ตอนที่ 529
ตอนที่529 สมนํ้ าสมเนือ้
October 31, 2026
แม้พูดว่ามิใช่คนอื่นไกล แต่พวกเขาก็ไม่อาจพุ่งตรงเข้าไปในเรือนชั้นใน ดังนั้นหลังจากที่ เฉิงเวิ่นและเฉิงจิงเข้าห้องโถงมาแล้ว พวกเขาจึงยืนอยู่หน้าฉากกั้นระหว่างห้องโถงและ ห้องนั่งเล่น ฟังความเคลื่อนไหวภายในห้องนั่งเล่น ภายในห้อง อู๋เป่าจางกําลังร้องไห้อย่างเจ็บปวดใจ “…เขาดื้อดึงนัก ข้าไร้หนทางแล้วจริงๆ เพียงคิดจะใช้วิธีนี้บีบบังคับให้นางไปเท่านั้น มิได้มีความคิดจะทําร้ายนางเลย หากข้ามีความคิด จะทําร้ายนาง คงไม่ทําเพียงแค่แจ้งความแต่ไม่เอาป้ายชื่อของท่านลุงใหญ่ไปที่ว่าการหรอกเจ้า ค่ะ ทว่าเขากลับไม่ให้หน้าข้าเช่นนี้ ข้าอยู่บ้านนี้ยังจะมีความหมายอะไรอีก เขารักอนุละเลย ภรรยาเช่นนี้ ไม่กลัวถูกคนวิพากษ์วิจารณ์หรืออย่างไร” หยวนซื่อขมวดคิ้วเป็นปมแน่น เห็นสายตารังเกียจสายหนึ่งวาบผ่านแววตาของอู๋เป่ าจาง แต่ก็กลับมาสุขุมน่ารักดังเดิมอย่างรวดเร็ว กล่าวปลอบนางเสียงอบอุ่นว่า “จากที่เจ้าพูดมา พวก เจ้าสองคนล้วนมีความผิดกันทั้งคู่ เพียงแต่ว่านั่วเกอเอ๋อร์ผิดมากกว่าเล็กน้อย เพียงเพราะสตรี ข้างนอกแค่หนึ่งคน ถึงกับกล้าลงมือกับเจ้า เขาช่างไม่รู้จักแม้แต่หนักเบาจริงๆ แต่เจ้าเองก็ เหมือนกัน วิธีไล่คนมีเป็นพันเป็นหมื่น เหตุใดเจ้าถึงเลือกวิธีนี้ เจ้าจะให้นั่วเกอเอ๋อร์มองเจ้า อย่างไร ต่อไปเจ้าจะให้เขาอยู่กับเจ้าอย่างไร ปกติข้าเห็นเจ้าเป็นคนฉลาดมีไหวพริบ เหตุใดยาม คับขันกลับทําเรื่องยุ่งเหยิงระดับนี้ออกมาได้” ขณะที่กล่าว ส่งสัญญาณให้สาวใช้คนสนิทหยิบ ผ้าเช็ดหน้าให้อู๋เป่าจางผืนหนึ่ง “รีบหยุดร้องไห้เสีย เรื่องมาถึงขั้นนี้ มีแต่ต้องคิดหาวิธีแก้ไขเท่านั้น แล้ว ข้าจะให้คนไปตามนั่วเกอเอ๋อร์มา ให้เขากล่าวขอโทษเจ้าอย่างเป็นทางการ เจ้าเองก็คิดเสีย ว่าคนตัวเล็กไม่คิดหาความคนตัวใหญ่ กลับไปพูดคุยกับเขาดีๆ อย่าทําลายความสามัคคี ปรองดอง พวกเจ้าเป็นคนที่ต้องใช้ชีวิตร่วมกันไปตลอดชีวิต” อู๋เป่าจางไม่กล่าวอะไร
4913
เฉิงจิงถามเฉิงเวิ่นเสียงเบาว่า “ข้าว่าหาวิธีจัดการสตรีที่อยู่ข้างนอกผู้นั้นดีหรือไม่ คงไม่ อาจทําให้บ้านไม่สงบสุขเพราะสตรีผู้หนึ่งหรอกกระมัง!” คําพูดนี้หากพูดกับผู้อื่น จะต้องพยักหน้าโดยไม่คัดค้านไปแล้ว แต่กล่าวคําพูดนี้กับเฉิงเวิ่น…เขานึกถึงว่าอู๋เป่าจางถึงกับสร้างหลักฐานเท็จว่าแม่นางคังที่ หกผู้นั้นขโมยทรัพย์สินของนาง…ตระกูลคังนั้นเป็นเพียงครอบครัวพ่อค้าธรรมดา ทว่าพวกเขามี คนเช่นเฉิงจิงเป็นญาติอยู่ผู้หนึ่ง นี่หากเรื่องเข้าสู่ที่ว่าการหยาเหมินแล้ว ต่อให้ครอบครัวของแม่ นางคังที่หกมีเงินเพียงใดก็ได้แต่ต้องทนมองแม่นางคังที่หกเสียเปรียบ…เฉิงเวิ่นรู้สึกว่าอู๋เป่าจาง ชั่วร้ายเกินไปแล้ว สตรีเช่นนี้รั้งอยู่ในบ้านของพวกเขา เกรงว่าบ้านของพวกเขาไม่อาจสงบสุขได้แล้ว เฉิงเวิ่นทอดถอนใจไม่หยุด เฉิงนั่วถูกเรียกตัวเข้ามา เฉิงจิงและเฉิงเวิ่นรีบหลบไปอยู่ข้างๆ เฉิงนั่วจิตใจว้าวุ่น จึงมิได้สังเกตว่าภายในห้องยังมีคนอื่นอยู่ด้วย เขาคุกเข่าลงตรงหน้าหยวนซื่อ ยังไม่ทันได้เอ่ยปากพูดดวงตาก็แดงกํ่าแล้ว “ท่านป้าสะใภ้ ใหญ่ ข้าไม่อาจอยู่กับสตรีผู้นี้ได้อีกต่อไปแล้ว นางชั่วร้ายเกินไป จะว่าไปแล้ว เพราะความผิดบาป ที่นางกระทําข้ากับแม่นางคังที่หกผู้นั้นถึงได้รู้จักกัน…” เขาเล่าเรื่องที่อู๋เป่าจางไปยืมเงินอย่างไร ไม่มีเงินคืนทําให้เขาต้องไปกล่าวขอโทษตระกูลคังอย่างไรไปจนถึงเรื่องที่เมื่อสองวันก่อน ตระกูลคังเรียกเขาออกไปพบพ่อค้าใบชารายใหญ่กว่าที่มาจากแคว้นตะวันตกสองสามคนสุดท้ายกล่าวว่า “ข้ากับแม่นางคังที่หกผู้นั้นไม่มีอะไรกันจริงๆ ขอรับ นางเพียงสงสารที่ข้าไม่เข้าใจกฎของการทําการค้า ล้มจนศีรษะอาบไปด้วยเลือด จึงให้คําแนะนําข้าเท่านั้น จะว่าไปแล้ว แม่4914
นางคังที่หกเป็นผู้มีบุญคุณของข้าด้วยซํ้า หากท่านไม่เชื่อ ให้คนไปตรวจสอบดูได้ ปกตินางมาสร้างความวุ่นวายที่ร้านข้าก็ทําไป ทว่าครั้งนี้กลับทําเกินไปแล้ว นอกจากนินทาว่าร้ายและดูถูกดูแคลนแล้ว ยังจับคนเข้าคุกเข้าตารางอีก…ผู้อื่นเป็นสตรีดีๆ ผู้หนึ่ง กลับถูกนางทําลายจนกลายเป็นสภาพเช่นนี้ ข้า…ข้าจะไม่ละอายใจต่อแม่นางคังที่หกได้อย่างไร…” กล่าวจบ คนตัวใหญ่ขนาดนั้นผู้หนึ่ง กลับร้องไหโฮออกมา ท่าทางนั่น มิใช่การเสแสร้งแกล้งทําหยวนซื่อตะลึงงัน มองไปที่อู๋เป่าจางอู๋เป่าจางตื่นตกใจ หลบสายตาหยวนซื่ออดถอนหายใจครั้งหนึ่งไม่ได้ กล่าวว่า “นั่วเกอเอ๋อร์ ไม่ว่าจะกล่าวอย่างไร เจ้าตบตีภรรยาก็ไม่ถูกต้อง ตระกูลของพวกเราไม่มีบุรุษที่ตบตีภรรยา เจ้ายังไม่รีบกล่าวขอโทษภรรยาของเจ้าอีก! เรื่องนี้ก็ให้แล้วกันไป กลับไปใช้ชีวิตอยู่กับภรรยาของเจ้าดีๆ ก็แล้วกัน!”“ไม่ขอรับ!” ผู้ใดจะรู้ว่านํ้าตาของเฉิงนั่วจะไหลลงมาเป็นสาย กล่าวอย่างหนักแน่นว่า“คนชั่วร้ายเช่นนี้ ข้าไม่อาจอยู่กับนางต่อไปได้อีกแล้ว ข้าต้องการหย่าภรรยาขอรับ!”คนทั้งในห้องนอกห้องต่างตกตะลึงกันไปหมดเป็นเฉิงจิงที่มีปฏิกิริยาตอบรับเป็นคนแรกเขาตะโกนเสียงหนึ่งว่า “เดียรัจฉาน” กล่าวว่า “ตระกูลเฉิงของพวกเราไม่มีคําสอนให้หย่าภรรยา! เจ้าช่างใจกล้านัก บิดามารดาล้วนยังอยู่ ถึงกับกล้าเอ่ยเรื่องหย่าภรรยา”คนดีงามที่น่านับถือ ผู้ใดหย่าภรรยาบ้าง!หากเรื่องนี้แพร่ออกไป ตระกูลเฉิงคงทําให้ผู้คนหัวเราะเยาะจริงๆ แล้ว4915
เหงื่อผุดออกมาเต็มหน้าผากของเฉิงเวิ่น กล่าวตําหนิว่า “เดียรัจฉาน ยังจะกล้าพูดจาเหลวไหลที่นี่อีก ยังไม่รีบประคองภรรยาของเจ้ากลับบ้านไปอีก”เรื่องกล่าวขอโทษอย่างเป็นทางการอะไรนั้น ช่างมันก่อนก็แล้วกันเรื่องนี้คงต้องคุยกับครอบครัวฝั่ งสะใภ้ที่อยู่ไกลถึงจินหลิงสักหน่อย เพื่อหลีกเลี่ยงเรื่องที่ว่าเกิดเรื่องอะไรกับลูกสะใภ้ที่รนหาที่ตายเองนี้แล้วตระกูลอู๋จะคิดว่าอยู่บ้านพวกเขาแล้วถูกกลั่นแกล้งคนซื่อก็ซื่อจริงๆ เฉิงนั่วที่ปกติขี้ขลาดตาขาวเวลานี้กลับไม่ว่าใครจะพูดอะไรก็ไม่ฟังทั้งสิ้นเอาแต่โวยวายว่าต้องการหย่าภรรยาอย่างเดียวอู๋เป่ าจางร้องไห้จนนํ้าตาท่วมร่าง คว้าหมิ่นเจียที่มาปลอบโยนนางเอาไว้พลางกล่าว“พี่สะใภ้ ท่านดู เขารู้จักแต่ดูถูกข้า ชีวิตนี้ข้าคงอยู่ต่อไปไม่ได้แล้วจริงๆ”แต่ชีวิตนี้ผู้ใดเป็นคนทําให้กลายสภาพเป็นเช่นนี้เล่าหมิ่นเจียวิพากษ์อยู่ในใจไม่หยุด ทว่าไม่อาจเผยออกมาทางสีหน้าแม้แต่นิดเดียว ได้แต่อดทนอดกลั้นกล่าวปลอบโยนอู๋เป่าจางไปอย่างใส่ใจด้านประตูเฉาหยางทางนี้ โจวเสาจิ่นเลือกเสื้อผ้าและเครื่องประดับเอาไว้แล้วตั้งแต่เมื่อสองวันก่อน เช้าตรู่ลุกขึ้นมาก็ล้างหน้าแต่งตัว แต่งหน้าเสร็จแล้วก็ยังรู้สึกไม่พอใจ ส่องกระจกไปมา ถามชุนหว่านว่า “เจ้าว่าข้าควรจะเปลี่ยนปิ่นดอกไม้มุกดอกนี้เป็นปิ่นเตี่ยนชุ่ยขนนกกระเต็นหรือไม่ เช่นนั้นจะทําให้รู้สึกเบิกบานใจกว่าหรือไม่”4916