ตอนที่ 535
ตอนที่ 535 คิดคด
October 31, 2026
อู๋เป่ าจางไม่รู้ว่าตัวเองกลับมาอย่างไร รู้เพียงว่าพอนางเข้าประตูมาก็หน้ามืดล้มลงไป แล้ว กระทั่งตอนที่นางฟื้นขึ้นมาก็เป็นเวลาจุดโคมไฟแล้ว สาวใช้ใหญ่คนสนิทของนางกําลังยก ถ้วยยามองนางด้วยดวงหน้าที่เต็มไปด้วยความเสียใจ เห็นนางลืมตาก็ร้องขึ้นมาอย่างดีใจว่า “สะใภ้ใหญ่ฟื้นแล้ว สะใภ้ใหญ่ฟื้นแล้วเจ้าค่ะ” คนที่พุ่งเข้ามาในห้องของนางอย่างดีใจคือแม่นมและสาวใช้ใหญ่อีกคนหนึ่งของนาง ทั้ง สองคนยืนนํ้าตาไหลอยู่ตรงหัวเตียง “สะใภ้ใหญ่ ในที่สุดท่านก็ฟื้นแล้ว ท่านหมอบอกว่าท่านต้อง ลมหนาว จึงสลบไปสองวันสองคืน หากว่าท่านยังไม่ฟื้น พวกข้าคงต้องไปขอร้องฮูหยินหยวนที่ ซอยซิ่งหลินแล้วเจ้าค่ะ!” ต้องลมหนาวหรือ! อู๋เป่าจางพยายามลุกขึ้นนั่ง แม่นมและสาวใช้ของนางรีบหยิบหมอนใบหนึ่งมาวางรองไว้ข้างหลังนาง อู๋เป่าจางกล่าว “คุณชายใหญ่เล่า” สาวใช้และแม่นมแลกเปลี่ยนสายตากันครั้งหนึ่ง กล่าวขึ้นว่า “บาดแผลของคุณชายใหญ่ ยังไม่หายดี กําลังนอนพักผ่อนอยู่บนเตียงเจ้าค่ะ รู้ว่าท่านต้องลมหนาว ให้บ่าวชายประคองมา เยี่ยมท่านแล้ว แต่ท่านหมอไม่ให้คุณชายใหญ่ลงจากเตียง บอกว่ากลัวบาดแผลจะกําเริบขึ้นมา อีก ดังนั้นสองวันนี้คุณชายใหญ่จึงไม่ได้มาเยี่ยมท่านเจ้าค่ะ” โกหก! เฉิงนั่วเกลียดนางจะตาย จะมาเยี่ยมนางได้อย่างไร4966 แต่เฉิงนั่วผู้นี้เป็นคนใจอ่อนเป็นที่สุด บางทีอาจจะมาเยี่ยมนางจริงๆ ก็เป็นได้ อู๋เป่ าจางมีความหวังรางๆ ขึ้นมาความหวังหนึ่ง กล่าวกับแม่นมว่า “ปรนนิบัติข้าสวม เสื้อผ้า ข้าจะไปเยี่ยมคุณชายใหญ่สักหน่อย!” สีหน้าของแม่นมจึงร้อนรนเล็กน้อย รีบกล่าวขึ้นว่า “ท่านพักผ่อนสักหน่อยก่อนเถิด รอให้ กินยาเสร็จ ร่างกายดีขึ้นแล้วค่อยไปเยี่ยมคุณชายใหญ่ก็ยังไม่สาย…” อู๋เป่าจางรู้สึกสงสัย ผลักแม่นมออก สั่งการสาวใช้ว่า “เปลี่ยนเสื้อผ้าให้ข้า!” สาวใช้มองแม่นม ไม่กล้าขยับ อู๋เป่ าจางโมโห “ในสายตาของพวกเจ้ายังมีข้าผู้นี้เป็นสะใภ้ใหญ่อยู่หรือไม่ หรือว่าอยาก ถูกไล่ออกไปให้หมด” แม่นมได้ยินแล้วก็ร้องไห้ออกมา กล่าวว่า “สะใภ้ใหญ่ คุณชายใหญ่ไม่อยู่ในห้องเจ้าค่ะ วันที่สองหลังจากที่ท่านเป็นลมไปคุณชายใหญ่ก็ลงจากเตียงได้แล้ว พอลงจากเตียงได้ก็ออกจาก บ้านไป จนถึงวันนี้ก็ยังไม่กลับมา บ่าวรับใช้ข้างกายก็ไม่รู้ว่าไปไหน นายท่านใหญ่เป็นกังวลใจยิ่ง นัก ให้คนไปตามหา ได้ยินคนที่กลับมากล่าวว่า คุณชายใหญ่ไปตามหาแม่นางคังที่หกผู้นั้น ปรากฏว่าคนและร้านค้าของตระกูลคังล้วนถ่ายโอนให้ผู้อื่นไปแล้ว แม่นางคังที่หกกลับไปที่ฮุย เซี่ยน คุณชายใหญ่ คุณชายใหญ่ก็ไล่ตามไปด้วย บอกว่าต้องการอธิบายให้แม่นางคังที่หกผู้นั้น ฟังสักครั้งหนึ่ง ว่าจะ จะขับไล่ภรรยา…” กล่าวจบ แม่นมผู้นั้นก็ร้องไห้โฮเสียงดังออกมา “สะใภ้ ใหญ่ นี่จะทําอย่างไรดีเจ้าคะ หากท่านถูกขับไล่ ต่อให้นายท่านรักท่าน แต่ยังมีฮูหยินอยู่นะเจ้าคะ สองวันนี้ท่านสลบไปยังไม่ฟื้น จึงไม่รู้ว่าทางจินหลิงส่งจดหมายมาให้ บอกว่าหมั้นหมายบุตรสาว คนรองของลุงตระกูลอิ่นให้คุณชายใหญ่อู๋เจ้าค่ะ…” อู๋เป่าจางได้ยินแล้วโกรธจนเกือบจะหายใจไม่ออก4967มารดาผู้ให้กําเนิดของนางแซ่อิ่น ลุงตระกูลอิ่นผู้นี้ก็คือพี่ชายของมารดาผู้ให้กําเนิดนางเป็นอันธพาลมีชื่อของเหมยโจว ต่อมาเมื่อบิดาของนางเป็นขุนนางแล้ว เอาชื่อของบิดานางไปข่มเหงชาวบ้านหลายต่อหลายครั้ง บิดาของนางไม่มีทางเลือก หาคนมาตีลุงผู้นี้อย่างรุนแรงไปครั้งหนึ่ง ลุงผู้นี้ของนางถึงได้นับว่าปฏิบัติตัวดีขึ้นมาเล็กน้อย แต่ต่อให้เป็นเช่นนี้ บิดาของนางก็ยังต้องเอาเงินออกมาช่วยเหลือลุงผู้นี้เป็นประจําทุกปี บุตรสาวที่คนเช่นนี้เลี้ยงดูออกมาจะมีอะไรดีกันยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นบุตรสาวคนรองอีก นี่มิใช่ว่าต้องการทําลายอนาคตของพี่ชายนางหรอกหรือแต่คนที่ทําเรื่องเช่นนี้ออกมาได้ นอกจากแม่เลี้ยงคนดีของนางผู้นั้นแล้วยังจะมีผู้ใดได้อีกอู๋เป่าจางฝืนยกกายขึ้นพลางถามว่า “นี่เป็นความคิดของฮูหยินใช่หรือไม่”แม่นมเช็ดนํ้าตาพลางพยักหน้า กล่าวว่า “ฮูหยินบอกว่า ลุงตระกูลอิ่นเอาแต่มาขอเงินเช่นนี้ ให้เงินไป ลุงตระกูลอิ่นก็หวังพึ่งพาเงินนี้ดํารงชีวิต ไม่ยอมไปทํางาน แต่หากไม่ให้ ผู้อื่นก็จะหาว่านายท่านไม่สนใจภรรยาคนแรก จะเสื่อมเสียชื่อเสียง นอกจากนี้คุณหนูรองก็กําลังจะแต่งเข้าตระกูลเซินแล้ว ที่เจียงหนานตระกูลเซินก็นับได้ว่าเป็นตระกูลที่โดดเด่น ไม่อาจให้คุณหนูรองแต่งไปแล้วทําให้ผู้อื่นขบขันได้ ให้ดีที่สุดคือแต่งหญิงสาวของตระกูลอิ่นเข้ามาคนหนึ่ง ต่อไปมีเรื่องอะไร ให้หญิงสาวของตระกูลอิ่นออกหน้าไปช่วยไกล่เกลี่ย หากไม่ได้การอีก ให้หญิงสาวตระกูลอิ่นไปจัดการตระกูลอิ่น หญิงสาวของตระกูลอิ่นผู้นั้นแต่งเข้ามาแล้ว คงไม่อาจคิดถึงแต่บ้านเดิมโดยไม่สนใจบ้านสามีหรอกกระมัง……นายท่านใหญ่จึงตอบตกลง……กําหนดวันแต่งงานเป็นเดือนสิบของปีนี้เจ้าค่ะ”นั่นก็หมายความว่า นางคัดค้านไปก็ไม่มีประโยชน์แล้วอู๋เป่าจางจึงเอนกายนอนอยู่บนเตียงอย่างอ่อนแรง4968ตระกูลเฉิงกลับไม่มีใครมาเยี่ยมนางเลยสักคนในหัวของอู๋เป่ าจางสับสนมึนงง ประเดี๋ยวเป็นภาพของเฉิงลู่ตอนปักดอกไม้ผ้าบนศีรษะให้นางพร้อมกับมองนางด้วยสายตาพึงพอใจและมีความสุข ประเดี๋ยวเป็นภาพที่เฉิงลู่ถือ ‘คัมภีร์ขุนเขาและมหาสมุทร’ เล่านิทานให้ฟังด้วยรอยยิ้มอบอุ่น ประเดี๋ยวเป็นภาพที่เฉิงลู่ผลักนางล้มลงบนพื้น ชี้หน้านางและด่านางว่าเป็นหญิงแพศยา นางเงยหน้าขึ้นกลับเห็นโจวเสาจิ่นกําลังยืนอยู่หลังเฉิงลู่อย่างยิ้มแย้ม…ภาพเหตุการณ์ไร้สาระเหล่านั้นหมุนวนเวียนอยู่ในหัวสมองของนางราวกับโคมม้าวิ่ง ทําให้นางแยกไม่ค่อยออกว่าอะไรคือสิ่งที่เคยเกิดขึ้นจริงและอะไรคือสิ่งที่นางคิดไปเอง คนค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสะลึมสะลือรู้สึกตัวขึ้นมารอจนกระทั่งนางฟื้นตัวเต็มที่ ก็เป็นต้นเดือนแปด ต้องเริ่มส่งของขวัญเทศกาลแล้วแม่นมมาขอให้ช่วยชี้แนะ นางกลับเกียจคร้านดึงอารมณ์ขึ้นมาไม่ได้ เพียงถามแม่นมด้วยเสียงแหบแห้งว่า “ช่วงนี้นายท่านเป็นคนดูแลบ้านมิใช่หรือ เจ้าไปถามนายท่านเถิด”รอยยิ้มของแม่นมดูฝืนเป็นอย่างยิ่ง กล่าวว่า “เดิมทีเรื่องภายในบ้านก็ควรเป็นสะใภ้ใหญ่เป็นคนดูแล เพียงแต่ว่าช่วงก่อนท่านไม่สบาย บางอย่างจึงมอบให้นายท่านดูแล วันนี้ท่านฟื้นแล้วเรื่องในบ้านหลังนี้ย่อมต้องให้ท่านเป็นคนตัดสินใจแล้ว…” ขณะที่กล่าว ก็กระซิบกล่าวเสียงเบาว่า“วันที่แปดเดือนแปดเป็นวันครบรอบร้อยวันของคุณชายใหญ่อวิ้นของนายท่านสี่ที่ประตูเฉาหยางท่านไม่ได้ออกไปไหนมาระยะหนึ่งแล้ว ต้องการเตรียมตัวไปเดินเล่นที่โน่นสักหน่อยหรือไม่เจ้าคะ”ชี้ช่องให้นางว่ามีเรื่องทุกข์ใจอะไรก็ใช้โอกาสนี้ไปคุยกับผู้หลักผู้ใหญ่ของตระกูลเฉิง