ตอนที่ 536
ตอนที่ 536 ครบรอบร้อยวัน
October 31, 2026
เฉิงเวิ่นตัดสินใจได้แล้ว ถึงวันที่แปดเดือนแปดในวันนั้น ก็ไปที่ประตูเฉาหยางพร้อมกับอู๋ เป่าจางตั้งแต่เช้าตรู่ เฉิงฉือได้เลื่อนตําแหน่ง อีกทั้งตรงกับวันครบรอบร้อยวันของอวิ้นเกอเอ๋อร์บุตรชายคนโต ของเขาพอดี ไม่เพียงขุนนางใหญ่ซ่งมากันทั้งครอบครัวเท่านั้น หัวหน้าคนก่อนของเฉิงฉืออย่าง จางฮุ่ยก็มาด้วย สหายร่วมงานจากกรมโยธาและกรมการตรวจตราทั้งที่รู้จักและไม่รู้จักล้วน มาร่วมแสดงความยินดี เรือนชั้นนอกตั้งโต๊ะห้าสิบโต๊ะ เชิญคณะงิ้วมาแสดงงิ้วถึงสองคณะ กลุ่ม สตรีในเรือนชั้นในมีเพียงคนที่ไปมาหาสู่กันยามปกติมาร่วมงานเท่านั้น ตระกูลหยวนจากถงเซียง ตระกูลฟางจากซูเฉิง ตระกูลเลี่ยวจากเจิ้นเจียงและอื่นๆ ล้วนมาร่วมงานด้วย ศาลาริมนํ้าขนาด สามห้องกั้นชั้นล่างตั้งโต๊ะสิบโต๊ะและชั้นบนตั้งโต๊ะหกโต๊ะ ด้านหน้าเป็นเวทีการแสดง กําลังแสดง เรื่อง ‘คุณชายหกออกมาหามารดา’ ที่ฮูหยินผู้เฒ่ากัวเป็นคนเลือก ในห้องเสริมตั้งโต๊ะไพ่ นกกระจอกไว้ห้าถึงหกโต๊ะ ฮูหยินใหญ่เลี่ยวแม่สามีของโจวชูจิ่นกับฮูหยินรองฟางมารดาของฟาง เซวียนและคนอื่นๆ ล้วนนั่งเล่นไพ่นกกระจอกอยู่ทางด้านนั้น โจวเสาจิ่นเข้ามากล่าวทักทาย สั่งการให้พวกสาวใช้เด็กนํานํ้า นํ้าชาและของว่างมาขึ้น โต๊ะให้บรรดาแขกเหรื่ออีกครั้ง จากนั้นพูดคุยกับฮูหยินใหญ่เลี่ยวสองสามประโยค ถึงได้ลุกขึ้นไป ที่ศาลาริมนํ้าด้านหน้า ฮูหยินรองฟางมองเงาหลังของโจวเสาจิ่นที่ลับหายไปนอกประตู อดไม่ได้ลอบถอนหายใจ ครั้งหนึ่ง วันนี้โจวซื่อสวมชุดเพ่ยจื่อสีเขียวมรกตไร้ลวดลาย เสื้อคลุมตัวยาวสีแดงเหลือบเงินปัก ลายดอกงิ้วดอกใหญ่เอาไว้ สีหน้าแดงปลั่ง ฝีเท้าเบา ยิ้มก่อนพูด แม้นจะคลอดลูกแล้ว ทว่ายัง4974 เหมือนกับเด็กสาวที่เพิ่งออกเรือนก็ไม่ปาน บนร่างมีความสดใสและผ่อนคลายอย่างที่คนเป็น ภรรยาแล้วไม่ค่อยมีกัน ถ้าหากตอนนั้นนางก้มศีรษะลงสักหน่อย เข้าไปคุยกับฮูหยินผู้เฒ่ากัวก่อน ให้ฟางเซวียน แต่งเข้ามาก็คงจะดี หรือไม่ก็ไม่ด่วนให้ฟางเซวียนแต่งออกไปเร็วขนาดนี้ก็คงจะดี…ฟางเซวียนถูกนางตามใจ จนเคยตัว บุตรเขยเองก็เป็นคนที่เติบโตมากับการถูกประคองไว้บนฝ่ ามือ เมื่อทั้งสองคนมากิน ข้าวหม้อเดียวกัน ใครก็ไม่ยอมลงให้ใคร กระทั่งกล่าวโทษแม้แต่คนในบ้าน บุตรเขยรู้สึกว่าบิดา มารดาไม่ควรให้เขาแต่งกับคนเป็นบุตรสาวคนเดียว ฟางเซวียนก็รู้สึกว่าคนที่บ้านไม่ควรให้นาง แต่งออกไปอย่างลวกๆ เช่นนี้ นึกถึงใบหน้าเล็กขาวซีดของบุตรสาวตอนที่กลับบ้านเดิมเมื่อคราวก่อน ในใจของฮูหยินร องฟางก็รู้สึกเจ็บปวดเล็กน้อย แต่เรื่องราวมาถึงขั้นนี้แล้ว ยังจะพูดอะไรได้อีก ฮูหยินรองฟางจึงมีอาการนั่งต่อไปไม่ได้เล็กน้อย คิดว่ามิสู้หาข้ออ้างหนึ่งออกจากงาน เลี้ยงเร็วสักหน่อยดีกว่า ยังได้กลับบ้านไปอยู่เป็นเพื่อนบุตรสาวด้วย นางคิดพลางหันไปรอบๆ เพื่อมองหาฮูหยินใหญ่เลี่ยว จะกลับไป อย่างไรก็ต้องหาใครสักคนช่วยบอกเจ้าภาพให้ทราบสักครั้งหนึ่ง ไม่อย่างนั้นก็ ออกจะเสียมารยาทเกินไปแล้ว ฮูหยินใหญ่เลี่ยวเป็นแม่สามีของพี่สาวของโจวซื่อ ให้นางออกหน้า ให้เหมาะสมที่สุดแล้ว เลี่ยวซื่อกลับกําลังยืนล้อมอยู่ข้างๆ โจวซื่อคนพี่บุตรสะใภ้ของนางอยู่กับภรรยากลุ่มหนึ่ง ในอ้อมแขนของโจวซื่อคนพี่ยังอุ้มห่อผ้าสีแดงสดเอาไว้…คงจะเป็นบุตรชายของโจวซื่อคนน้อง!4975 ฮูหยินรองฟางลังเลอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายยังคงเดินเข้าไป ได้ยินฮูหยินเผิงของฝ่ ายกองทัพและอาชากล่าวยิ้มๆ อยู่ตรงนั้นว่า “…เด็กคนนี้ช่างหน้าตาน่ารักน่าชังจริงๆ ตอนพิธีสรงสามและครบรอบเดือนข้าล้วนเคยเห็นมาก่อนแล้ว ตอนนั้นยังตัวเล็กยิ่งนัก พอครบรอบเดือนก็ไม่เหมือนเดิมแล้ว ผ่านไปหลายวันเข้า ดวงหน้านี้ก็โตขึ้นแล้ว”ฮูหยินรองฟางยื่นคอเข้าไปดูครั้งหนึ่งหน้าตาดีอย่างที่กล่าวมาจริงๆนอกจากผิวขาวเนียนกระจ่างใสแล้ว เส้นผมยังดกดํา ดวงตาทั้งคู่สุกใส คนล้อมเขาไว้มากมายขนาดนี้ เขาทั้งไม่ร้องไห้และไม่ส่งเสียงดัง มองไปรอบๆ ทั้งสี่ด้าน แค่มองก็รู้แล้วว่าเป็นเด็กเฉลียวฉลาดมากผู้หนึ่งฮูหยินรองฟางรู้สึกเจ็บแปลบหัวใจ ยังคงกระซิบเรียกฮูหยินใหญ่เลี่ยวเบาๆฮูหยินใหญ่เลี่ยวเองก็พอจะคาดเดาได้ไม่มากก็น้อยว่าเหตุใดนางถึงรู้สึกไม่สบาย กล่าวเกลี้ยกล่อมไปสองสามประโยค จากนั้นไปส่งฮูหยินรองฟางที่ประตูชั้นในด้วยตัวเองฮูหยินรองฟางกล่าวขอบคุณ หมุนกายขึ้นเกี้ยวไปฮูหยินใหญ่เลี่ยวกําลังเตรียมจะเดินเข้าไปในเรือนชั้นใน เงยหน้าขึ้นกลับเห็นสตรีอายุประมาณสี่สิบปีสวมชุดผ้าไหมลู่สีเขียวเข้มลายแจกัน เกล้าผมขึ้นเป็นมวยอย่างพิถีพิถันประดับดอกไม้ผ้าไว้สองดอก ร่างตรงประหนึ่งเหล็กตาชั่ง มีแม่บ้านของเรือนชั้นในอย่างปี้อวี้เดินนําอยู่อย่างยิ้มแย้ม สาวใช้เจ็ดถึงแปดคนถือกล่องสีแดงเลี่ยมทองเดินตามอยู่ข้างหลังพวกนางเป็นสองแถว เดินตรงมาที่ประตูชั้นในทางด้านนี้แค่มองก็รู้แล้วว่าเป็นป้ารับใช้ของบ้านไหนสักบ้านที่มาส่งของขวัญแสดงความยินดีให้ตระกูลเฉิง4976แต่เป็นป้ารับใช้ของบ้านใดนั้น นางกลับไม่คุ้นเลยแม้แต่นิดเดียวหากพูดถึงตระกูลขุนนางที่โดดเด่นของเจียงหนานก็มีอยู่เพียงไม่กี่ตระกูล ทั้งยังเป็นเจ้าเกี่ยวดองกับข้า ข้าเกี่ยวดองกับเจ้า วนเวียนกันอยู่แค่นี้ อย่างไรก็จําได้…ฮูหยินใหญ่เลี่ยวหมุนตัวมุ่งหน้าเข้าไปในเรือนชั้นในเงียบๆนางไม่อยากบังเอิญพบหน้ากันแล้วต้องโอภาปราศรัยกับคนเหล่านี้ลดเกียรติของตัวเองปี้อวี้พาแม่นมของพระชายาองค์ชายสี่เดินตรงไปข้างหน้า ทว่าในใจกลับเต้นตึกๆ ไม่หยุดจากวันที่ตําหนักขององค์ชายสี่ยอมถอยให้ด้วยเรื่องของเหนียงจื่อตระกูลเจิ้ง และคุณชายใหญ่สวี่ไปกล่าวขอบคุณที่ตําหนักองค์ชายสี่ด้วยตัวเองแล้ว ฮูหยินสี่ก็ให้คนส่งของขวัญไปให้ แต่ไม่คิดว่าด้านขององค์ชายสี่ทางโน้นจะไม่มีความเคลื่อนไหวอะไร ทว่าจู่ๆ พระชายาขององค์ชายสี่พระองค์นั้นกลับเกรงพระทัยขึ้นมาอย่างกะทันหัน สองวันก่อนยังส่งผลหลีออกใหม่ของฤดูใบไม้ร่วงมาให้หลายตะกร้า ได้ยินซางมามาบอกว่า นี่เป็นของบรรณาการ ต่อให้มีเงินก็หาซื้อไม่ได้พิธีครบรอบร้อยวันของคุณชายใหญ่อวิ้นวันนี้ ก็ให้แม่นมของตัวเองส่งของขวัญมาให้อีกคําที่มักกล่าวกันบ่อยๆ นั้นช่างกล่าวได้ดี กระตือรือร้นมีนํ้าใจโดยไร้เหตุ มักจะแฝงเจตนาร้ายเสมอ มิใช่เรื่องดีอย่างแน่นอนพระชายาขององค์ชายสี่ทรงต้องการทําอะไรกันแน่นายท่านสี่ก็เป็นเพียงเจ้าหน้าที่ตรวจตราฝ่ ายซ้ายของกรมการตรวจตราเท่านั้น หากองค์ชายสี่มีเรื่องอะไร ควรจะส่งของขวัญตอบแทนไปที่ซอยซิ่งหลิน ไปขอร้องนายท่านใหญ่ถึงจะถูก…4977นางทําตามที่โจวเสาจิ่นสั่งมา เข้าประตูชั้นในแล้วเดินตรงไปที่ซอยข้างๆ ไปยังเรือนหลักของถนนตะวันตกซางมามากําลังรออยู่ที่นั่นนางยิ้มร่าพร้อมกับก้าวออกมาทักทายแม่นมของพระชายาองค์ชายสี่อย่างมีมารยาท พา