ตอนที่ 528
ตอนที่ 528 ศึกในครอบครัว
October 31, 2026
ตั้งแต่ไหนแต่ไรมาอู๋เป่าจางมิใช่คนที่นั่งรอความตายมาโดยตลอด นางคิดหน้าคิดหลังแล้ว ตัดสินใจแยกทางเดินออกเป็นสองทาง ทางแรกคือเขียนจดหมายไปให้คนที่เป็นมิตรกับนางมาโดยตลอดและยังเป็นแม่สื่อให้ นางด้วยอย่างสะใภ้ใหญ่สือเจิ้งซื่อของจวนรองสักฉบับหนึ่ง เล่าเรื่องราวที่ผ่านมาให้นางฟัง ขอให้ นางช่วยตัดสินใจให้สักครั้งหนึ่ง พ่อสามีและบิดาไม่สนใจไยดีนาง คิดว่าการที่นางเข้าบ้านมาสี่ห้า ปีแล้วยังไม่มีลูกสักคนนั้นก็ควรจะให้สามีเลี้ยงดูอนุอย่าง ‘ใจกว้าง’ แต่ตระกูลเฉิงมีกฎของบรรพ บุรุษ อายุสี่สิบปีแล้วไม่มีบุตรถึงจะรับอนุได้ ถึงแม้จวนหลักและซอยจิ่วหรูจะแยกตระกูลกันแล้ว แต่กฎของบรรพบุรุษนี้ก็ยังใช้อยู่ดังเดิม ถึงแม้นางมีความผิด ก็มิใช่ว่าพูดคุยกันไม่ได้ นอกจากนี้ สะใภ้สือกับนางเป็นสะใภ้ของตระกูลเฉิงเหมือนกัน นางเพียงต้องยืนกรานว่ามิใช่ว่าตนไม่ไปหา หมอขอยามากิน เพียงแต่กําหนดของสวรรค์เป็นเช่นนี้ สะใภ้ใหญ่สือต้องเห็นใจสงสารนางและยืน อยู่ข้างเดียวกับนางอย่างแน่นอน นางเพียงต้องการเวลาตั้งตัวสักหน่อย ต่อให้ต้องบีบจมูกอย่าง รังเกียจนางก็ย่อมหาวิธีร่วมหอกับเฉิงนั่วและให้กําเนิดทายาทชายผู้หนึ่งออกมาได้แน่ ถึงเวลา เฉิงนั่วอย่าได้คิดว่าจะควบคุมนางได้ ให้อนุผู้นั้นเสียใจที่ไม่เข้าตระกูลเฉิงมาเสียตั้งแต่ตอนนี้ จากนั้นก็ล่อลวงเฉิงนั่วมาอยู่ในกํามือ กล่าวไปกล่าวมา ล้วนเป็นนางที่ก่อนหน้านี้ ประมาทมากเกินไป คิดไม่ได้ว่าคลอดบุตรชายสักคนหนึ่งก่อนแล้วค่อยมีเรื่องกับเฉิงนั่ว ตอนนี้ เรื่องที่เฉิงนั่วเลี้ยงอนุไว้ข้างนอกเปิดเผยไปถึงจวนหลักแล้ว ด้วยนิสัยของจวนหลักแล้วไม่มีทาง ยอมให้เฉิงนั่วรับอนุอย่างแน่นอน สตรีผู้นั้นเข้าตระกูลเฉิงไม่ได้ คงเป็นได้แค่อนุข้างนอกผู้หนึ่ง เท่านั้น เหมือนกับอนุข้างนอกของพ่อสามี ต่อให้คลอดบุตรชายสี่คนบุตรหญิงสามคน ก็ยังเป็นอนุ ข้างนอกเช่นเดิม ไม่อาจเข้าบ้านได้ ต่อให้สมมติว่าจวนหลักให้สตรีผู้นั้นเข้าบ้าน ผู้หนึ่งเป็นภรรยา4904 ผู้หนึ่งเป็นอนุ สตรีผู้นั้นจะได้ตกมาอยู่ในกํามือของนางพอดี อยากให้เป็นอย่างไรก็เป็นอย่างนั้น… อย่างไรเสียก็ไม่ต่างจากแผนการก่อนหน้านี้ของนางเท่าไรนัก แต่อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้นางเสนอว่าให้สตรีผู้นั้นเข้าบ้าน เฉิงนั่วไม่ตอบรับ คงกลัวว่า นางมีตําแหน่งแล้วจะไม่เป็นผลดีต่อสตรีผู้นั้นกระมัง ไม่รู้ว่านี่เป็นความคิดของเฉิงนั่วหรือว่าเป็น ความคิดของสตรีผู้นั้นกันแน่ อู๋เป่าจางคิดถึงตรงนี้ ก็บิดผ้าเช็ดหน้าแน่น รู้สึกว่าเรื่องนี้ต้องเป็นความคิดของแม่นางคังที่หกเป็นแน่ จากความเข้าใจของนางที่มีต่อเฉิงนั่วแล้ว เขาไม่ได้เฉลียวฉลาดอะไร มีเพียงสตรีจากตระกูลพ่อค้าผู้นั้นเท่านั้นถึงจะคํานวณได้กระจ่างชัดเช่นนี้ ดูแล้วสตรีผู้นั้นก็มิใช่คนที่จัดการง่ายเลยทีเดียว อู๋เป่าจางคิดๆ แล้วก็บังเกิดความฮึกเหิมพร้อมสู้รบขึ้นมา นางไม่เชื่อว่าคนอย่างนางจะควบคุมสตรีจากครอบครัวพ่อค้าไม่ได้ อู๋เป่าจางตะโกนเรียกสาวใช้คนสนิทเข้ามา “ตักนํ้ามาช่วยล้างหน้าแต่งตัวให้ข้า” นางตั้งใจจะไปหาเฉิงนั่วที่โรงนํ้าชา สาวใช้รับคําแล้วออกไป นางเปลี่ยนไปสวมชุดเพ่ยสีแดงเข้มโกเมนเหลือบทองเป็นพิเศษ ผัดหน้าด้วยแป้งบางๆ แต้มปากด้วยชาด ส่องกระจกแล้วรู้สึกว่าตัวเองงดงามพริ้งเพราแล้ว ถึงได้ขึ้นเกี้ยวไป ผู้ใดจะรู้ว่าเฉิงนั่วไม่อยู่ที่โรงนํ้าชา4905 นางขมวดคิ้วมุ่นให้คนไปตามหาเขาที่บ้านของแม่นางคังที่หก ป้ารับใช้ที่กลับมาเปียกโชกไปทั้งร่าง สีหน้าอับอาย กระซิบกล่าวเสียงเบาว่า “แม่นางคัง ที่หกกล่าวว่า คุณชายไม่ได้อยู่ที่บ้านนาง…ยังบอกด้วยว่า สะใภ้ใหญ่จัดการคุณชายใหญ่ไม่ได้ แล้วเกี่ยวอะไรกับนางด้วย…สาดนํ้าใส่ตัวบ่าวทั้งร่างเลยเจ้าค่ะ…”อู๋เป่าจางโกรธจนดวงหน้าแดงกํ่าไปหมดไม่เพียงเพราะความหยาบคายของแม่นางคังที่หกเท่านั้น ยังเพราะปากไม่มีหูรูดของป้ารับใช้ผู้นั้นด้วย เอาถ้อยคําดูถูกดูแคลนนางที่ว่า ‘สะใภ้ใหญ่จัดการคุณชายใหญ่ไม่ได้แล้วเกี่ยวอะไรกับนางด้วย’ พูดออกมาต่อหน้าคนมากมายขนาดนี้นางโบกมือให้ป้ารับใช้ผู้นั้นออกไปป้ารับใช้ผู้นั้นกลับกล่าวอย่างระทมว่า “สะใภ้ใหญ่ แม่นางคังที่หกผู้นั้นไม่อยากได้หน้าขนาดนี้ ท่านยังจะกล่าวสุภาพอะไรกับนางอีก ถึงแม้ท่านจะกล่าวกับนาง เกรงว่านางอาจไม่รู้จักตัวอักษรแม้แต่ตัวเดียว กลัวแต่ว่าจะฟังไม่เข้าใจด้วยซํ้า ข้าว่ามิสู้เรียกคนหามเกี้ยวสตรีเหล่านั้นมาสักสองสามคน บุกไปตีที่บ้านของแม่นางคังที่หกสักครั้งหนึ่ง ให้นางขายหน้า ให้ตระกูลของพวกนางขายหน้า ท่านดูว่าตระกูลคังยังจะเก็บนางเอาไว้อีกหรือไม่ ถึงเวลานางไม่มีที่พึ่งแล้ว จะไม่เข้าตระกูลเฉิงมาอย่างเชื่อฟัง ให้ท่านได้บีบได้คั้นตามใจชอบหรอกหรือเจ้าคะ…”อู๋เป่าจางใจสะดุดใจสิ่งที่ป้ารับใช้ผู้นี้พูดมาไม่ต่างกับความคิดตนเลยแม้แต่นิดเดียวหรือว่าความคิดของตนนั้นทุกคนต่างรู้กันหมดแล้ว?สีหน้านางพลันเปลี่ยนเป็นไม่น่ามองขึ้นมาเล็กน้อย4906ป้ารับใช้ผู้นั้นมองแล้วลุกขึ้นกล่าวอําลาอู๋เป่าจางกลับใจกระตุกตอนที่พวกเขามาจิงเฉิงนั้นเดิมทีเพียงมาเพื่อร่วมงานแต่งของเฉิงฉือและท่องเที่ยวสักรอบหนึ่งแล้วก็กลับไป ไม่คาดคิดว่าจะรั้งอยู่ทําการค้าที่จิงเฉิง นอกจากสาวใช้คนสนิทและบ่าวชายสองสามคนแล้ว ก็มิได้พาคนมาด้วยมากมายนัก ต่อมาเฉิงเวิ่นตัดสินใจรั้งอยู่ที่จิงเฉิงนอกจากเรียกคนใกล้ชิดมาช่วยงานสองคนแล้ว ก็ไม่ได้พาคนมากมายเข้าเมืองหลวงมาด้วย ข้ารับใช้ปัจจุบันในบ้านล้วนเป็นคนที่จ้างมาใหม่หรือไม่ก็ซื้อมาใหม่ทั้งสิ้น ป้ารับใช้ผู้นี้ก็เป็นหนึ่งในนั้นด้วยที่ผ่านมาอู๋เป่ าจางไม่ค่อยให้ค่าคนเหล่านี้นัก ความเข้าใจที่มีต่อพวกเขาจึงไม่ได้ลึกซึ้งเท่าไรวันนี้เห็นป้ารับใช้ผู้นี้กระทําการเช่นนี้ นางอดไม่ได้ได้ความคิดหนึ่งขึ้นมา เรียกป้ารับใช้ผู้นั้นกลับมา ให้สาวใช้ส่งชาจอกหนึ่งให้นาง ยกเก้าอี้ตัวเล็กมาให้ป้ารับใช้ผู้นั้นนั่งป้ารับผู้นั้นทั้งประหม่าและหวาดกลัวอู๋เป่าจางเองก็ไม่พูดอะไรมากความกับป้ารับใช้ผู้นั้น กล่าวว่า “ข้าดูแล้วเจ้าเองก็เป็นคนมีความคิดผู้หนึ่ง ไม่รู้ว่าเรื่องของข้าเรื่องนี้ เจ้าว่าควรจะจัดการอย่างไรดีหรือ”ป้ารับใช้ที่มักจะเออออผู้นั้นไม่กล้าพูดเล็กน้อยอู๋เป่าจางจึงตกรางวัลให้ป้าผู้นั้นเป็นก้อนเงินสองก้อนดวงตาทั้งสองข้างของป้าผู้นั้นลุกวาว ไม่สนใจอะไรอีก กล่าวว่า “เดิมทีข้าเองก็เป็นแม่นมของตระกูลใหญ่มาก่อน เพียงแต่ว่าต่อมาถูกดึงเข้าไปเกี่ยวพันกับปัญหา ถึงได้ถูกไล่ออกมารับจ้างเล็กๆ น้อยๆ เลี้ยงชีพตัวเอง หากสะใภ้ใหญ่เชื่อถือข้า ตามความเห็นของข้าแล้ว ตระกูล4907ท่านเป็นขุนนาง ครอบครัวพวกเขาเป็นประชาชนคนทั่วไป มิสู้เอาของอะไรบางอย่างไปไว้ในบ้านของแม่นางคังที่หกผู้นั้น ถึงเวลาไปฟ้องร้องทางการ ให้ทางการไปค้นหา ไม่ว่าจะหาเจอหรือไม่ชื่อเสียงของแม่นางคังที่หกผู้นั้นก็นับว่าจบสิ้นแล้ว…หากนางไปขอความช่วยเหลือจากคุณชายใหญ่ ท่านเคยแจ้งแถลงไขต่อหน้าพวกผู้ใหญ่แล้ว ก็ใช้โอกาสนี้หามแม่นางคังที่หกผู้นั้นกลับบ้านมาก็ได้แล้ว แต่หากนางไม่ไปขอความช่วยเหลือจากคุณชายใหญ่ ก็ใช้โอกาสนี้แจ้งทางการ จับนางเข้าตารางไปเสีย หากคุณชายใหญ่มีใจช่วยนาง พวกผู้ใหญ่ย่อมไม่อาจละเลยหน้าตาของ