไปมองลูกๆ ของนาง
“พักตรงนี้สักหน่อย ตอนนี้ยังเช้าอยู่ไม่ต้องรีบมานั่งข้างแม่มา”
เฉียวลู่กวักมือเรียกอวี้หลงกับอวี้ชิงให้มานั่งข้างตนใต้ร่มไม้ใหญ่ เด็กชายทั้งสองเดินตามมานั่งลงด้านข้างของนางอย่างว่าง่าย เฉียวลู่เช็ดเหงื่อบนใบหน้าที่ซูบตอบของเด็กทั้งสองอย่างเบามือ ท่าทางของนางดูทะนุถนอมเหมือนกำลังเช็ดสิ่งของล้ำค่าราคาแพง แต่เด็กทั้งสองคนของเฉียวลู่นั้นล้ำค่ายิ่งกว่าสิ่งใดในโลกนี้ เป็นสิ่งล้ำค่าที่ไม่สามารถประเมินราคาได้
“เหนื่อยหรือไม่ แม่บอกแล้วว่าอย่าตามมา”
เด็กชายสองคนส่ายหน้าพร้อมกัน จากนั้นพวกเขาก็ใช้ใบหน้าเล็กถูไถไปบนแขนของเฉียวลู่อย่างออดอ้อนท่าทางของพวกเขาเหมือนกระต่ายน้อยที่พยายามอ้อนเจ้าของ เฉียวลู่หัวเราะออกมาอีกครั้งเจ้ากระต่ายน้อยทั้งสองของนางช่างน่ารักน่าเอ็นดูนัก
หลังจากที่นั่งพักจนหายเหนื่อยแล้วเฉียวลู่และบุตรชายทั้งสองของนางก็เดินขึ้นเขาไปอีกครั้ง
เฉียวลู่พาเด็กๆ เดินแยกออกมาอีกทางที่ไม่มีร่องรอยของชาวบ้านผ่านเข้ามา นางตัดกิ่งไม้และเหลาปลายให้แหลมให้อวี้หลงกับอวี้ชิงถือเอาไว้ และสั่งให้เด็กทั้งสองเดินอยู่ข้างหลังนางห้ามห่างเกินสองก้าวอวี้หลงกับอวี้ชิงพยักหน้าทำตามแต่โดยดี
“เอาล่ะเด็กๆ จากนี้ไปจะเป็นป่าทึบห้ามห่างจากแม่เป็นอันขาดเข้าใจหรือไม่”
อวี้หลงและอวี้ชิงพยักหน้าขึ้นลงพร้อมกัน เฉียวลู่เดินนำหน้าสายตาสอดส่ายมองหาอะไรบางอย่างที่สามารถกินได้และไม่เป็นพิษต่อร่างกายน้อยๆ ของพวกเขาทั้งสาม เดินหาอยู่นานเฉียวลู่เก็บได้เพียงเห็ดหอมกับเห็ดหูหนูมาเล็กน้อยเท่านั้น มีเห็ดเพียงไม่กี่ชนิดที่นางรู้จักและพวกมันล้วนเป็นเห็ดที่นางเคยกินที่ร้านอาหารทั้งนั้น ต้องขอบคุณความช่างสังเกตของนางที่ไม่ก้มหน้าก้มตากินเข้าไปอย่างเดียว และยังมีบางชนิดที่นางจำมาจากหนังสือที่ที่นางเคยอ่านมานิดหน่อย โชคดีที่ความจำของนางยังดีอยู่ไม่อย่างนั้นได้พาเด็กๆ กินเห็ดพิษเข้าไป คงได้เดือดร้อนกันทั้งหมดแน่
ผ่านไปนานพวกเขายังเดินวนอยู่ใกล้ๆ ที่เดิมเฉียวลู่ไม่กล้าพาเด็กทั้งสองเดินเข้าไปในป่าที่ลึกเกินไปยังคงเดินวนเวียนอยู่บริเวณตีนเขา เพราะนางกลัวว่าหากเจอกับสัตว์ป่าทั้งสามคนคงไม่รอดกลับไปแน่และเรื่องที่เฉียวลู่กลัวก็เป็นความจริง ห่างออกไปราวหนึ่งร้อยเมตร เฉียวลู่ได้ยินเสียงของอะไรบางอย่างคล้ายกำลังขุดดินเสียงฟืดฟาดของมันดังขึ้นเรื่อยๆ นางจึงเงยหน้าขึ้นมอง
ภาพที่เห็นทำเอาเฉียวลู่ถึงกับยืนตัวแข็ง เจ้าหมูป่าตัวมหึมากำลังขุดดินหารากไม้กินโดยที่ไม่ได้สนใจสิ่งรอบข้าง ทำไมก่อนหน้านี้นางไม่เห็นมันนะทั้งๆ ที่มันก็อยู่ไม่ไกลจากพวกเขาเลย ดูขนาดตัวที่ใหญ่โตมหึมานั่นอีก โธ่!!!เฉียวลู่คนโง่วันนี้จะต้องเอาชีวิตมาทิ้งไว้ที่นี่อย่างนั้นหรือ
แต่โชคยังเป็นของนางและลูกๆ ที่ไม่ทำเสียงดังเอะอะเกินไปมันจึงยังไม่รู้ตัวว่ามีมนุษย์ตัวกระจ้อยร่อยสามคนกำลังหาทางหนีจากคมเขี้ยวของมัน เฉียวลู่หันมาทางเด็กทั้งสองแล้วทำสัญญาณมือให้พวกเขาเงียบเอาไว้และค่อยๆ ถอยออกไปจากตรงนี้ แต่โชคมักไม่เข้าข้างคนดวงซวยเมื่อเฉียวลู่เดินถอยออกมาโดยที่สายตาของนางยังคงจ้องไปที่เจ้ายักษ์ตัวอ้วนเขี้ยวเหลืองอ๋อย เสียงกร๊อบ!!!ก็ดังขึ้นเบาๆ
เฉียวลู่เดินเหยียบกิ่งไม่แห้งที่ตกอยู่ที่พื้น ถึงเสียงจะไม่ดังมากแต่เพราะในป่านั้นค่อนข้างเงียบสงบทำให้เสียงกิ่งไม้หักเสียงดังกว่าปกติ และเจ้าหมูป่าก็ได้ยินเสียงนั้นเช่นกันมันเงยหน้าขึ้นมองมาทางเฉียวลู่และเด็กๆ เจ้าหมูป่าพ่นลมหายใจฟืดฟาดออกมาเสียงดัง ท่าทางของมันดูหงุดหงิดที่ถูกรบกวนอารมณ์สุนทรีย์ในการกินรากไม้ มันบ่ายหน้ามาทางคนทั้งสามที่กำลังยืนตัวแข็งอย่างทำอะไรไม่ถูก