ตอนที่ 8
ตอนที่ 8 ครอบครัวสกุลจาง
September 30, 2026
เฉียวลู่ลากเลื่อนบรรทุกหมูป่ามาที่อวี้หลงและอวี้ชิงที่นั่งรอนางอยู่ใต้ต้นไม่ใหญ่ เฉียวลู่ใช้ใบไม้พรางร่างกายอันใหญ่โตของเจ้าหมูป่าหัวขาดเอาไว้ นางเกรงว่าถ้าเด็กสองคนนี้เห็นแล้วอาจจะร้องไห้ตกใจกลัวลำบากนางที่ต้องปลอบให้พวกเขาหยุดอีก นางไม่ถนัดเรื่องนี้เท่าใดนัก
เฉียวลู่ลากเจ้าหมูป่ากลับไปที่กระท่อมเนินเขาของนาง หลังจากวางเจ้าหมูยักษ์ลงบนพื้นด้านหลังกระท่อม เฉียวลู่พาเด็กทั้งสองอาบน้ำชำระกายจนสะอาดน่าเสียดายที่นางไม่สามารถสั่งครีมอาบน้ำหรือสบู่ได้ในตอนนี้ ถึงแม้จะอาบน้ำไปแล้วสองรอบแต่เฉียวลู่ยังคงรู้สึกถึงกลิ่นคาวของเลือดเจ้าหมูป่าตัวนั้นอยู่ดี
สามคนแม่ลูกอาบน้ำแต่งตัวเรียบร้อยจึงออกมาดูเจ้าหมูป่าโชคร้ายอีกครั้ง เฉียวลู่หันไปมองเด็กสองคนที่เดินตามนางไม่ห่าง
“อวี้หลงอวี้ชิงพวกลูกรู้จักคนที่สามารถชำแหละหมูป่าตัวนี้ไหม คนที่สนิทกับครอบครัวของเรา”
เฉียวลู่คิดว่าเรื่องนี้จะทำกระโตกกระตากมากไม่ได้ แต่นางชำแหละเนื้อสัตว์ไม่เป็นคงต้องยอมหาคนมาทำแทนแล้วค่อยแบ่งเนื้อหมูป่าให้เขาเป็นค่าตอบแทน แล้วเด็กทั้งสองก็ไม่ทำให้นางผิดหวัง หลังจากที่วิ่งหายไปไม่นานอวี้หลงกับอวี้ชิงก็กลับมาพร้อมหญิงชราอายุราวห้าสิบกว่าปีและชายวัยกลางคนอายุราวสามสิบปลายๆ และสตรีอีกคนที่ดูเหมือนจะเป็นภรรยาของเขา เฉียวลู่คาดเดาในใจ
“อาลู่ เด็กๆ วิ่งไปตามพวกข้าที่บ้านเกิดอะไรขึ้นกับเจ้าอีกหรือ ไม่ใช่ว่าร่างกายเจ้าหายดีแล้วหรือข้าได้ยินท่านหมอชางพูดเมื่อวาน”
เฉียวลู่ยิ้มแห้งๆ ให้ญิงชราที่ท่าทางเป็นห่วงนางมากพูดให้ถูกคือห่วงเฉียวลู่คนเก่า นางจำไม่ได้ว่าหญิงชราผู้นี้เป็นใครท่านเทพนะท่านเทพ ให้นางมาอยู่ที่นี่ก็ไม่ยอมให้ความทรงจำนางมาด้วยเฉียวลู่นึกตำหนิในใจ นางไม่ปล่อยให้คนทั้งสามสงสัยอยู่นานเฉียวลู่พาหญิงชราเดินมาที่ด้านหลังกระท่อมของตน
“ท่านยายท่านดูนี่สิเจ้าคะที่ข้าให้เด็กๆ ไปตามท่านมาก็เพราะข้าไม่สามารถจัดการเรื่องนี้ได้ด้วยตนเอง”
เฉียวลู่หยุดยืนอยู่ข้างหมูป่าหัวขาด คนทั้งสามที่มาใหม่ถึงกับตกตะลึงในสิ่งที่เห็น พวกเขาไม่เคยเห็นหมูป่าตัวใหญ่โตขนาดนี้มาก่อนถึงแม้หัวของมันจะไม่มีแล้วก็เถอะ ทั้งสามยืนตะลึงอยู่นานกว่าจะหาเสียงของตนเจอ
“เจ้าเด็กคนนี้เจ้าขึ้นเขาอีกแล้วหรือ เรื่องอุบัติเหตุครั้งก่อนก็ทีหนึ่งแล้ว ข้าก็เคยเตือนเจ้าไปแล้วว่าที่ภูเขานั้นอันตรายเหตุใดเจ้าถึงไม่ฟัง อาหารไม่พอเจ้าก็แค่บอกอวี้หลงกับอวี้ชิงให้มาบอกข้า แค่แบ่งกันกินจะเท่าไหร่กันเชียว”
เฉียวลู่เข้าใจว่าที่หญิงชราดุนางเช่นนั้นเพราะเป็นห่วงและนางพูดออกมาจากใจของนางจริงๆ ดูเหมือนพวกเขาจะห่วงเฉียวลู่คนก่อนและลูกๆ อยู่ไม่น้อยทีเดียว น่าเสียดายที่เฉียวลู่คนนี้ไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับพวกเขาเลย
“ท่านยายท่านจะให้ข้ากับเด็กๆ เอาแต่รบกวนท่านเช่นนี้ไปตลอดได้อย่างไร ถ้าหากไม่พึ่งตนเองต่อไปภายภาคหน้าพวกข้าคงกลายเป็นตัวภาระของพวกท่านแล้ว”
สิ่งที่เฉียวลู่พูดนั้นล้วนออกมาจากใจของนาง แม้ว่าเรื่องนี้จะเป็นความจริงแต่เฉียวลู่ก็ยังรู้สึกของคุณพวกเขาที่เอาใจใส่นางและลูกๆ ขนาดนี้ หญิงชรามองค้อนเฉียวลู่
“เจ้ายังจะพูดเช่นนี้อยู่อีกหรือ เจ้าก็รู้ว่าอาหย่งกับอาหงมองเจ้าเป็นเหมือนบุตรสาวของพวกเขา และเด็กทั้งสองคนก็เหมือนกับหลานแท้ๆ ของข้ายังมีเรื่องใดที่เจ้าต้องเกรงใจพวกเราอีก”