ตอนที่ 526
ตอนที่ 526 หยอกล้อ
October 31, 2026
เฉิงเจิงมองอย่างประหลาดใจ รู้สึกว่าอวิ้นเกอเอ๋อร์คล้ายกับกําลังมองนางอยู่ กล่าว หยอกล้ออวิ้นเกอเอ๋อร์ยิ้มๆ ว่า “ข้าคือพี่สาวของเจ้า เจ้ารู้หรือไม่ คราวหน้าตอนที่ข้ามาเยี่ยมเจ้า อีก เจ้าจะยังจําข้าได้หรือไม่” ขณะที่นางกล่าว อวิ้นเกอเอ๋อร์ก็เป่ านํ้าลายอีกครั้งหนึ่งด้วยใบหน้าไร้ความรู้สึก จากนั้น หลับตาและนอนหลับไป เฉิงเจิงอดไม่ได้หันไปกล่าวกับโจวเสาจิ่นเบาๆ ว่า “เจ้าดู เจ้าดู เขาหันมาเป่านํ้าลายให้ข้า ครั้งหนึ่งแล้วก็นอนหลับไป!” เฉิงเซิงล้อมวงเข้ามาอย่างประหลาดใจ กล่าวขึ้นว่า “อวิ้นเกอเอ๋อร์เป่ านํ้าลายเป็นแล้ว หรือ รุ่ยเกอเอ๋อร์ของพวกข้าหลังจากครบรอบร้อยวันแล้วถึงจะเป่านํ้าลายเป็น!” โจวเสาจิ่นรีบกล่าว “มีอะไรไม่ถูกต้องหรือไม่” สีหน้านางดูกระวนกระวายเล็กน้อย บางทีอาจเป็นเพราะเฝ้ารอคอยลูกคนนี้มากเกินไป แม้นอวิ้นเกอเอ๋อร์จะมีแม่นมของ ตัวเอง ข้ารับใช้ที่อยู่ข้างกายก็ล้วนแล้วแต่เป็นคนมีประสบการณ์และมีนิสัยสงบหนักแน่นกัน ทั้งสิ้น แต่โจวเสาจิ่นยังคงชอบทําด้วยตัวเอง ลูกหิวนางก็ให้นมด้วยตัวเอง ลูกนอนหลับแล้วก็วาง ให้นอนอยู่ข้างๆ นาง อากาศร้อนนางก็อาบนํ้าให้ลูกด้วยตัวเอง แม่นมและข้ารับใช้เหล่านั้นเพียง ช่วยเป็นลูกมือให้นางเท่านั้น แต่สุดท้ายแล้วก็เป็นครั้งแรกที่นางได้เป็นแม่คน เรื่องที่เด็กเกิดใหม่ ควรจะมีปฏิกิริยาตอบสนองอะไรบ้างนั้นหากแม่นมและข้ารับใช้ที่มีประสบการณ์เหล่านั้นไม่บอก นางก็ไม่รู้เช่นเดียวกัน4886 เฉิงเซิงกล่าวยิ้มๆ ว่า “ไม่มีอะไรที่ไม่ถูกต้องหรอก! เพียงรู้สึกว่าอวิ้นเกอเอ๋อร์เฉลียวฉลาด ยิ่ง เล็กขนาดนี้ก็รู้จักเล่นเองเป็นแล้ว” “จริงหรือ” ได้ยินเฉิงเซิงกล่าวชมอวิ้นเกอเอ๋อร์ รอยยิ้มของโจวเสาจิ่นก็สว่างสุกใส ที่ผ่านมานางรู้สึกว่าตัวเองค่อนข้างโง่เขลาและเฉิงฉือเฉลียวฉลาดมากมาโดยตลอด กลัว ว่าลูกถือกําเนิดออกมาแล้วจะเหมือนนาง เฉิงเจิงยิ้มร่าพลางลูบเส้นผมดํานุ่มของเด็กน้อย กล่าวยิ้มๆ ว่า “ถูกต้อง! เจ้าไม่เห็น สายตาที่เขามองข้าเมื่อครู่นั่น คล้ายกับกําลังจดจําคนอยู่ก็ไม่ปาน” โจวเสาจิ่นเม้มปากหัวเราะ ปี้อวี้เชิญทุกคนไปนั่งที่งานเลี้ยง เฉิงเซิงจึงอุ้มอวิ้นเกอเอ๋อร์ไปที่ห้องโถง เฉิงเจิงเดินเคียงไหล่ไปกับโจวเสาจิ่น ถามนางเสียงอบอุ่นว่าร่างกายพักฟื้นเป็นอย่างไร บ้าง มีตรงไหนไม่สบายบ้างหรือไม่ แล้วก็ปลอบโยนนางอีกว่า “ไม่ง่ายเลยกว่าท่านอาฉือจะได้ แต่งงาน แล้วก็ไม่ง่ายเลยกว่าจะมีอวิ้นเกอเอ๋อร์ ย่อมต้องรู้สึกกังวลใจเป็นแน่! เมื่อไรก็ตามที่มี หนทางกลับมาได้ ย่อมต้องเร่งกลับมาอย่างแน่นอน อาสะใภ้ไม่ต้องเป็นห่วง” โจวเสาจิ่นนึกถึงความอลหม่านตอนที่ตนเพิ่งคลอดอวิ้นเกอเอ๋อร์ขึ้นมา กล่าวยิ้มๆ ว่า “โชคดีที่อาสี่ฉือของเจ้าไม่กลับมา ไม่อย่างนั้นหากได้เห็นสภาพเช่นนั้นของข้า เกรงว่าคงได้ หัวเราะเยาะมือเท้าที่เงอะงะของข้าเป็นแน่แล้ว!” เฉิงเจิงหัวเราะน้อยๆ4887 ฮูหยินผู้เฒ่ากัวอุ้มอวิ้นเกอเอ๋อร์ไปจากมือของเฉิงเซิงเรียบร้อยแล้ว กล่าวกับฮูหยินเผิงแม่ สามีของเฉิงเซิงยิ้มๆ ว่า “ท่านดู หน้าตาดูมีชีวิตชีวาฉลาดเฉลียวมากใช่หรือไม่” ฮูหยินเผิงเป็นสตรีอายุสี่สิบกว่าปี ผิวขาวอ้วนท้วน แค่มองก็รู้ว่าเป็นคนใจดีมากผู้หนึ่ง นางได้ยินแล้วก็พยักหน้าไม่หยุด “เด็กคนนี้แค่ดูก็รู้แล้วว่าเป็นคนของตระกูลเฉิง ท่านดูคิ้วนี้ คล้ายกับท่านปู่ของเขาเป็นอย่างยิ่งใช่หรือไม่”“จริงหรือ” ฮูหยินผู้เฒ่ากัวมองสํารวจอวิ้นเกอเอ๋อร์อย่างสงสัยฮูหยินเผิงของฝ่ ายกองทัพและอาชาท่านนั้นได้ยินแล้วก็มองสํารวจอวิ้นเกอเอ๋อร์อย่างละเอียดขึ้นมาด้วย กล่าวว่า “พอท่านกล่าวเช่นนี้ ข้าดูแล้วมีความคล้ายอยู่หลายส่วนจริงๆ ด้วย”“จริงหรือ” ฮูหยินผู้เฒ่ากัวรู้สึกอารมณ์ซับซ้อนยุ่งเหยิงก่อนที่เฉิงฉือจะถูกกําหนดให้เป็นคนสืบทอดพรรคเจ็ดดารานั้น พวกเขาสองสามีภรรยาล้วนรักใคร่ปรองดองกันมาโดยตลอด กล่าวได้ว่า รักใคร่กลมเกลียวกันมากกว่าสามีภรรยาจํานวนมาก แต่นับตั้งแต่ที่สามีตัดสินใจให้บุตรชายคนเล็กแลกเปลี่ยนกับอนาคตของบุตรชายคนโตทั้งสองคนเป็นต้นมา แม้นางจะเข้าใจ ทว่าก็ไม่อาจก้าวข้ามหลุมที่อยู่ในใจหลุมนั้นไปได้มาโดยตลอด มักจะรู้สึกว่าเป็นตนและสามีที่ทําร้ายบุตรชายคนเล็ก นางถึงกับเริ่มลงโทษตัวเอง อยู่ให้ห่างจากเรื่องมีความสุขน่ายินดีทุกอย่าง ที่เรือนหานปี้ซานมองไม่เห็นดอกไม้แม้แต่ดอกเดียว…ความรู้สึกที่มีต่อสามีที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขมาหลายสิบปีจึงซับซ้อนยุ่งเหยิงขึ้นมาอวิ้นเกอเอ๋อร์เหมือนปู่ของเขาจริงๆ หรือฮูหยินผู้เฒ่ากัวอดมองสํารวจอย่างละเอียดถี่ถ้วนไม่ได้4888เด็กอายุยังไม่เกินเดือน ผิวที่เคยเหี่ยวย่นเล็กน้อยก่อนหน้านี้ไม่เพียงอิ่มเอิบขึ้นมาเท่านั้นยังเป็นประกายแวววาวประหนึ่งหยกชั้นดีขึ้นมาด้วย ดวงหน้าก็เริ่มเปิดออก สดใสยิ่งนักแล้ว แต่ให้บอกว่าเหมือนผู้ใดนั้น ก็ยังดูไม่ออกจริงๆถึงจะเป็นเช่นนี้ ทว่าฮูหยินผู้เฒ่ากัวอดไม่ได้ยกแขนขึ้นสูง แนบกับใบหน้าเล็กของเด็กน้อยอู๋เป่าจางที่ยืนอยู่ข้างๆ แสยะยิ้มเย็นทารกล้วนหน้าตาเหมือนกันหมด ไหนเลยจะมองออกว่าเหมือนผู้ใดกันคนพวกนั้นเพื่อประจบประแจงฮูหยินผู้เฒ่ากัวแล้วคําพูดที่ขัดต่อมโนสํานึกอะไรก็ล้วนพูดออกมาได้ทุกอย่างจริงๆ!แต่หลังจากที่ส่งแขกเหรื่อกลับไปแล้ว ฮูหยินผู้เฒ่ากัวก็ยังคงมองสํารวจอวิ้นเกอเอ๋อร์อย่างละเอียดอยู่ใต้ตะเกียงอย่างอดไม่อยู่โจวเสาจิ่นไปล้างหน้าบ้วนปากกลับมา เห็นลูกนอนหลับอยู่ข้างๆ หมอนหนุนของนางไปแล้ว ฮูหยินผู้เฒ่ากัวกลับนั่งอยู่บนเตียงเตาตัวใหญ่ข้างหน้าต่างในห้องชั้นในหมุนลูกประคําไม้กฤษณาสิบแปดเม็ดในมือ“ท่านแม่” นางถือจอกชาเดินเข้าไปหา “นี่ท่านเป็นอะไรไปเจ้าคะ คิดถึงนายท่านสี่หรือประเดี๋ยวข้าคิดว่าจะเขียนจดหมายให้นายท่านสี่สักฉบับหนึ่ง ท่านมีอะไรจะฝากฝังหรือไม่”โจวเสาจิ่นนั่งข้างๆ ฮูหยินผู้เฒ่ากัว ใช้ไม้คนงามทุบไหล่ให้ฮูหยินผู้เฒ่ากัวฮูหยินผู้เฒ่ากัวหัวเราะ กล่าวว่า “นี่เจ้าเพิ่งออกจากการอยู่เดือน ข้ามีเจินจูปรนนิบัติอยู่พวกเรามานั่งคุยกันเถิด”4889โจวเสาจิ่นวางไม้คนงามลงอย่างเชื่อฟัง ย้ายไปนั่งตรงข้ามกับฮูหยินผู้เฒ่ากัวฮูหยินผู้เฒ่ากัวตะโกนเรียกเจินจูครั้งหนึ่งเจินจูถือกล่องหนึ่งเดินเข้ามาฮูหยินผู้เฒ่ากัวดันกล่องนั้นไปตรงหน้าโจวเสาจิ่น กล่าวเสียงอบอุ่นว่า “เสาจิ่น นี่คือโฉนดที่ดินไร่ชาที่อันซีและโฉนดที่ดินบ้านสวนที่จิงโจว เป็นทรัพย์สินที่ซื้อมาแรกเริ่มที่สุดหลังจากที่ข้าและพ่อสามีของเจ้าแต่งงานกัน ข้าได้พูดกับท่านอารองของเจ้าเอาไว้แล้ว พรุ่งนี้เขาจะเข้ามาเอาทรัพย์สินเหล่านี้ไปจดเป็นชื่อของอวิ้นเกอเอ๋อร์…ถือเป็นค่านํ้าหมึกพู่กันที่ข้ามอบให้อวิ้นเกอเอ๋อร์”