ตอนที่ 530
ตอนที่ 530 เสน่หารักใคร่
October 31, 2026
นํ้าอุ่นที่ร้อนกว่าอุณหภูมิผิวหนัง อบอวลไปด้วยกลิ่นหอม ยังมีมือที่อบอุ่นอ่อนนุ่มอยู่ ด้านหลัง…สบายจนทําให้เฉิงฉือหลับตาพริ้ม ผิวหนังที่โผล่พ้นเสื้อผ้าล้วนถูกแผดเผาจนเป็นสีนํ้าผึ้ง ทว่าผิวและกล้ามเนื้อบนร่างกาย กลับยังคงกระจ่างใสเป็นยองใย ขาวเนียนดุจหยกดังเก่า โจวเสาจิ่นอดไม่ได้เลิกแขนเสื้อขึ้นใช้แขนของตัวเองเทียบกับสีผิวของเฉิงฉือ…คล้ายกับ ว่าจะเข้มกว่าสีผิวของนางเพียงเล็กน้อยเท่านั้น…โจวเสาจิ่นเม้มปากกลั้นยิ้ม เฉิงฉือที่สัมผัสได้ถึงความผิดปกติหรี่ตาขึ้น เก็บภาพความซุกซนของโจวเสาจิ่นเอาไว้ หัวใจของเขากระตุก นั่งตัวตรงขึ้นมาเกี่ยวลําคอของโจวเสาจิ่น โจวเสาจิ่นตกใจ ซวนเซล้มเข้าไปอยู่ในอ้อมกอดของเฉิงฉือ เสื้อผ้าของนางเปียกชุ่มไปด้วยนํ้าอย่างรวดเร็ว “เสาจิ่น ขขอโทษ” เฉิงฉือมองสบดวงตาของนาง ในดวงตาฉายความรู้สึกผิด “ข้าคิดว่า จะปิดงานได้อย่างรวดเร็ว คิดไม่ถึงว่าเรื่องราวจะยุ่งยากกว่าที่ข้าคิดเอาไว้ ตอนเจ้าคลอดลูกข้าก็ ไม่ได้อยู่ข้างๆ…” “ข้าไม่เป็นไรเจ้าค่ะ!” โจวเสาจิ่นมองดวงหน้าหล่อเหลาของเขา หัวใจเต้นตึกๆ อย่าง รุนแรง หัวสมองราวกับถูกรมด้วยควันร้อนจนฟุ้งซ่านไปแล้ว ไม่อาจไตร่ตรองอะไรได้ “ท่านแม่ ดูแลข้าอย่างดี ยังมีพี่สะใภ้รองอีก ตอนคลอดอวิ้นเกอเอ๋อร์ นางอยู่เป็นเพื่อนในห้องคลอดโดย ตลอด ยังสอนข้าว่าควรให้นมลูกอย่างไรอีกด้วย…ยังมีพี่สาว ได้รับจดหมายแล้วก็เร่งมาหา ในทันที…ฮูหยินกับท่านพ่อเองก็ให้คนนําอาหารเสริมอย่างโสมคน รังนกและเห็ดหิมะต่างๆ มาให้ …ยังบอกด้วยว่าตอนวันครบรอบร้อยวันของอวิ้นเกอเอ๋อร์จะพาน้องชายมาเยี่ยมข้าด้วย…”
4921
ยิ่งอยู่เสียงของนางก็ยิ่งเบาลง…ยิ่งอยู่ใบหน้าของเฉิงฉือก็ยิ่งใกล้นางเข้ามาเรื่อยๆ…ยิ่งอยู่ หัวใจของนางก็ยิ่งเต้นแรงขึ้น… สุดท้ายเฉิงฉือจุมพิตริมฝีปากแดงที่ทําให้เขาเฝ้าฝันถึงนั่น ลื่นละมุนและนุ่มนวลราวกับไข่ตุ๋นเนื้อนิ่ม ทําให้เฉิงฉือหลับตาพริ้ม แล้วก็อดไม่ได้ที่จะ กลืนกินนางอย่างดุดัน… โจวเสาจิ่นรู้สึกว่าเรี่ยวแรงกายล้วนถูกเฉิงฉือสูบเอาไปหมดแล้ว จนกระทั่งหน้าอกถูกถัง ไม้ทิ่มแทงจนรู้สึกเจ็บขึ้นมา นางถึงได้สติคืนกลับมา พยายามจะผลักเขาออก เฉิงฉือยังคงอ้อยอิ่งอยู่อีกหลายอึดใจกว่าจะปล่อยนาง โจวเสาจิ่นกล่าวอย่างขัดเขินว่า “ถังไม้ ทิ่มแทงข้าแล้วเจ้าค่ะ…” เฉิงฉือหัวเราะลั่น ความสุขกระโจนเข้าใส่ดวงตาของเขาในชั่วพริบตา ฉายแสงเปล่งปลั่งอยู่บนใบหน้าของ เขา “เช่นนั้นก็อาบนํ้าเป็นเพื่อนข้าสักครั้ง” ขณะที่เขากล่าว ก็ลุกขึ้นดึงโจวเสาจิ่นเข้ามาในถัง นํ้า “ไม่ได้เจ้าค่ะไม่ได้!” โจวเสาจิ่นนึกถึงว่าตนยังสวมเสื้อผ้าอยู่ “มีอะไรที่ไม่ได้หรือ” เฉิงฉือกล่าวพร้อมกับย่นคิ้วขึ้น ดวงหน้าที่เดิมทีเคร่งขรึมสุขุมดูเจ้า เล่ห์ขึ้นมาเล็กน้อย ทําให้ยิ่งอยู่ดวงหน้าของเขาก็ยิ่งสดใสมีชีวิตชีวาขึ้นมา ท่านน้าฉือช่างหล่อเหลาจริงๆ! โจวเสาจิ่นมองเขาด้วยความหลงใหลอยู่หลายส่วน4922
เฉิงฉือย่นคิ้วขึ้น สัตว์ร้ายตัวน้อยที่ซุกซ่อนอยู่ในใจราวกับต้องการจะกระโจนออกมา เขาจัดการโยนชุดที่เปียกชื้นของโจวเสาจิ่นลงพื้นไปอย่างง่ายดายและรวดเร็ว กระทั่งรู้สึก เย็นเล็กน้อยบริเวณผิวที่ชื้นไปด้วยนํ้า นางถึงได้รู้สึกตัว “ไม่ได้เจ้าค่ะไม่ได้!” โจวเสาจิ่นหน้าแดงกํ่า แขนทั้งสองข้างกอดลําตัวที่สวมเพียงเอี๊ยมสี ม่วงปักดอกซิ่วฉิว2891สีชมพูดอกใหญ่ไว้ประเดี๋ยวตอนที่สาวใช้มาเก็บกวาดของเห็นสภาพเช่นนี้แล้วจะคิดอย่างไรต่อไปนางจะพบหน้าผู้คนได้อย่างไรแต่นางและเฉิงฉือกลับมาเจอกันอีกครั้งหลังจากแยกจากกันมานาน เฉิงฉืออยู่ที่ไคเฟิ งลําบากขนาดนั้น หากนางปฏิเสธเขา จะทําให้เขาไม่พอใจหรือไม่จะซ้ายหรือขวาโจวเสาจิ่นล้วนลําบากใจ เฉิงฉือโน้มตัวมาข้างหน้า แนบหน้าผากลงกับหน้าผากของนาง ถามนางเสียงแหบตํ่าว่า “เสาจิ่น ข้าอยู่ที่โน่นล้วนเฝ้าหวังให้ได้กลับมาเร็วสักหน่อยทุกคํ่าคืน เจ้าเคยคิดถึงข้าหรือไม่”เสียงที่ตั้งใจกดให้ตํ่าลงนั้นอ่อนหวานกลมกล่อมทว่ากลับล่อลวงให้คนลุ่มหลงมึนเมาโจวเสาจิ่นดื่มดํ่าลุ่มหลงอยู่ในนั้น กล่าวอย่างโง่งมว่า “คิดถึงเจ้าค่ะ คิดถึงท่านน้าฉือทุกวัน” ขณะที่กล่าว นํ้าตาก็ไหลลงมาอย่างไม่ให้สุ้มให้เสียง “คิดว่าท่านน้าฉือกําลังทําอะไรอยู่คิดถึงข้าหรือไม่ การงานมีอุปสรรคหรือไม่ จะทํางานทั้งวันทั้งคืนหรือไม่…”สายตาที่ลุ่มหลงนั่นราวกับสุราเก่าแก่ชั้นยอด ทําให้เฉิงฉือรู้สึกมึนเมาเล็กน้อยแม้ยังไม่ได้ดื่มก็ตาม1 ดอกซิ่วฉิว ดอกไฮเดรนเยีย
4923
“เด็กโง่!” เขากอดนางไว้ในอ้อมกอดแน่น กระโจนร่างเข้าสู่หุบเขาแห่งดอกไม้นั่น“อื้อ!” ครวญเสียงตํ่า ถูกเฉิงฉือทําให้จุก ทว่าเจ็บจนทําให้โจวเสาจิ่นเบิกดวงตากว้างเฉิงฉือหัวเราะเสียงตํ่า ใช้ฝ่ ามือปิดตานาง กัดใบหูที่ทําให้นางตื่นตัวมากที่สุดพร้อมกับกระซิบเสียงเบาว่า “หลับตาเสีย!”โจวเสาจิ่นอายหน้าแดงนางกลัวเหลือเกินว่าจะเห็นสีหน้าที่แฝงรอยหยอกเย้าเอาไว้หลายส่วนของเขาคล้ายกับว่ามองความปรารถนาในใจนางที่มีต่อเขาได้อย่างทะลุปรุโปร่งก็ไม่ปานแต่หลับตาไว้เช่นนี้ ความรู้สึกช่วงล่างของร่างกายกลับยิ่งเด่นชัดขึ้นมาขยายตัวบวมคับแน่น รู้สึกเจ็บเล็กน้อย…ทําให้นางนึกถึงลําโป่งพองนั่นยามเขานิ่งสงบหากเขากําลังดีใจมีความสุข เกรงว่าคงยิ่งทําให้คนตกใจมากขึ้นกระมังโจวเสาจิ่นหน้าร้อนผ่าว ร่างกายอ่อนปวกเปียกไปกว่าครึ่ง คล้ายกับแหนพืชลอยนํ้าที่เกาะอยู่บนตัวเขาชั่วคราว เขาขึ้นลงก็ขึ้นลงตามเขา เขามีความสุขก็มีความสุขตามเขา เขาบ้าคลั่งก็บ้าคลั่งตามเขา…กระทั่งนางทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว คว้าจับแขนหนาแข็งแรงของเขาไว้พร้อมกับสะอื้นไห้ออกมาเบาๆ“เสาจิ่น เสาจิ่น” นํ้าเสียงเป็นกังวลเล็กน้อยของเฉิงฉือดังขึ้นที่ข้างหูนางนางเงยหน้าขึ้นมาอย่างงงงวย ราวกับลูกแมวหลงทาง มองแล้วหัวใจของเขากระเพื่อมเป็นระลอกคลื่น จึงกัดใบหูของนางอย่างห้ามไม่อยู่ กล่าวว่า “เด็กดี รู้สึกไม่สบายตัวใช่หรือไม่”โจวเสาจิ่นพยักหน้า4924ของบวมเป่งในร่างถอยออกไปแล้วนางก็ส่ายศีรษะอีกท่านน้าฉือไปไหนแล้ว…นางยื่นแขนไปหาเฉิงฉือ ขานเรียกอย่างออดอ้อนว่า “ท่านน้าฉือ”ดวงหน้าของเฉิงฉือดํามืดเล็กน้อยแต่เมื่อเห็นโจวเสาจิ่นที่โผเข้ามากอดเขาแน่นประหนึ่งลูกนกหัดบินในป่านั่นแล้ว จากก้นบึ้งในใจของเขาก็รู้สึกบ้าคลั่งและใจสั่นระรัวอย่างอธิบายไม่ได้ขึ้นมา“เสาจิ่น” เขาเรียกนางเบาๆ สอดลึกเข้าไปในร่างของนาง “ข้าคือใคร”โจวเสาจิ่นรู้สึกร่างคับแน่น กล่าวหายใจติดขัดอย่างมึนๆ งงๆ ว่า “นายท่านสี่…จื่อชวน…ท่านน้าฉือ…”