ตอนที่ 540
ตอนที่ 540 กําหนดสวรรค์
October 31, 2026
โจวเสาจิ่นและเฉิงฉืออดมองหน้ากันอย่างช่วยไม่ได้ รีบสาวเท้าออกไปทําความเคารพ สีหน้าของเฉิงเซ่าดูเคร่งเครียดเล็กน้อย หันไปพยักหน้าให้โจวเสาจิ่น กล่าวกับเฉิงฉือว่า “เจ้าตามข้ามา ข้ามีเรื่องอยากคุยกับเจ้า” โจวเสาจิ่นเข้าไปในห้อง เฉิงเซ่าจึงยืนอยู่ใต้ต้นทับทิมภายในลานบ้านเอ่ยถามเฉิงฉือว่า “ระยะนี้เจ้าได้ติดต่อกับ คนของตําหนักองค์ชายเจ็ดหรือไม่” เฉิงฉือไม่คิดปิดบัง พยักหน้ารับ เฉิงเซ่ากล่าว “สองวันก่อนมีจดหมายด่วนมาจากจื้อก้ง แรงงานทหารเกณฑ์ก่อจลาจล คนตายไปเป็นจํานวนมาก องค์ฮ่องเต้ทรงพิโรธ มีขุนนางเขียนรายงานบอกว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับ องค์ชายเจ็ด เจ้าจัดการเรื่องของตัวเองให้ดี อย่าให้ถูกดึงเข้าไปข้องเกี่ยวกับเรื่องนี้” เฉิงฉือเลิกคิ้วขึ้น “บ่อเกลือหรือ? องค์ชายเจ็ดหักผลกําไรจากในนั้นหรือขอรับ” “น่าจะเป็นเช่นนั้น” เฉิงเซ่ากล่าว “ภาษีแคว้นไม่อาจน้อยลง เช่นนั้นก็มีแต่จะเรียกเก็บ มากขึ้น เป็นธรรมดาที่จะทําให้ประชาชนไม่พอใจ” จากนั้นเตือนเขาว่า “เรื่องนี้อาจจะเป็นเรื่อง ใหญ่หรือเรื่องเล็กก็ได้ แต่ข้าดูพระประสงค์ขององค์ฮ่องเต้แล้ว ทรงต้องการใช้เหตุการณ์นี้เป็น ข้ออ้างจัดระเบียบผู้ปกครองใหม่ เจ้าอย่ากระโดดเข้าไปในปากกระบอกปืนเชียว” เฉิงฉือพลันนึกถึงเรื่องในชาติก่อนที่โจวเสาจิ่นกล่าวเอาไว้ขึ้นมา กล่าวยิ้มๆ ว่า “ท่านอา รอง ผู้อื่นล้วนบอกว่าท่านสันโดษไม่แสวงหาชื่อเสียง แต่ข้าว่าท่านไม่แยแสมากกว่ากระมัง” เฉิงเซ่ากลับกล่าวว่า “เจ้าต้องการพูดอะไรกันแน่”5010 เฉิงฉือกล่าวยิ้มๆ ว่า “ข้าเพียงรู้สึกว่าบางครั้งบางเรื่องทั้งๆ ที่เป็นเรื่องที่ท่านพูดเพียง ประโยคเดียวก็ทําให้ปวงประชาได้ประโยชน์แล้ว ทว่าท่านกลับเอาแต่นิ่งเงียบ หากบอกว่าเพราะ อยากเป็นที่พอพระทัยขององค์ฮ่องเต้ ก็ดูเหมือนจะมิใช่ทั้งหมด…” เฉิงเซ่ากล่าว “นํ้าใสมากเกินไปไร้ซึ่งมัจฉา บางเรื่อง เจ้าไม่ทําก็มีผู้อื่นทํา แต่ขอเพียงไม่ ทําลายฐานรากที่สําคัญของประเทศชาติ ข้าก็อดทนอดกลั้นได้” เฉิงฉือกล่าว “เช่นนั้นอะไรคือฐานรากที่สําคัญของประเทศชาติหรือขอรับ” เฉิงเซ่ากล่าว “ประชาชนยากจนข้นแค้น” เฉิงฉือกล่าวยิ้มๆ ว่า “ถ้าผู้ปกครองโง่เขลานับหรือไม่” เขากล่าว นํ้าเสียงหยุดไปครู่หนึ่ง กล่าวอีกว่า “บางทีอาจต้องพูดว่า ถ้าผู้ปกครองไร้คุณธรรมเล่า” ในแววตาของเฉิงเซ่ามีสายตาเฉียบคมสายหนึ่งวาบผ่าน กล่าวขึ้นว่า “นี่ก็ไม่มีอะไร เกี่ยวกับเจ้า? เจ้าอย่าลืมว่า ตอนนี้เจ้าเป็นบุตรหลานของตระกูลเฉิง ไม่ระมัดระวังครั้งหนึ่ง ก็ทํา ให้ทั้งตระกูลล่มสลายได้ อยู่ข้างนอกเจ้าจะพลิกฟ้าฟื้นแผ่นดินอย่างไรข้าก็ไม่สนใจ ทว่าไม่อาจนํา หายนะมาสู่วงศ์ตระกูลได้ นอกจากพี่น้องของเจ้าแล้ว วงศ์ตระกูลยังมีเด็กๆ ที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไร อยู่ด้วยอีก” เฉิงฉือกล่าวยิ้มๆ ว่า “ท่านวางใจเถิด ข้าเองก็มีภรรยาและบุตรชายต้องดูแล ข้าเพียงรู้สึก แปลกใจเล็กน้อยเท่านั้น คิดว่าถ้าผู้ปกครองไร้คุณธรรม เกรงว่าท่านคงไม่ใจเย็นและสงบนิ่งขนาด นี้หรอกกระมัง” เฉิงเซ่าไม่ปฏิเสธ กล่าวว่า “บางครั้งการกระทําโดยไม่ตั้งใจของคนตําแหน่งสูงกลับทําให้ เกิดความวุ่นวายที่ไม่ควรเกิดจํานวนมากได้ ดังนั้นผู้ปกครองไร้คุณธรรมมักจะเป็นรากแห่งความ ยากจนข้นแค้นของประชาชน”5011 “ข้าทราบแล้วขอรับ!” เฉิงฉือกล่าวเรียบๆ สีหน้าดูผิดหวังอย่างปิดไม่มิด บางทีอาจเป็นเขาที่ไม่คิดจะปิดบังเฉิงเซ่ารู้ความสามารถของหลานชายผู้นี้ดี มองแล้วอดใจกระตุกไม่ได้ เอ่ยขึ้นอย่างเป็นห่วงว่า “เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือเปล่า”เฉิงฉือลังเลเล็กน้อยเฉิงเซ่าจึงยืนรอคําตอบของเขาอยู่ตรงนั้นเงียบๆเฉิงฉือคิดไม่ถึงว่าเฉิงเซ่าจะรอคอยคําตอบนี้อย่างไม่ยอมปล่อยไป กล่าวอย่างไร้ทางเลือกเล็กน้อยว่า “ข้าค้นพบว่าองค์รัชทายาททรงประชวรเป็นโรคทางใจ ทว่าองค์ชายสี่กลับทรงทราบเรื่องนี้”เฉิงเซ่ายิ่งสับสนมึนงง กล่าวขึ้นว่า “นี่เกี่ยวอะไรกับองค์ชายเจ็ด?”เฉิงฉือประหลาดใจเล็กน้อย กล่าวว่า “ท่านรู้ว่าองค์รัชทายาททรงประชวร? เหตุใดก่อนหน้านี้ไม่เคยได้ยินท่านพูดถึงมาก่อนเลยเล่า”“นี่มิใช่เรื่องน่ายินดีอะไร” เฉิงเซ่ากล่าว “องค์ฮ่องเต้มิได้ตรัสอย่างชัดเจน ทว่าทุกคําพูดกลับมีสัญญาณบอกใบ้อยู่ เจ้าอยากเข้าไปข้องเกี่ยวกับตําแหน่งผู้สืบทอดหรือ ข้าคิดว่าเจ้ารีบร้อนเกินไปหน่อย องค์ฮ่องเต้กําลังอยู่ในช่วงรุ่งโรจน์ อย่างน้อยที่สุดภายในสิบปีนี้จะยังคงอยู่ในตําแหน่งอย่างปลอดภัย แทนที่เจ้าจะเป็นกังวลใจว่าหลังจากนี้ผู้ใดจะเป็นคนสืบทอดราชบัลลังก์ข้าว่าไม่สู้ใช้ความสงบสยบความเคลื่อนไหวดีกว่า ขอเพียงเจ้ามีความสามารถเป็นที่ประจักษ์ ไม่ว่าผู้ใดเป็นฮ่องเต้ ย่อมต้องใช้งานเจ้า เหตุใดเจ้าต้องไปเสี่ยงอันตรายด้วย อีกอย่าง เบื้องบนเจ้ายังมีเจ้าใหญ่ หากพูดถึงเรื่องต้องเลือกข้าง เกรงว่าเขาต้องเป็นกังวลมากกว่าเจ้าเสียอีก ได้ดํารง5012ตําแหน่งของเขาตําแหน่งนั้น อีกทั้งเป็นสมาชิกเลขาธิการผู้หนึ่ง ครั้นตําแหน่งรัชทายาทมีการเปลี่ยนแปลง เขาต้องเลือกข้างอย่างช่วยไม่ได้”ความนึกคิดของเฉิงฉือกลับถูกครอบครองด้วยเรื่องที่เฉิงเซ่ารู้เรื่องอาการประชวรขององค์รัชทายาทไปสิ้นแล้ว จึงไม่ได้ครุ่นคิดถึงปัญหาการเลือกข้างสักเท่าไรนัก เขาพึงพํากล่าวว่า“นอกจากท่าน ท่านทราบหรือไม่ว่ายังมีผู้ใดที่รู้เรื่องอาการประชวรขององค์รัชทายาทอีก? ตามกฎแล้ว องค์รัชทายาทประชวรเป็นโรคเช่นนี้ ไม่อาจสืบทอดราชบัลลังก์ได้…”เฉิงเซ่าบอกเขาเป็นนัยว่า “แต่องค์รัชทายาททรงมีพระโอรสที่ดีพระองค์หนึ่ง”ซึ่งก็หมายความว่า องค์ฮ่องเต้ไม่ได้ทรงคาดหวังให้องค์รัชทายาทสืบทอดราชบัลลังก์อยู่แล้วเช่นนี้ก็สอดคล้องกับหลักการใช้ทรัพยากรคนของจักรพรรดิดีผืนฟ้าไม่มีอาทิตย์สองดวงตามที่เสาจิ่นกล่าวมา องค์ฮ่องเต้ทรงมีพระชนมายุอีกเกือบสิบปีจริงๆ ถึงเวลานั้นองค์รัชทายาทพระชนมายุล่วงเลยสี่สิบพรรษาแล้ว ส่วนพระราชนัดดาองค์โตทรงกําลังเป็นวัยรุ่นพอดีอาการประชวรขององค์รัชทายาทนี้อย่างมากก็น่าจะลากออกไปได้สักสองสามปี องค์รัชทายาทก็จะได้สืบทอดราชบัลลังก์อย่างราบรื่น เพราะฉะนั้น หากองค์รัชทายาททรงเสด็จสวรรคต พระราชนัดดาองค์โตก็จะได้สืบทอดราชบัลลังก์ต่อพอดี ก็จะหลีกเลี่ยงความเคลือบแคลงสงสัยระหว่างบิดาและบุตรได้แล้วแต่ความเป็นจริงคือองค์รัชทายาทเสด็จสวรรคตเพราะความเจ็บป่ วยไปก่อนองค์ฮ่องเต้และที่ทําให้ทุกคนคาดการณ์ไม่ถึงที่สุดก็คือ พระราชนัดดาองค์โตก็เสด็จสวรรคตเพราะความเจ็บป่วยไปก่อนองค์ฮ่องเต้ด้วยเช่นกัน5013เฉิงฉือกล่าวยิ้มๆ ว่า “ท่านเป็นคนที่รู้จักองค์ฮ่องเต้ดีที่สุด ถ้าหากองค์รัชทายาทและพระราชนัดดาองค์โตล้วนเสด็จสวรรคตก่อนองค์ฮ่องเต้ทั้งสิ้น องค์ฮ่องเต้จะทรงเลือกผู้ใดเป็นรัชทายาทต่อหรือขอรับ”