ตอนที่ 10
ตอนที่ 10 ทำให้เรื่องยุ่งยาก
September 30, 2026
ว่ากันตามตรง เอมิกาประหลาดใจไม่น้อยที่เจอจัตวาเข้าที่นี่ เธอยิ้มและพูดตามมารยาทว่า “คุณจัตวา คุณมาผิดห้องแล้วค่ะ นี่คือห้องน้ำหญิง ห้องน้ำชายอยู่ห้องถัดไปค่ะ”
“ผมไม่สนใจว่าคุณจะไปได้ผู้ชายคนไหนมาเป็นสามี แต่คุณไม่มีสิทธิ์พาเบญญาไปด้วย! เบญญาเป็นลูกของผม! พาเธอกลับไปที่คฤหาสน์ศิลาเกียรติเดี๋ยวนี้!” จัตวาสั่งให้เธอทำตามความต้องการของเขาตามความเคยชิน
พอได้ยินคำเรียกร้องที่หยาบคายแล้ว รอยยิ้มแสนสุภาพที่มีอยู่แต่แรกบนหน้าของเอมิกาก็หายไป เธอยิ้มเยาะเย้ย “ลูกสาวคุณเหรอ คุณจัตวา คุณรู้ไหมว่าเธอเกิดตอนกี่โมง เบญญาเกิดตอนเช้าหรือตอนเบ่าย อากาศในวันที่เธอเกิดวันนั้นเป็นยังไงบ้าง คุณรู้บ้างไหมว่าเราต้องผ่านอะไรมาบ้างหลังจากที่เบญญาเกิดมาแล้ว”
คำถามตรงประเด็นของเอมิกาทำให้จัตวาพูดไม่ออก เขาซวนเซเสียกระบวนและไม่สามารถตอบคำถามพวกนั้นได้เลย หลังจากที่ฉันแต่งงานกับเอมิกา ฉันก็ใช้เวลากับบริษัทมากขึ้นกว่าเดิม ฉันใช้เวลาสองในสามไปกับการเดินทางเจรจาธุรกิจของบริษัท ฉันจำได้อย่างเดียวแค่ว่าเอมิกาคลอดเบญญาออกมาแล้วตอนที่ฉันกลับมาจากการเจรจาธุรกิจนั่น
เอมิกากวาดสายตาลงพื้น เธอผิดหวังกับอากัปกิริยาของจัตวา ฉันเคยอ่านนิยายเรื่องผู้หญิงที่ตั้งครรภ์และต้องดูแลตัวเองกับลูกอย่างโดดเดี่ยว ไปตรวจสุขภาพคนเดียว คลอดลูกออกมาเพียงลำพัง ในตอนนั้น ฉันรู้สึกได้ว่าตัวเอกหญิงของนิยายเรื่องนั้นน่าสงสารเวทนามาก จนกระทั่งฉันเลือดไหลไม่หยุดระหว่างคลอดลูกจนถึงขั้นที่ต้องลงชื่อในเอกสารการป่วยขั้นวิกฤตของเบญญา ฉันถึงได้รู้ว่าสถานการณ์ที่บรรยายออกมาในนิยายเรื่องนั้นมันยังไม่ถึงหนึ่งในสิบของสิ่งที่ฉันทนมาตลอด เพราะเหตุนั้นเอง ตั้งแต่ที่เขาไม่รับสายขอความช่วยเหลือจากฉัน ฉันก็จงใจปกปิดเรื่องนั้นไว้จากเขา ต่อให้ฉันพูดความจริงแล้วมันจะเป็นยังไง เขาคงทำได้แค่ยิ้มเยาะและล่อเลียนฉันเท่านั้น เอาแต่พล่ามว่าทุกอย่างเป็นเพราะฉันวางแผนจัดการกับเขาและต้องรับกรรมที่ทำลายความสัมพันธ์ของเขากับอลิสา
เธอซ่อนความเศร้าโศกทั้งหมดไว้ในใจขณะที่เธอเงยหน้าขึ้นมองจัตวาด้วยรอยยิ้มแสนดุดัน “ไม่ต้องห่วงค่ะคุณจัตวา เบญญาคือกล่องดวงใจของฉัน ฉันไม่มีทางให้เธอต้องประสบชะตากรรมเดียวกับฉันเด็ดขาด ฉันไม่ยอมให้ใครคิดว่าเธอเกิดมาต้อยต่ำด้วย กลับกัน ฉันจะให้เธอได้ใช้ชีวิตอย่างภาคภูมิไม่อายใคร!”
ทันทีที่พูดจบ เธอก็เดินผ่านจัตวาและออกจากห้องน้ำไปอย่างฉุนเฉียว
หลายวันต่อมาจากนั้น ชีวิตสงบลงมาก
หลังจากชาญกลับมา เขาก็เริ่มทำไลฟ์สตรีมขายสินค้าออนไลน์ทุกวัน เขาหาแฟนคลับได้มากพอสมควรเลยด้วยบุคลิกการควบคุมอารมณ์ที่ยอดเยี่ยมไม่ธรรมดาและชื่อเสียงโด่งดังในฐานะแชมป์ไอซ์สเก็ต ไลฟ์สตรีมของเขาประสบความสำเร็จมาก ถ้าพนักงานของสตาร์ไลท์มีเดียมาบอกว่าบริษัททำกำไรมหาศาลได้ทุกวัน จะไม่มีใครคิดกันเลยว่าเขาคนนั้นมีคุยโวโอ้อวด เพราะพวกเขาทำกำไรกันมากเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว
เบญญากลายเป็นแฟนคลับแถวหน้าของชาญ เธอจะตามเขาไปทุกที่ราวกับลูกเป็ดเดินตามแม่เป็ด เรื่องนี้ทำให้ขจรอิจฉามากจนต้องพยายามเต็มที่เพื่อให้เบญญาหันมาสนใจเขาบ้าง เบญญามีความสุขเหลือล้นเลยที่ได้อยู่กับหนุ่มรูปหล่อสองคนนี้ทุกวัน
ในอีกด้านหนึ่ง เอมิกามีเวลาว่างมากมายเพราะเธอไม่ต้องดูแลเบญญาตลอดเวลา ดังนั้น เขมิกาจึงแวะมาหาแต่เช้าแล้วพาเธอออกไปช้อปกระหน่ำ
เพราะเขมิกาถือเป็นผู้หญิงคนดังที่มีชื่อเสียงมากในวงการไลฟ์สตรีมขายสินค้าออนไลน์ ทุกคนในร้านจึงจดจำเธอได้ทันทีที่เธอเข้ามา พนักงานไม่ลังเลเลยที่จะพากันมาห้อมล้อมเธอ คาดหวังว่าจะกล่อมให้เธอลองเสื้อผ้าทั้งหมดในร้านได้
แต่เอมิกาต่างกับเขมิกา เธอเคยชินกับการใช้ชีวิตอย่างไร้ชื่อเสียง ไม่เปิดเผยตัวตนออกมา เธอมองทุกคนห้อมล้อมเขมิกาและออกจากร้านนั้นมาเงียบ ๆ จากนั้นก็สุ่มเดินเข้าไปในร้านค้าอีกร้านหนึ่ง
ทันใดนั้นเอง เธอก็สะดุดตาเข้ากับชุดกระโปรงสีชมพู ถึงจะเป็นการออกแบบที่เรียบง่ายสไตล์มินิมอล แต่ก็ดูสวยสะดุดตา
เธอหยิบชุดนั้นทันที เดินไปหาพนักงาน และกล่าวอย่างสุภาพว่า “ช่วยแพ็คชุดนี้ให้ด้วยค่ะ”
“ได้เลยค่ะคุณลูกค้า” พนักงานไม่รีรอที่จะบรรจุชุดกระโปรงลงถุงสินค้า
“ดูนี่สิ! นี่มันเอมิกาจอมวางแผนไม่ใช่เหรอ” ทันใดนั้น เสียงแหลมสูงเยาะเย้ยก็ดังออกมาจากด้านนอกร้าน
เอมิกาหันศีรษะไปทางต้นเสียงด้วยความรำคาญเล็กน้อย และเห็นผู้หญิงคนหนึ่งเดินเข้ามาในร้านพร้อมกับอีกหลายคนที่ตามกันมาเป็นขบวน
ทันทีที่เธอสบตากับผู้หญิงคนนั้น เธอรู้สึกได้ถึงสายตาของผู้หญิงที่จ้องเธอเหมือนมีดสั้นจ้วงแทง ริมฝีปากผู้หญิงคนนั้นโค้งขึ้นราวกับยิ้มเยาะเธอพลางจับจ้องมองเอมิกาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความดูถูกเหยียดหยาม
คนผู้นี้ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากอดีตพี่สะใภ้ของเอมิกา จิตตรา
จิตตราดูถูกเธอมาโดยตลอด ดังนั้น เมื่อเธอเห็นชุดในมือของพนักงาน เธอจึงเย้ยหยันออกมา "ด้วยความสามารถอันน้อยนิดของเธอ เธอยังกล้าซื้อเสื้อผ้าที่ร้านแบบนี้อีกเหรอ รู้ด้วยเหรอว่าเสื้อผ้าที่นี่แพงแค่ไหน"
“มันไม่ได้แพงขนาดนั้นค่ะ” เอมิกาโต้กลับอย่างเฉยเมย เสื้อผ้าส่วนใหญ่ที่นี่มีราคาเพียงหลักพันดอลลาร์เท่านั้น เงินจำนวนนี้ไม่ใช่เรื่องที่เธอต้องกังวลเลย