ตอนที่ 537
ตอนที่ 537 ชิดใกล้
October 31, 2026
เฉิงฉือไม่ทําให้โจวเสาจิ่น ‘ผิดหวัง’ เลยแม้แต่นิดเดียว เขาลูบผมของนางยิ้มๆ กล่าวเสียงเบาว่า “องค์ฮ่องเต้มิได้ทรงมีองค์รัชทายาทและองค์ ชายสี่เป็นพระโอรสแค่สองพระองค์เท่านั้นมิใช่หรือ” โจวเสาจิ่นตกใจสะดุ้งตัวโหยง “ท่าน ท่านจะทําอะไรเจ้าคะ” “ไม่ทําอะไร” เฉิงฉือกล่าวเรียบๆ “เมื่อก่อนไม่มีเจ้ากับอวิ้นเกอเอ๋อร์ ข้าเล่นกับเขาสัก หน่อยก็ไม่มีอะไร แต่ตอนนี้ข้าแบกรับครอบครัวอยู่ ไม่ว่าเรื่องอะไรที่อาจทําร้ายพวกเจ้าข้าย่อมไม่ อาจปล่อยให้มันเกิดขึ้นตามอําเภอใจได้ องค์รัชทายาทและพระราชนัดดาพระองค์โตล้วนทรง ประชวรจนเสด็จสวรรคตทั้งสิ้น และหลังจากที่องค์ชายสี่เถลิงราชย์แล้วก็วางแผนกําจัดตระกูล เฉิง แทนที่จะให้เป็นเช่นนั้น มิสู้สนับสนุนองค์ชายพระองค์อื่นขึ้นรับตําแหน่งดีกว่า เหตุใดต้อง เปลืองเรี่ยวแรงมากมายขนาดนั้นไปรักษาอาการประชวรขององค์รัชทายาทและพระราชนัดดา พระองค์โตด้วย…” “นี่ นี่จะเป็นไปได้หรือเจ้าคะ” แม้นโจวเสาจิ่นจะรู้สึกถึงแผนการของเฉิงฉืออยู่รางๆ แต่ได้ ยินเฉิงฉือพูดกับหูตัวเองเช่นนี้ ในใจยังคงเต็มไปด้วยความไม่สบายใจ “แต่องค์ชายสี่เป็นโอรส สวรรค์ที่ถูกกําหนดมาโดยโชคชะตานะเจ้าคะ…” “หากมีคํากล่าวว่า ‘ถูกกําหนดมาโดยโชคชะตา’ ประเภทนี้จริงๆ จะมีคํากล่าวว่า ‘ชนะ เป็นจักรพรรดิพ่ายเป็นผู้รุกราน’ นั้นได้อย่างไร” เฉิงฉือไม่เห็นด้วย กล่าวว่า “เจ้าวางใจเถิด ข้าจะ ปกป้องเจ้าและลูกให้ปลอดภัยอย่างแน่นอน” โจวเสาจิ่นกลับนึกถึงวันเวลาสิบปีที่ดูราบรื่นเงียบสงบทว่าทําให้คนหดหู่ประหนึ่งนํ้าตาย นิ่งสนิทในชาติก่อนของตัวเองขึ้นมา นางอดไม่ได้ซุกศีรษะเข้ากับอ้อมอกของเฉิงฉือ ฟังเสียงหัว4983 ใจเต้นแรงทว่ามั่นคงนั่นของเฉิงฉือ กล่าวเสียงอ่อนโยนว่า “ท่านไปที่ไหน ข้าก็จะไปที่นั่นด้วย ต่อ ให้ต้องตาย วิมานชั้นฟ้าหรือนํ้าพุเหลืองในนรก ข้าก็จะตามท่านไป ท่านเพียงเตรียมการให้อวิ้น เกอเอ๋อร์ให้ดีก็พอ เขาอายุยังน้อย ต้องได้พบเห็นเรียนรู้ประสบการณ์ความงามของโลกใบนี้ก่อน ถึงจะนับว่าได้เดินทางมาบนโลกใบนี้สักครั้งแล้ว…” นํ้าเสียงสงบและเป็นธรรมชาติของนางทําให้เฉิงฉือรู้สึกซาบซ่านและหอมหวาน เขาจูบหน้าผากของโจวเสาจิ่น กล่าวยิ้มๆ ว่า “ข้ายังคิดจะใช้ชีวิตกับเจ้าไปจนแก่เฒ่านี่ นา! เจ้าห้ามพูดถ้อยคําอัปมงคลเหล่านี้” โจวเสาจิ่นเงยหน้ามองเขา เม้มปากกลั้นยิ้ม รอยยิ้มนั่นราวกับสายลมวสันต์เดือนสามล่อลวงให้คนลุ่มหลง เฉิงฉือก้มศีรษะลงมาอย่างห้ามไม่อยู่ แนบริมฝีปากเกี่ยวกระหวัดกับนางอย่างอ่อนหวาน ลําแสงสลัวภายในห้องลอยละล่องไปด้วยความรู้สึกที่คลุมเครือ โจวเสาจิ่นหลับตาลงอย่างขัดเขินเล็กน้อย มือเกี่ยวเอวของเฉิงฉือเอาไว้แน่น มอมเมาอยู่ ในความรักอันแสนอบอุ่นนุ่มนวลของเขา กระทั่งชิงเฟิ งกล่าวเสียงเบามาจากนอกบานประตูว่า “นายท่านสี่ ใต้เท้าจางออกมา ขอรับ” เฉิงฉือถึงได้ผละจากริมฝีปากแดงนุ่มละมุนและหอมหวานประหนึ่งนํ้าผึ้งนั้นอย่างแสน เสียดาย กล่าวเสียงแหบพร่าเล็กน้อยว่า “กลางคืนรอข้ากลับไป” รสความรู้สึกที่เผยออกมาจากเสียงพูดทําให้โจวเสาจิ่นที่ช่วงนี้ไม่เคยได้ขาดฝนและหยด นํ้าค้างเลยพลันเข้าใจความหมายของเขาขึ้นมา ใบหน้าแดงเรื่อขึ้นมาอีกครั้งอย่างห้ามไม่อยู่ รู้สึก4984 ร้อนผะผ่าวทว่าในใจกลับคล้ายถูกนํ้าในฤดูใบไม้ผลิพรมจนชุ่มฉํ่า อ่อนยวบไร้ซึ่งเรี่ยวแรง รู้เพียง ว่าตอบ “อื้ม” เสียงหนึ่งไปเบาๆ เท่านั้น เฉิงฉือจึงลูบไล้ดวงหน้าของโจวเสาจิ่นอย่างอดไม่อยู่ เมื่อก่อนเขารู้สึกว่าโจวเสาจิ่นนิสัยอ่อนแอและว่าง่ายเกินไป จะถูกคนหลอกได้ง่าย แต่ตอนนี้เขากลับรู้สึกว่านิสัยของโจวเสาจิ่นช่างดีจริงๆ ไม่ว่าอะไรก็ตามใจเขา อะไรก็แล้วแต่เขา เขาอยากให้เป็นอย่างไรก็เป็นอย่างนั้น ทําให้เขาเห็นนางแล้วก็อยากจะกอดนางเอาไว้ กลัวว่านางมีตรงไหนที่ไม่พอใจแต่ไม่ยอมบอกตน ได้รับความลําบากแล้ว บางครั้งถึงกับยังคิดแทนคนผู้นั้น ใจอ่อนจนจะหยดออกมาเป็นนํ้าได้อยู่แล้ว“วันนี้ที่บ้านมีแขกมากเกินไป” เขาหอมจอนหูของโจวเสาจิ่น “ข้าเองก็คิดไม่ถึงเหมือนกันแต่แขกเหรื่อล้วนมาถึงแล้ว จะไล่ผู้อื่นกลับไปก็ไม่ดี รอตอนที่อวิ้นเกอเอ๋อร์ครบหนึ่งขวบปี พวกเราค่อยคิดกันใหม่ดีๆ เชิญเพียงคนในครอบครัวมาก็พอแล้ว เจ้าจะได้ไม่เหน็ดเหนื่อยจนไม่มีแม้แต่เวลาว่างได้กินข้าวดีๆ สักมื้อหนึ่ง วันนี้อดทนไปก่อน กลางคืนกลับไปข้าจะแช่เท้าให้เจ้า”จะให้ซื่อหลางแช่เท้าให้นางได้อย่างไรโจวเสาจิ่นยิ่งหน้าแดงมากขึ้น และความเอาอกเอาใจที่แผ่ซ่านออกมาจากถ้อยคําของเฉิงฉือก็คล้ายกับนํ้าทะเลสาบกระเพื่อมเป็นระลอกคลื่นอยู่ในใจของนางขึ้นมาอีกครั้งเพียงชั่วพริบตานางก็ไม่อยากจากเฉิงฉือไป กอดเอวเขาไว้ไม่อยากปล่อยเฉิงฉือสัมผัสได้ถึงความอาลัยอาวรณ์ของนาง มุมปากยกยิ้มขึ้นสูง จึงปล่อยให้นางกอดตัวเองไว้อย่างที่ใจนางปรารถนาชิงเฟิ งรอนานแล้วไม่เห็นเฉิงฉือออกมา รู้สึกร้อนใจขึ้นมา กล่าวเสียงเบาจากนอกบานประตูอีกครั้งหนึ่งว่า “นายท่านสี่ ใต้เท้าจางกําลังตามหาท่านอยู่ขอรับ!”4985โจวเสาจิ่นรู้สึกกระดากอาย รีบปล่อยเฉิงฉือออก กระซิบกล่าวเสียงเบาว่า “ข้ากลับไปก่อน ท่านอย่าดื่มสุรามากนะเจ้าคะ สุราทําลายสุขภาพยิ่ง”เฉิงฉือปล่อยมือทันทีได้ที่ไหนกัน ระหว่างที่กําลังลังเลนั้นก้มศีรษะเห็นริมฝีปากแดงปลั่งของนาง โน้มตัวลงไปจุมพิตอย่างอดใจไม่ได้ กล่าวยิ้มๆ เสียงเบาว่า “ข้าไม่ดื่มสุรามากแล้ว เจ้ามีรางวัลอะไรมอบให้ข้าเล่า”“เอ๋!” โจวเสาจิ่นเบิกตากว้างเฉิงฉือกล่าวขึ้นอีกครั้งหนึ่งว่า “เจ้าให้ข้าดื่มสุราให้น้อยลงสักหน่อยข้าก็จะดื่มให้น้อยลงสักหน่อย คงไม่อาจไม่ให้รางวัลอะไรข้าเลยหรอกกระมัง ไม่อย่างนั้นคราวหน้าข้าจะจดจําคําเตือนของเจ้าได้อย่างไร!”ซื่อหลางกําลังออดอ้อนนางอยู่!เมื่อรับรู้ได้ถึงข้อนี้ โจวเสาจิ่นเบื้อใบ้ไปทั้งร่าง หัวใจกลับรู้สึกอ่อนยวบ ซาบซ่านเล็กน้อยทั้งยังภูมิใจเล็กน้อย และยังรู้สึกดีใจเล็กน้อยด้วยนางอดกล่าวไม่ได้ว่า “เช่นนั้นท่านว่าควรทําอย่างไรดีเจ้าคะ” เด็กน้อยที่ไม่เคยเกี้ยวพานใครมาก่อนจึงขบคิดจริงจังอย่างหนัก “ข้าปักพัดใหม่ให้ท่านสักเล่มหรือไม่ก็เย็บชุดให้ท่านสักชุดดีหรือไม่เจ้าคะ”“ของพวกนี้มีคนที่โรงเย็บปักทําให้อยู่แล้วมิใช่หรือ” เฉิงฉือกล่าวยิ้มๆ “ของรางวัลเช่นนี้ไม่จริงใจเลย!”ก็จริง!โจวเสาจิ่นมองเฉิงฉือด้วยดวงใจมีแต่เขาอยู่เต็มไปหมด กล่าวว่า “เช่นนั้น เช่นนั้นท่านว่าควรทําอย่างไรดีเจ้าคะ”4986เฉิงฉือครุ่นคิด กล่าวหน้าขรึมว่า “เช่นนั้นรอข้ากลับไปตอนกลางคืนแล้ว ข้าอยากทําอย่างไรก็ทําอย่างนั้น…”โจวเสาจิ่นรู้สึกโล่งไปเปลาะหนึ่งเดิมทีไม่ว่าเรื่องอะไรนางก็ตามใจเฉิงฉือทุกอย่าง เป็นธรรมดาว่าเขาบอกให้ทําอย่างไรก็ทําอย่างนั้นอยู่แล้ว“ได้เจ้าค่ะ!” นางขานตอบด้วยความดีใจ