ตอนที่ 531
ตอนที่ 531 เลื่อนยศตําแหน่ง
October 31, 2026
โจวเสาจิ่นฟังถ้อยคํานี้แล้วรู้สึกอิ่มเอมใจเล็กน้อย กล่าวขึ้นว่า “ข้าอยากไปกับท่านเจ้าค่ะ …” เฉิงฉือรู้ว่านางอยากช่วยเหลือเขา ยิ้มพลางหอมหน้าผากของนาง กล่าวเสียงอบอุ่นว่า “ไม่ต้องหรอก เจ้าดูขุนนางใหญ่ซ่ง ฮูหยินซ่งเองก็ไม่ค่อยได้ออกไปเข้าสังคมสักเท่าไร สามีภรรยา ทุกคู่ล้วนไม่เหมือนกัน มีที่เหมือนกับท่านแม่ของข้า และก็มีที่เหมือนกับฮูหยินซ่งเช่นนั้นด้วย เจ้า เพียงสนใจทําสิ่งที่เจ้าชื่นชอบก็พอ ภรรยาเป็นที่เคารพตามสามี หากไม่มีท่านพ่อของข้า ต่อให้ ท่านแม่ของข้าเป็นเช่นนี้ ก็ไม่มีที่ให้แสดงความสามารถเช่นกัน และต่อให้ฮูหยินซ่งเป็นเช่นนี้ เดิน ออกไปก็ได้รับการเคารพให้เกียรติจากผู้อื่นดุจเดียวกัน” “แต่หากเป็นอย่างท่านแม่ได้ บางเรื่องก็คงจะง่ายดายขึ้นบ้างกระมัง” โจวเสาจิ่นกล่าวอ ย่างลังเล “ข้าอยากไปกับท่าน ไม่อยากเป็นตัวถ่วงของท่าน” “นั่นไม่เหมือนกัน” เฉิงฉือกล่าวยิ้มๆ “บางครั้งพูดมากก็ผิดพลาดมาก ไม่พูดก็ไม่ผิด หาก เจ้าอยู่บ้านช่วยข้าแสดงความกตัญ�ูต่อท่านแม่ คลอดลูกน้อยให้ข้าอีกสักสองสามคนได้ ก็ เหมือนกัน” โจวเสาจิ่นหน้าแดงขึ้นมาอีกครั้ง เฉิงฉือนึกถึงว่าฮูหยินซ่งโปรดปรานโจวเสาจิ่นมากมาโดยตลอด จึงกล่าวยิ้มๆ ว่า “หาก เจ้าอยากไปกับข้า เช่นนั้นพวกเราก็ไปตระกูลซ่งด้วยกันก็แล้วกัน หลังจากเยี่ยมนายท่านผู้เฒ่าซ่ง แล้ว ข้าไปคุยกับขุนนางใหญ่ซ่ง ส่วนเจ้าไปเจอฮูหยินซ่ง พวกเราไปเยี่ยมพวกเขาด้วยกัน” “เช่นนั้นไม่ต้องดีกว่าเจ้าค่ะ!” โจวเสาจิ่นกล่าวอย่างกระดากอาย “ท่านไปตระกูลซ่ง เพราะมีธุระ!”4931 “ก็มิได้ทําให้ธุระล่าช้าอะไร” เฉิงฉือกอดนางยิ้มๆ กล่าวว่า “รีบไปเปลี่ยนชุดเสีย พวกเรา ไปตระกูลซ่งด้วยกัน” “ได้จริงๆ หรือเจ้าคะ” โจวเสาจิ่นยังคงกังวลใจเล็กน้อยว่าตัวเองจะเป็นภาระของเฉิงฉือ “ได้จริงๆ!” เฉิงฉือกล่าวยิ้มๆ “หากไม่ได้ ข้าย่อมไม่พาเจ้าไปอย่างแน่นอน” เช่นนั้นนางก็จะตั้งใจอยู่พูดคุยกับฮูหยินซ่งก็แล้วกัน ทั้งสองคนไปแจ้งให้ฮูหยินผู้เฒ่ากัวทราบครั้งหนึ่ง ให้นมอวิ้นเกอเอ๋อร์อีกครั้ง กําหนดเวลา กลับมาแล้วก็ไปที่จวนตระกูลซ่งด้วยกัน ที่จวนตระกูลซ่งทางด้านโน้นได้รับข่าวแล้ว ใต้เท้าซ่งและฮูหยินซ่งรอต้อนรับพวกเขาอยู่ที่ หน้าประตูใหญ่ด้วยตัวเอง ทั้งสองคนไปพบนายท่านผู้เฒ่าซ่ง นายท่านผู้เฒ่าซ่งไออย่างรุนแรง ทว่าสีหน้ากับตื่นเต้นยินดียิ่ง พูดถึงเรื่องขุดลอกแม่ นํ้าเหลืองขึ้นมาราวกับแจกแจงทรัพย์สมบัติของตระกูล แต่พอพูดถึงเรื่องเจ้าหน้าที่ผู้มีอํานาจที่ไค เฟิ งกลับจําได้เพียงคร่าวๆ เท่านั้น เห็นได้ชัดว่านายท่านผู้เฒ่าซ่งพุ่งความสนใจไปที่งานจัดการ แม่นํ้าทั้งหมดตั้งแต่ต้น ทุกคนพูดคุยกันครู่หนึ่ง ดวงหน้าของนายท่านผู้เฒ่าซ่งเผยความอ่อนล้าออกมาให้เห็น โจวเสาจิ่นและเฉิงฉือจึงลุกขึ้นกล่าวอําลา ดวงหน้าของขุนนางใหญ่ซ่งพลันหดหู่ลงมา กล่าวกับเฉิงฉือว่า “ฎีกาเสนอการเลื่อน ตําแหน่งถวายขึ้นไปเรียบร้อยแล้ว การประชุมเช้าวันพรุ่งนี้ก็น่าจะมีการเตรียมการให้เจ้าแล้วถึง จะถูก ด้านนายท่านผู้เฒ่าทางนี้ หากเจ้าไม่มีธุระก็มาเยี่ยมเยียนบ่อยๆ เถิด พวกหมอหลวงของ สํานักหมอหลวงกล่าวว่า สมัยหนุ่มนายท่านผู้เฒ่าใช้ชีวิตลําบากมากเกินไป ตอนไปขุดลอกแม่4932 นํ้าเหลืองก็ไม่ระมัดระวังสักเท่าไร จึงป่ วยจากการทํางานสะสม ตอนนี้ก็เพียงมาใช้ชีวิตในบั้นปลายเท่านั้นแล้ว!”ตอนที่โจวเสาจิ่นเห็นสภาพของนายท่านผู้เฒ่าซ่งก็พอจะรู้สึกได้อยู่รางๆ แล้วก่อนหน้านี้เฉิงฉือเคยจับชีพจรให้นายท่านผู้เฒ่าซ่งมาก่อน เห็นด้วยกับพวกหมอหลวงจากสํานักหมอหลวง จึงเตรียมใจมานานแล้ว ต่อให้เป็นเช่นนั้น เขาฟังแล้วยังคงรู้สึกสลดหดหู่กล่าวเสียงเบาว่า “ยามว่างข้าจะมาเยี่ยมนายท่านผู้เฒ่าบ่อยๆ”ขุนนางใหญ่ซ่งพยักหน้า นัยน์ตามีนํ้าสั่นไหวระริกโจวเสาจิ่นและฮูหยินซ่งมองแล้วต่างรู้สึกเศร้าใจ ทุกคนต่างไม่มีกะจิตกะใจพูดคุย เงียบไปตลอดทางที่เดินกลับห้องโถงขุนนางใหญ่ซ่งและเฉิงฉือไปคุยกันที่ห้องหนังสือ ฮูหยินซ่งและโจวเสาจิ่นไปที่ห้องนั่งเล่นของเรือนหลัก ทางด้านขุนนางใหญ่ซ่งถามถึงแผนการของเฉิงฉือ ส่วนฮูหยินซ่งและโจวเสาจิ่นพูดคุยเรื่องในบ้านกัน “…เจ้าใหญ่กําหนดวันแต่งงานเป็นวันที่หนึ่งเดือนเก้า ตอนวันแต่งเจ้าต้องมาให้เร็วสักหน่อย เจ้าใหญ่เป็นบุตรชายคนโต ตระกูลซ่งไม่ได้จัดงานรื่นเริงมาหลายปีแล้ว ญาติของฝั่งฮูหยินคนเก่าทางด้านโน้นล้วนมากันหมด ข้ากลัวว่าถึงเวลาจะยุ่งจนจัดการไม่ไหว เจ้าต้องมาช่วยข้าด้วย”ฮูหยินคนเก่าที่ฮูหยินซ่งกล่าวถึงคือภรรยาคนแรกของขุนนางใหญ่ซ่ง และก็คือญาติพี่น้องจากฝั่งมารดาผู้ให้กําเนิดของซ่งมู่นั่นเองโจวเสาจิ่นขานรับคําซํ้าๆ ถามถึงลูกพี่ลูกน้องสาวทั้งสองคนของฝั่งโน้นขึ้นมาฮูหยินซ่งเบ้ปาก กล่าวว่า “แต่งงานกันหมดแล้ว ผู้หนึ่งแต่งกับเจ้าหน้าที่เสมียน ส่วนอีกผู้หนึ่งแต่งกับพ่อค้า นายท่านทําหน้าเย็นชาอยู่ตลอด ตอนนี้ไม่ค่อยมาที่บ้านแล้ว…”4933เสียงพูดของนางยังไม่ทันจบลง ก็มีเสียงอึกทึกหนึ่งดังเข้ามาจากด้านนอกฮูหยินซ่งขมวดคิ้วมุ่น กําลังจะถามว่าผู้ใด ม่านไข่มุกเสียดสีส่งเสียงดังขึ้น ซ่งเซินที่อายุสิบสามปีแล้วพุ่งตัวเข้ามา “พี่สาวเสาจิ่น พี่สาวเสาจิ่น ท่านมาตั้งแต่เมื่อใด เหตุใดถึงไม่บอกแต่เนิ่นๆ สักคํา อวิ้นเกอเอ๋อร์มากับท่านด้วยหรือไม่ขอรับ”“เจ้าตัววายร้าย!” ฮูหยินซ่งหน้าเคร่ง “กล่าวอะไรของเจ้า”ซ่งเซินมุ่ยปาก ดวงหน้างดงามเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดโจวเสาจิ่นอดไม่ได้เม้มปากกลั้นหัวเราะ นึกถึงคําพูดที่เขาวิ่งเข้ามากล่าวกับนางตอนที่เรื่องของตนและซ่งมู่ไม่ประสบผลสําเร็จว่า พี่ชายไม่สู่ขอท่าน ท่านรอข้าโตสักหน่อยแล้วข้าจะไปสู่ขอท่านเอง ขึ้นมา จึงกล่าวยิ้มๆ ว่า “อาเซิน ตอนนี้ข้าเป็น ‘อาสะใภ้’ ของเจ้าแล้ว เจ้าจะเรียกคนตามใจไม่ได้แล้ว!”ซ่งเซินย่นคิ้วขึ้น ขานเรียก “ท่านอาสะใภ้” เสียงหนึ่งอย่างไม่เต็มใจโจวเสาจิ่นหัวเราะออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ฮูหยินซ่งเองก็ตบศีรษะของซ่งเซินเบาๆ “ยังไม่ทําความเคารพอาสะใภ้ของเจ้าอีก!ร่างกายสกปรกยิ่งนัก ไปวิ่งซนที่ไหนมาอีกแล้ว”“ข้าไม่ได้ไปเล่นซนนะขอรับ!” ซ่งเซินปัดมือของมารดาอย่างไม่พอใจ กล่าวว่า “วันนี้ข้าช่วยอาจารย์ทําธุระมา”ตอนนี้เขาเรียนหนังสืออยู่ที่สํานักศึกษาซวงเฮ่อ ตัวสูงกว่าโจวเสาจิ่นแล้ว เพียงแต่ว่าร่างกายผ่ายผอมยิ่งนัก คล้ายกับกิ่งหลิวก็ไม่ปาน ทําให้คนเป็นห่วงว่าเขาผอมและอ่อนแอเกินไปจะล้มพับลงไปได้4934ฮูหยินซ่งกล่าว “เอาละๆ รีบไปพักผ่อนเถิด! ประเดี๋ยวมารับมื้อเย็นกับอาสะใภ้”ซ่งเซินเดินจากไปอย่างยินดีลิงโลด