ตอนที่ 533
ตอนที่ 533 รังเกียจ
October 31, 2026
“ข้าได้ยินมาจากท่านแม่ของข้า” เฉิงเซิงไม่ปิดบัง กล่าวต่อว่า “ท่านแม่ของข้าได้ยินมา จากท่านป้าสะใภ้ใหญ่ แต่ว่าท่านป้าสะใภ้ใหญ่เล่าไม่ละเอียดนัก ท่านแม่ของข้าเองก็เลยไม่รู้ รายละเอียดเช่นกัน เพียงเป็นห่วงเล็กน้อยเท่านั้น ท่านอาสี่ฉือกลับมา อาสะใภ้สี่เชิญพวกเรามา กินข้าว ท่านอาสี่ฉือก็ได้รับการเลื่อนตําแหน่ง ตามหลักแล้วท่านอาเวิ่นเองก็น่าจะมาร่วมด้วยถึง จะถูก วันนี้ไม่เพียงท่านอาเวิ่นที่ไม่มา น้องชายนั่วและอู๋ซื่อก็ไม่มาเช่นกัน…ข้ารู้สึกเป็ นห่วง เล็กน้อย ตระกูลหลี่ที่หลูเจียง ตระกูลฟางที่ซูเฉิง และตระกูลกู้ที่ไห่หนิง…ตระกูลพวกเขาไม่มีเรื่อง เช่นนี้!” ช่างน่าขายหน้าจริงๆ! ไม่เพียงโจวเสาจิ่น แม้แต่หมิ่นเจียเองก็หน้าแดงกํ่าไปหมด “เล่าแล้วเรื่องมันยาว” หมิ่นเจียเหลือบตาขึ้นมองฮูหยินผู้เฒ่ากัวที่มีชิวซื่อดูงิ้วเป็นเพื่อน อยู่ด้วยอย่างออกรสออกชาติ กระซิบเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟังรอบหนึ่ง “…ไม่ว่าอย่างไร การที่ น้องชายนั่วเลี้ยงสตรีไว้ข้างนอกผู้หนึ่งนั้นไม่ถูกต้อง ตามความคิดของพ่อสามีข้าแล้ว ให้ที่บ้าน ออกหน้าไปเจรจากับสตรีผู้นั้น หรือไม่ก็ให้เข้าบ้านมา หรือไม่ก็ตัดขาดเป็นสองท่อนในคราวเดียว เสีย หากเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเงินทอง ทางท่านอาเวิ่นมีไม่พอใช้ ก็ให้พวกข้าเอาออกมา ช่วยเหลือ กล่าวคือไม่อาจให้ผู้อื่นมองตระกูลเฉิงเป็นเรื่องขบขันได้… …น้องชายนั่วกลับกล่าวคําสาบานว่าเขากับแม่นางคังที่หกผู้นั้นบริสุทธิ์ใจต่อกัน ไม่มี ความสัมพันธ์อะไรกันจริงๆ ทั้งหมดเป็นการคิดไปเองของอู๋ซื่อ… …ท่านแม่ของข้าจึงไปหาแม่นางคังที่หกผู้นั้นด้วยตัวเอง… …ความจริงแล้วที่อู๋เป่าจางพูดมานั้นไม่ถูกต้อง…4949 …บ้านหลังนั้นเป็นของแม่นางคังที่หก ร้านค้าที่ประตูซีจื๋อและการค้าที่ฮุยเซี่ยนก็ล้วน แล้วแต่เป็นของแม่นางคังที่หกผู้นั้นทั้งสิ้น ลูกพี่ลูกน้องชายของนางผู้นั้น เป็นเพียงหลงจู๊ใหญ่มาก ความสามารถที่สุดของนางเท่านั้น” “อะไรนะ” โจวเสาจิ่นและเฉิงเซิงต่างปากอ้าตาค้าง หมิ่นเจียยิ้มขื่น “อู๋ซื่อไม่สืบเรื่องให้แน่ชัดสักอย่าง ก็หาเรื่องผู้อื่นอย่างบ้าคลั่งอยู่ตรงนั้น แล้ว… …แม่นางคังที่หกกําพร้าบิดามารดาตั้งแต่เด็กและได้ย่าเลี้ยงดูจนเติบใหญ่มานั้นไม่ผิด แต่ผู้อื่นมีท่านอาที่ดีผู้หนึ่ง หลังจากบิดาของนางเสียชีวิตแล้ว ก็ดูแลกิจการที่บรรพบุรุษทิ้งไว้ให้มา โดยตลอด จวบจนแม่นางคังที่หกอายุได้สิบสี่ปี ก็ยกส่วนที่เป็นของบิดานางให้แม่นางคังที่หก ทั้งหมด ยังจับมือสอนนางทําการค้าด้วยตัวเอง กลัวว่านางแต่งงานเข้าบ้านผู้อื่นแล้วจะได้รับ ความลําบาก ตัดสินใจให้นางแต่งสามีเข้าบ้าน… …ก่อนหน้านี้มิใช่ว่าอู๋ซื่อไปยืมเงินที่ร้านขายผ้าของแม่นางคังที่หกหรอกหรือ ต่อมาอู๋ซื่อ มักจะลากยาวไปเรื่อยๆ อยู่ตลอด ความจริงแล้วแม่นางคังที่หกก็ไม่ได้ให้ความสําคัญกับเงินไม่กี่ ร้อยเหลี่ยงนั่น ทว่าอู๋ซื่อกลับประเมินผู้อื่นจากความคิดของตัวเอง คืนเงินแล้วก็ไปยืมจากผู้อื่นมา อีก ผู้อื่นถามถึง ไม่เพียงไม่มีคําขอบคุณสักคํา ยังละโมบอยากได้ดอกเบี้ยเหล่านั้นของผู้อื่นอีก ด้วย เตรียมการไว้ว่าถึงเวลาใช้หนี้ก็คืน คืนแล้วอีกสองสามวันค่อยไปยืมมาใช้ใหม่… …ไม่มีผู้ใดโง่เขลาไปกว่าผู้ใด!… …นอกจากนี้แม่นางคังที่หกเป็นคนรับผิดชอบบ้านทั้งบ้าน ได้ยินถ้อยคํานี้แล้วจะสบายใจ ได้อย่างไร รอจนนางคืนเงินแล้ว ก็ไม่ยอมให้นางยืมเงินอีก… …หากนางปล่อยให้เรื่องจบกันไปเช่นนี้ก็ดีแล้ว…4950…แต่จิตใจมนุษย์ไม่รู้จักพอเหมือนกับงูที่พยายามเขมือบช้าง ใช้น้องชายนั่วที่อยู่บ้านเป็นแพ ต้องการให้น้องชายนั่วไปยืมเงิน……น้องชายนั่วเป็นคนซื่อตรงผู้หนึ่ง ไม่รู้ก็แล้วกันไป แต่พอรู้แล้วไหนเลยจะมีหน้าไปยืมได้และเมื่อฟังคําของเพื่อนบ้านแล้ว ใบหน้าก็ร้อนผ่าว รีบถือกล่องของขวัญสิบสองอย่างไปกล่าวขอโทษตระกูลคัง……ประจวบเหมาะกับที่แม่นางคังที่หกอยู่บ้านพอดี เห็นน้องชายนั่วมีความจริงใจ ก็เลยปล่อยเรื่องนี้ไปเสีย……เพราะตอนพบหน้าได้คุยกันสองสามประโยค รู้ว่ากิจการค้าใบชาของน้องชายนั่วไม่สู้ดีนัก ประจวบเหมาะกับที่เมื่อก่อนตระกูลคังเองก็เคยทํากิจการค้าใบชามาก่อน เพียงแต่ว่าต่อมาพวกเขาต้องการให้ความสําคัญกับการค้าผ้าเป็นหลัก หลงจู๊ใหญ่ที่เคยดูแลกิจการค้าใบชาป่วยเสียชีวิต ยุ่งทั้งสองด้าน ก็เลยดูแลไม่ค่อยทั่วถึง จึงแนะนําคู่ค้าที่ยังติดต่อกันอยู่สองสามคนให้น้องชายนั่ว……น้องชายนั่วผู้นี้เจ้ามอบหมายงานเล็กๆ น้อยๆ ให้เขาทํายังพอได้ แต่เรื่องเจรจาการค้าเช่นนี้เขาทําได้ที่ไหนกัน ผู้อื่นแนะนําคู่ค้าให้เขาแล้ว เขากลับเจรจาไม่สําเร็จ……แม่นางคังที่หกผู้นั้นคิดว่าเป็นเพราะคู่ค้าคนนั้นเห็นน้องชายนั่วอายุน้อยก็เลยดูถูกเขาคิดว่าสุดท้ายแล้วนางเป็นคนลากเรื่องนี้เข้ามา คงไม่อาจปล่อยให้น้องชายนั่วจากไปอย่างหดหู่ใจเช่นนี้ได้ จึงใช้นามของตัวเองไปเชิญคู่ค้าเจ้านั้นมาอีกครั้งหนึ่ง ฝืนทําการค้ากับผู้อื่นครั้งหนึ่ง ก็ได้เงินค่านํ้าชามาก้อนหนึ่งเท่านั้น……แม่นางคังที่หกรู้สึกเสียใจ จึงแนะนําคู่ค้าอีกเจ้าหนึ่งให้น้องชายนั่ว ยังสอนน้องชายนั่วว่าควรสวมเสื้อผ้าอะไร ต้องพูดอะไร ยามพูดถึงราคาและคุณภาพของใบชาควรพูดอย่างไร ยามพูดคุยถึงเรื่องทั่วไปควรทําอย่างไร น้องชายนั่วจึงทําตามที่นางสอน การค้าครั้งนี้จึงเจรจาสําเร็จ…4951…น้องชายนั่วรู้สึกซาบซึ้งใจเป็นอย่างยิ่ง มีอะไรก็ให้หลงจู๊ของโรงนํ้าชาไปขอคําชี้แนะจากแม่นางคังที่หก……แม่นางคังที่หกผู้นั้นเคยได้รับการดูแลจากลูกพี่ลูกน้องที่เป็นหลงจู๊ของนางผู้นั้นมาก่อนมาจิงเฉิงครั้งนี้หนึ่งเพื่อมาดูร้านค้าทางด้านนี้สักหน่อย และสองเพื่อมาเยี่ยมพี่สะใภ้ที่ใกล้คลอดจึงว่างไม่มีอะไรทําก็เลยช่วยให้คําแนะนําน้องชายนั่วไปหลายครั้ง……เดิมทีแล้วตระกูลของพวกเขาเดินอยู่ในเส้นสายของชวีหยวนถึงได้มีที่ยืนที่มั่นคงในเมืองหลวง ตอนนี้ชวีหยวนตกตํ่าลง การค้าของพวกเขาก็ไม่ได้ราบรื่นเหมือนเมื่อก่อนแล้ว แม่นางคังที่หกพยายามหาเส้นสายในเมืองหลวงหลายที่แล้วล้วนไม่สําเร็จ จึงคิดจะโยกย้ายคนที่อยู่ในจิงเฉิงทั้งหมด และเอาร้านค้าให้ผู้อื่นเช่าทําการค้าแทน……เมื่อข่าวคราวแพร่ออกไป ก็มีคนคิดจะหาประโยชน์จากร้านค้าของพวกเขา……น้องชายนั่วเห็นแล้วก็เอาป้ายชื่อของพ่อสามีข้าที่อยู่ในมือท่านอาเวิ่นใบนั้นมอบให้แม่นางคังที่หก ยามมีคนมาวุ่นวายในร้านอีกให้นางนําป้ายชื่อนี้ไปพบผู้พิพากษาของที่ว่าการเขตซุ่นเทียน……ก่อนหน้านี้แม่นางคังที่หกไม่รู้ว่าน้องชายนั่วมีความสัมพันธ์กับตระกูลเฉิงของพวกเรา……เมื่อรู้ว่าท่านอาเวิ่นเป็นญาติกับพวกเรา บอกว่าป้ายชื่อของพ่อสามีใบนี้เกรงว่าก็คงมิใช่ขอมาได้ง่ายๆ เอามาใช้เช่นนี้น่าเสียดายเกินไป มิสู้เก็บไว้ใช้ในยามคับขันของชีวิตดีกว่า จึงไม่ได้รับไว้…