ตอนที่ 534
ตอนที่ 534 ตอแย
October 31, 2026
เฉิงฉือจึงบีบจมูกนาง กล่าวว่า “อะไรที่เรียกว่าพ่อสามีเหมือนข้าหรือไม่ มิใช่ควรจะเป็น ข้าเหมือนท่านพ่อของข้าหรือไม่หรอกหรือ” โจวเสาจิ่นหัวเราะอย่างขัดเขิน เฉิงฉือกล่าวยิ้มๆ ว่า “ท่านแม่ข้าและท่านพ่อข้าหน้าตาคล้ายกันเล็กน้อยอยู่แล้ว พวกข้า สามพี่น้องเองก็บอกไม่ได้ว่าเหมือนท่านแม่ข้ามากกว่าหรือว่าเหมือนท่านพ่อข้ามากกว่า ที่พวก เขาพูดกันว่าอวิ้นเกอเอ๋อร์เหมือนท่านพ่อข้า นั่นคงหมายถึงอารมณ์ของเขาเหมือนท่านพ่อข้า กระมัง ว่ากันว่าท่านพ่อข้าอารมณ์ร้อนยิ่งนัก คนในบ้านต่างกลัวเขาทั้งนั้น แต่บางทีอาจมีส่วน เกี่ยวข้องกับท่านปู่ของข้า เวลานั้นท่านปู่ของข้าไม่ค่อยสนใจอะไรสักเท่าใด แต่ที่น่าแปลกก็คือใน ความทรงจําของข้านั้นเขาเป็นคนอารมณ์ดีอยู่ตลอด ไม่ว่าข้าทําอะไรก็เพียงฮึดฮัดข่มขู่ข้าคํารบ หนึ่งเท่านั้น บอกว่าจะตีข้าก็เพียงถือหวายหรือไม่ก็ไม้เรียวมาข่มขู่เท่านั้น” โจวเสาจิ่นรู้ว่า เนื่องจากตอนที่ท่านปู่ ของเฉิงฉือเกิดนั้นได้รับความยากลําบาก สมองจึง ไม่ค่อยดีเท่าไรนัก ต่อมาที่จวนหลักยืนหยัดขึ้นมาได้ ต้องชื่นชมเฉิงซวินที่รับผิดชอบดูแล ครอบครัวมาได้อย่างดี นางอดไม่ได้กอดแขนเฉิงฉือไว้ กล่าวอย่างกระตือรือร้นว่า “อวิ้นเกอเอ๋อร์ของพวกเราจะ เหมือนพ่อสามีหรือไม่เจ้าคะ ที่เมื่อโตขึ้นไปแล้วเป็นคนที่ดูแลครอบครัวได้ผู้หนึ่ง” บิดามารดามองบุตรของตัวเอง ไม่ว่ามองอย่างไรก็เห็นว่าดีไปหมด รู้สึกว่าเมื่อโตขึ้นไป แล้วต่อให้เป็นการเข้ารับตําแหน่งในราชสํานักก็มิใช่เรื่องยากอะไร เฉิงฉือหัวเราะฮ่า กอดโจวเสาจิ่นไว้อย่างรักใคร่4957 ไกลออกไปที่ประตูซีจื๋ออู๋เป่ าจางนอนพิงหัวเตียงฟังเสียงตีกลองบอกเวลายามสาม ไม่ รู้สึกง่วงเลยแม้แต่นิดเดียว นางคิดไม่ถึงว่าเฉิงนั่วจะดื้อดึงขนาดนี้ ไม่ว่าใครมาเกลี้ยกล่อมเขา เขาก็พูดเพียงประโยค เดียวว่า ข้าต้องการขับไล่ภรรยา เพื่อเรื่องนี้แล้ว พ่อสามีถึงกับหยิบหวายมาเฆี่ยนเขาไปคํารบหนึ่ง แต่เขาก็ดี ตอบพ่อสามี ไปประโยคหนึ่งว่า กฎของตระกูลเฉิงบอกว่า บุรุษอายุสี่สิบปีแล้วไม่มีบุตรถึงรับอนุได้ ท่านเองก็ เลี้ยงอนุข้างนอกไว้ผู้หนึ่งมิใช่หรือ ท่านเอาอะไรมาว่าข้า ทําให้พ่อสามีสะอึกอยู่ตรงนั้นพูดอะไรไม่ ออก เรื่องนี้ช่างยุ่งยากวุ่นวายจริงๆ! อู๋เป่าจางคิด พลางตะโกนเรียกสาวใช้มารินนํ้าให้นางจอกหนึ่ง ดื่มนํ้าแล้ว นางรู้สึกว่าตัวเองดีขึ้นมากแล้ว นางส่งจดหมายด่วนกลับไปที่จินหลิง ตามหลักแล้วจดหมายของสะใภ้ใหญ่สือเจิ้งซื่อ ทางด้านโน้นก็น่าจะมาถึงแล้ว หรือว่าทางด้านโน้นจะมีเรื่องอะไรทําให้ล่าช้า? แม้ในความฝันอู๋เป่าจางก็คิดไม่ถึงว่าคนที่ดูแต่งตัวธรรมดาสามัญ หน้าตาเพียงนับได้ว่า งดงามอย่างแม่นางคังที่หกผู้นั้นจะเป็นแม่ค้าที่รํ่ารวยผู้หนึ่ง นางรู้สึกอยู่รางๆ ว่า ที่เฉิงนั่วยืนกรานจะขับไล่นางให้ได้นั้น มีส่วนเกี่ยวข้องกับแม่นางคัง ที่หกผู้นั้น เมื่อก่อนเฉิงนั่วเป็นคนที่พึงพอใจแค่ในสิ่งที่ตัวเองทําได้และไร้ความทะเยอทะยานผู้หนึ่ง อู๋เป่าจางครุ่นคิด ตัดสินใจไปคุยกับเฉิงนั่ว4958 เฉิงนั่วถูกเฆี่ยน หลังเต็มไปด้วยบาดแผล ทําได้เพียงนอนควํ่าอยู่บนเตียง เห็นอู๋เป่าจางเข้ามา เขาไม่อยากแม้แต่จะปรายตามองด้วยซํ้า อู๋เป่ าจางนั่งลงตรงหัวเตียง ก้มหน้าลง กล่าวเสียงเบาว่า “สามี เรื่องของแม่นางคังที่หก เป็นข้าที่ทําไม่ถูก แต่ก็เพราะข้ากลัวว่าท่านจะถูกนางล่อลวงถึงได้ทําเช่นนั้น! ท่านยกโทษให้ข้าสักครั้งหนึ่งเถิด ต่อไปพวกเราตั้งใจใช้ชีวิตด้วยกันดีๆ ให้กําเนิดบุตรชายหญิง และกตัญ�ูต่อบิดามารดา…”เฉิงนั่วไม่อยากเจออู๋เป่าจางตอนแต่งงานกันใหม่ๆ เขาชอบอู่เป่าจางมากหน้าตางดงาม อีกทั้งปฏิบัติต่อผู้คนอย่างอบอุ่นอ่อนโยนแต่ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นเพียงเปลือกนอก ในใจของนางดูถูกตน ยามเผลอสายตาเต็มไปด้วยความดูแคลน ไม่เหมือนแม่นางคังที่หก สายตาที่มองเขาใจดีและอบอุ่นอ่อนโยน เขามีเรื่องอะไรที่ทําได้ไม่ดี นางมักจะบอกเขาอย่างเอาใจใส่ หากเขาปรับเปลี่ยนได้แล้ว นางก็จะดีใจแทนเขาอย่างจริงใจ…วันนั้นนางยังกล่าวด้วยความโกรธว่าจะเป็นอนุให้ตน นอกจากนี้ยังพูดต่อหน้าลูกพี่ลูกน้องชาย พี่สะใภ้รวมถึงหลงจู๊และเสมียนของตระกูลคังอีกด้วย…นางดีขนาดนั้น เขาจะให้นางมารับความอัปยศเช่นนี้ได้อย่างไร!เขานึกถึงภาพเหตุการณ์ตอนที่เขาไปแบกนางออกมาจากคุกในวันนั้นขึ้นมาร่างกายสะอาดสะอ้านดูไม่ออกว่าได้รับบาดเจ็บแม้แต่นิดเดียว ทว่าแม้แต่เดินกลับขยับเขยื้อนไม่ได้ เห็นเขาแล้ว กว่าครู่ใหญ่แววตาที่ว่างเปล่านั้นถึงจดจําเขาได้…เขาคิดๆ แล้วอยากจะฆ่าอู๋เป่าจางเสีย4959วันนั้นอีกเพียงนิดเดียวเขาก็คว้าคอของอู๋เป่าจางได้แล้วเป็นแม่นางคังที่หกบอกว่าไม่คุ้มค่าไม่คุ้มค่าที่เขาจะสูญเสียชีวิตเพราะอู๋เป่าจางมีแต่แม่นางคังที่หกเท่านั้นที่ดีกับเขาเห็นค่าเขา…เขาไม่อาจปล่อยให้แม่นางคังที่หกได้รับความยากลําบากเพราะเขาไปอย่างเปล่าประโยชน์จะต้องขับไล่อู๋เป่าจางให้ได้มีเพียงการทําเช่นนี้เท่านั้น ถึงแก้แค้นแทนแม่นางคังที่หกได้เฉิงนั่วเม้มปากแน่น พูดเพียงประโยคเดียวว่า “ข้าต้องการขับไล่ภรรยา”เวลานี้ไม่เพียงอู๋เป่าจางเท่านั้นที่รู้สึกสิ้นหวัง แม้แต่เฉิงสวี่ที่ถูกเชิญให้มาโน้มน้าวเฉิงนั่วก็ไม่รู้จะทําอย่างไรดีเช่นกันเขากล่าวกับเฉิงเวิ่นที่เชิญเขามาอย่างขออภัยและไร้ทางเลือกว่า “ไม่ว่าจะพูดอะไรเขาก็ไม่ฟังทั้งนั้น จะพูดอย่างไรก็ไม่มีประโยชน์ พูดหนักเข้าก็ให้พวกเราถอดชื่อเขาออกเสีย เพราะอย่างไรเสียเขาตัดสินใจแน่วแน่แล้วว่าจะต้องขับไล่อู๋เป่าจางให้ได้”เฉิงเวิ่นได้แต่ทอดถอนหายใจ กล่าวว่า “แม่นางคังที่หกผู้นั้นก็มิใช่ว่าไม่ดี แต่สถานะของผู้อื่นก็อยู่ตรงนั้น ทั้งมิใช่คนยากจนข้นแค้น จะให้มาเป็นอนุของนั่วเกอเอ๋อร์ได้อย่างไร เส้นทางนี้มาถึงทางตันแล้ว แต่ให้ขับไล่อู๋ซื่อไป ถึงเวลาพวกเราจะอธิบายกับใต้เท้าอู๋ว่าอย่างไร! นี่ช่างเป็นเรื่องที่จะไม่มีผลลัพธ์ที่ดีทั้งสองทาง”4960เฉิงสวี่ไม่กล่าวอะไรต่างคนต่างมีเหตุผลเป็นของตัวเองทั้งสิ้น บางเรื่องมิใช่เรื่องที่เขาสอดมือเข้าไปยุ่งได้แต่เขากลับเข้าใจความรู้สึกของเฉิงนั่วใช้ชีวิตร่วมกับคนที่ตัวเองไม่ชอบ หนึ่งวันช่างยาวนานประหนึ่งหนึ่งปีจริงๆเขากล่าว “ท่านให้คนไปเกลี้ยกล่อมอู๋ซื่อดูดีหรือไม่ ทางด้านของใต้เท้าอู๋ก็ต้องส่งคนไปบอกกล่าวด้วยถึงจะดี เผื่อว่า…หลีกเลี่ยงการร่วมมือกัน”เฉิงเวิ่นพยักหน้าไม่หยุด กล่าวขึ้นว่า “เจ้ากล่าวได้ถูกต้อง ช่วงนี้เขาทําข้าโกรธจนโกลาหล