ตอนที่ 9
ตอนที่ 9 ชำแหละหมูป่า
September 30, 2026
“เรื่องมีทายาทหรือไม่มีล้วนเป็นลิขิตของสวรรค์ไม่มีใครสามารถฝืนได้ ถ้าหากสวรรค์ไม่ต้องการให้บุตรชายของข้ามีทายาทสืบสกุลต่อให้เขาแต่งานใหม่อีกกี่ครั้งก็ไร้ผล เช่นนั้นก็อยู่กันแบบนี้แหละ”
หลังจากฟังเรื่องเล่าของแม่เฒ่าหลี่ เฉียวลู่อยากจะตบมือให้กับนางดังๆ ท่านยายท่านเป็นคนยุคโบราณที่หัวสมัยใหม่มากท่านรู้หรือไม่
“ท่านน้าหลิวท่านเคยคิดที่จะรับเด็กมาเลี้ยงหรือไม่เจ้าคะ”
เฉียวลู่ลองถามหลิวหงเพราะนางไม่รู้ว่าที่นี่มีการรับลูกบุญธรรมหรือไม่ หากเป็นยุคปัจจุบันที่มีเทคโนโลยีที่ล้ำหน้าเรื่องลูกไม่นับว่าเป็นปัญหาเลย หลิวหงส่ายหน้า
“ข้าคิดว่าอยู่เช่นนี้ก็ดีเหมือนกัน อาจจะเหงาไปบ้างแต่ก็ไม่เป็นไรถ้าหากรับเด็กสักคนมาเลี้ยงดูข้ากลัวว่าจะเกิดปัญหาขึ้นในภายหลัง เหมือนเช่นครอบครัวญาติห่างๆ ของข้า”
เฉียวลู่ฟังอย่างสนใจ เรื่องซุบซิบนินทาไม่ว่ายุคไหนผู้หญิงก็ชอบทั้งนั้น หลิวหงเล่าว่าลูกพี่ลูกน้องของบิดานางเคยรับเด็กชายมาเลี้ยงคนหนึ่งเพื่อเอาไว้สืบสกุลเพราะที่บ้านของเขามีแต่ลูกผู้หญิง พวกเขาดูแลเอาใจใส่เด็กคนนั้นเป็นอย่างดี แต่เมื่อเขาโตขึ้นกลับเนรคุณหลอกให้บิดายกสมบัติให้ทั้งหมดแล้วเอาโฉนดที่ดินไปขายที่โรงพนัน ทิ้งพ่อแม่บุญธรรมของเขาให้ไร้ที่อยู่ไร่นาก็ไม่มีถูกเจ้าคนเนรคุณคนนั้นขายไปจนหมด พวกเขาต้องสร้างกระท่อมอยู่กันสองคนในที่ดินที่ชาวบ้านบริจาคให้ โชคดีที่ยังมีบุตรสาวที่กตัญญูคอยกลับมาดูแลทั้งที่พวกนางเคยถูกบิดาละเลยและกระทำไม่ดีตอนที่ยังไม่แต่งออกไป
จากนั้นไม่นานก็ได้ยินว่าลูกบุญธรรมของเขาถูกจับข้อหาลักทรัพย์และเป็นสายให้กลุ่มโจรเข้ามาปล้นบ้านเศรษฐีแต่ถูกจับได้ซะก่อน เฉียวลู่ฟังจนจบแล้วก็พยักหน้าอย่างเข้าใจในความรู้สึกที่พวกเขากลัว ถึงแม้จะบอกว่าคนทุกคนนั้นเกิดมาย่อมไม่เหมือนกัน ก็เหมือนกับนิ้วมือทั้งห้าที่ยาวไม่เท่ากัน แต่ถึงอย่างไรก็ไม่มีสิ่งไหนมาการันตีว่าหากเลี้ยงจนโตแล้วเขาจะไม่เนรคุณ คนที่มีสายเลือดเดียวกันบางคนยังสามารถขายพ่อแม่เพื่อสนองความต้องการของตนเองได้เลย
“แต่ว่านะ ตอนที่ข้าได้เห็นเด็กสองคนนี้ข้าก็คิดได้ว่าถึงจะมีคนเลวคนเนรคุณมากมาย แต่เด็กสองคนนี้ที่ถูกเจ้าเลี้ยงดูมานั้นต้องไม่มีทางเป็นอย่างนั้นแน่ ข้ามั่นใจ”
เฉียวลู่ยิ้มให้หลิวหง นางไม่กล้ารับความดีพวกนั้นเอาไว้เองคนเดียวหรอก เพราะคนที่เลี้ยงเด็กสองคนนี้คือเฉียวลู่คนก่อนที่ตอนนี้อาจจะขึ้นไปคอยมองดูการเดิบโตของเด็กๆ อยู่บนสวรรค์กับท่านพ่อของนางแล้ว เฉียวลู่เหม่อมองท้องฟ้าเหมือนกำลังมองหาบางสิ่ง อวี้หลงกับอวี้ชิงแหงนหน้ามองฟ้าเลียนแบบท่าทางของเฉียวลู่แต่พวกเขาไม่รู้ว่าท่านแม่กำลังมองหาสิ่งใด
ท่าทางน่ารักของสามแม่ลูกที่เหมือนแกะออกมาจากพิมพ์เดียวกันทำเอาแม่เฒ่าหลี่และหลิวหงหัวเราะออกมาพร้อมกันด้วยความเอ็นดู ก็พวกเขาทั้งสามคนน่ารักขนาดนี้จะไม่ให้คนรอบข้างรักและเอ็นดูพวกเขาได้อย่างไร เฉียวลู่ไม่รู้ความคิดของแม่เฒ่าหลี่ ถ้าหากนางรู้นางคงจะตอบว่าท่านยายท่านคิดมากเกินไปแล้ว
หลังจากที่นั่งรออยู่นานจางหย่งก็ชำแหละเนื้อหมูป่าและแยกชิ้นส่วนเนื้อกระดูกหนังและไขมันเรียบร้อย จางหย่งทำได้ดีทีเดียวเขาดูชำนาญมากในความคิดของเฉียวลู่ เนื้อหมูที่กองอยู่ในถังไม้แยกออกเป็นส่วนๆ ทำให้เฉียวลู่ถึงกับตกตะลึง
“ท่านอาจางนี่มันเยอะมากเลยนะเจ้าคะ ถ้าหากว่ากินไม่หมดจะไม่เน่าเอาหรือ”
แม่เฒ่าหลี่มองท่าทางตกตะลึงของเฉียวลู่ด้วยความเอ็นดูนางส่ายหัวพร้อมกับหัวเราะออกมาเบาๆ
“ไม่เป็นไรมีเยอะดีกว่าไม่มีให้กินเลย ชาวบ้านที่นี่ก็ไม่ค่อยได้กินเนื้อเท่าไหร่ยากนักที่จะมีให้เห็นเยอะเพียงนี้ข้าว่าแบ่งขายให้พวกเขาสักหน่อยคงได้ที่เหลือก็ตากแห้งเอาไว้กินวันหลัง เจ้าจะได้มีทั้งอาหารและรายได้เข้ามาด้วยอย่างไรเล่า”
เฉียวลู่และทุกคนพยักหน้าเห็นด้วยกับความคิดของแม่เฒ่า หลี่ พวกเขาบ้านสกุลจางมาช่วยงานที่บ้านของเฉียวลู่โดยที่ไม่ได้คำนึงถึงผลตอบแทนเป็นเพราะพวกเขาปรารถนาให้นางและลูกทั้งสองของนางกินอิ่มท้องและอยู่ได้อย่างมีความสุข เฉียวลู่พอจะมองความคิดของพวกเขาทั้งสามออกแต่นางไม่สามารถเป็นแต่เพียงผู้รับอยู่ฝ่ายเดียวได้ เช่นนั้นคนอื่นก็คงเรียกนางว่าคนเห็นแก่ตัวแล้ว
เฉียวลู่แบ่งเนื้อและมันบางส่วนให้ครอบครัวสกุลจาง ถึงแม้ว่าพวกเขาจะปฏิเสธแต่เฉียวลู่ที่เป็นคนรั้นนั้นมีหรือจะยอม จนกระทั้งแม่เฒ่าหลี่พยักหน้าให้ลูกสะใภ้ของนางรับเอาไว้