ตอนที่ 541
ตอนที่ 541 งานเลี้ยงครอบครัว
October 31, 2026
เรื่องนี้จึงตกลงกันตามนี้ ลูกหลานมาล้อมหน้าล้อมหลังได้ ฮูหยินผู้เฒ่ากัวย่อมดีใจอยู่แล้วเป็นเรื่องธรรมดา โจว เสาจิ่นกลับยุ่งจนวิ่งวุ่นเท้าไม่ติดพื้น ต้องส่งเทียบเชิญ กําหนดรายการอาหาร ให้คนไปทําความ สะอาดศาลาริมนํ้า เปิดห้องเก็บของไปหยิบชุดจานชามตะเกียบงาช้าง อีกทั้งเพราะจะไปพายเรือ ข้างๆ ศาลาริมนํ้า จึงต้องโยกย้ายข้ารับใช้ที่ว่ายนํ้าเป็นเข้ามาปรนนิบัติรับใช้อีกด้วย เฉิงฉือจึงแอบกล่าวกับโจวเสาจิ่นว่า “ข้าจะช่วยจัดการเทียบเชิญและกําหนดรายการ อาหารให้เจ้าเอง” เรื่องอื่นๆ ล้วนต้องสั่งการป้าแม่บ้าน เขาไม่อาจทําแทนได้ “นั่นจะได้อย่างไรเจ้าคะ” โจวเสาจิ่นหน้าแดง “ก่อนนี้ข้าเคยดูท่านแม่ทํามาก่อน รู้ว่าต้อง ทําอย่างไรเจ้าค่ะ” “ข้ารู้ว่าเจ้าทําได้” เฉิงฉือลูบศีรษะโจวเสาจิ่นยิ้มๆ “เพียงแต่ว่าเรื่องนี้ตัดสินใจอย่าง กะทันหันมากเกินไป เวลาจึงกระชั้นชิดไปเล็กน้อย” ขณะที่เขากล่าว จับพู่กันเขียนอักษรลงบน กระดาษสองสามตัว เอ่ยขึ้นว่า “เจ้าลองดูอักษรที่ข้าเขียนนี้ว่าเป็นอย่างไรบ้าง” อ่อนช้อยดุจกิ่งหลิวระย้า สวยงามสง่า โจวเสาจิ่นตกตะลึง นี่มันตัวหนังสือของนางชัดๆ! เฉิงฉือกล่าวยิ้มๆ ว่า “ทีนี้เชื่อแล้วกระมังว่าข้าช่วยเขียนเทียบเชิญให้เจ้าได้จริงๆ” “ท่านน้าฉือ!” โจวเสาจิ่นกระโจนตัวเข้าสู่อ้อมกอดของเฉิงฉือ เฉิงฉือจึงขบติ่งหูนางพลางกล่าวว่า “คิดถึงข้าแล้วใช่หรือไม่”5019 บางทีอาจจะเป็นเพราะในใจของโจวเสาจิ่นนั้น เฉิงฉือเป็นท่านน้าฉือคนที่ปกป้องนาง ดูแลนาง เก็บนางไว้ในใจตลอดไปผู้นั้น บางครั้งนางจึงเผลอเรียกเฉิงฉือว่า ‘ท่านน้าฉือ’ เหมือน เมื่อก่อนอย่างห้ามไม่อยู่ โดยเฉพาะเวลาที่นางกําลังตกอกตกใจยามอยู่บนเตียง จะพูดจาออด อ้อนไม่เป็นศัพท์ง่ายเป็นพิเศษ ดวงหน้าของโจวเสาจิ่นพลันแดงกํ่า ระเห็จหนีไปอย่างพ่ายแพ้ เฉิงฉือหัวเราะฮ่าดังลั่น ส่งเทียบเชิญที่ใช้ลายมือของโจวเสาจิ่นเขียนและกําหนดรายการ อาหารให้นางเสร็จแล้ว จากนั้นไปหาฮูหยินผู้เฒ่ากัว ฮูหยินผู้เฒ่ากัวกําลังหยอกล้อเล่นกับอวิ้นเกอเอ๋อร์อยู่ เห็นเฉิงฉือเข้ามา รีบกล่าวว่า “เจ้า ดูๆ อวิ้นเกอเอ๋อร์ของพวกเราตั้งศีรษะได้แล้ว” เฉิงฉือมองไปตามเสียง อวิ้นเกอเอ๋อร์กําลังนอนควํ่าอยู่บนเสื่อผ้าลายดอกไม้บานหรูหราบนเตียงเตาตัวใหญ่ข้าง หน้าต่าง ในมือฮูหยินผู้เฒ่ากัวถือกลองป๋ องแป๋ งไว้ชิ้นหนึ่งส่ายไปมาอยู่ตรงหน้าเขา เขาจึง พยายามยกศีรษะขึ้นมาพลางใช้มือคว้าจับกลองป๋ องแป๋ ง เฉิงฉือเพิ่งกลับมาตอนบุตรชายอายุได้สองเดือนกว่า เวลานั้นอวิ้นเกอเอ๋อร์ก็ถูกคน ประคองไว้บนบ่าเดินไปทั่วทุกที่แล้ว เขาจึงมองไม่ออกว่านี่มีความแตกต่างอะไรด้วยหรือ ฮูหยินผู้เฒ่ากัวจึงกล่าวอย่างเคืองๆ ว่า “เด็กครบร้อยวันแล้วถึงยกศีรษะขึ้นมาได้ แต่ก็ เป็นการฝืนถึงยกขึ้นมาได้ เจ้าดูอวิ้นเกอเอ๋อร์ของพวกเรา สองเดือนก็ยกศีรษะขึ้นมาได้ ครบร้อย วันก็ตั้งศีรษะได้แล้ว ยังรู้จักคว้าจับกลองป๋ องแป๋ งอีก เด็กคนนี้ช่างเลี้ยงง่ายจริงๆ” จากนั้นนึก ถึงโจวเสาจิ่นคนที่อุ้มท้องอวิ้นเกอเอ๋อร์มา ทอดถอนใจกล่าวว่า “ก่อนหน้านี้ข้ากลัวว่าเด็กที่นาง คลอดออกมาจะเลี้ยงยากเหมือนลูกแมว ผู้ใดจะรู้ว่าแม้นนางจะเป็นคนร่างเล็ก ทว่าเด็กที่คลอด5020ออกมากลับไม่เล็กเลยแม้แต่น้อย ยังแข็งแรงขนาดนี้อีกด้วย เห็นได้ชัดว่าตอนท้องอวิ้นเกอเออร์นั้นลําบากมากเพียงใด ต่อไปเจ้าต้องดูแลนางให้ดีหน่อย”“ได้ขอรับ!” เฉิงฉือขานรับคํายิ้มๆ ไม่พูดอะไรมาก รับกลองป๋ องแป๋ งจากมือฮูหยินผู้เฒ่ากัวมาหยอกล้อเล่นกับอวิ้นเกอเอ๋อร์ผู้ใดจะรู้ว่าอวิ้นเกอเอ๋อร์พยายามคว้าจับอยู่ครึ่งค่อนวันก็ยังคว้ากลองป๋ องแป๋ งไม่ได้สุดท้ายโมโหก็เลยไม่ยกศีรษะขึ้นมาอีก และก็ไม่อยากได้กลองป๋ องแป๋ งแล้ว ใบหน้าเล็กๆ นอนควํ่าอยู่บนเสื่อผ้าใช้มือเล็กขาวนวลเนียนดึงดอกไม้สีแดงบนเสื่อผ้าขึ้นมาเฉิงฉือหลอกล่อเขาอยู่ครึ่งค่อนวัน เขาก็ไม่สนใจ เริ่มแรกเขาคิดว่าเป็นเพราะอวิ้นเกอเอ๋อร์เหนื่อยแล้ว ต่อมาเห็นอวิ้นเกอเอ๋อร์นอนควํ่าอยู่ตรงนั้นเงียบๆ อย่างเชื่อฟัง อยากจะอุ้มอวิ้นเกอเอ๋อร์ขึ้นมา จึงวางกลองป๋ องแป๋ งลง ถึงได้ค้นพบว่าอวิ้นเกอเอ๋อร์กําลังดึงดอกไม้เล่นอยู่เขารู้สึกร้องไห้ไม่ออกหัวเราะไม่ได้เล็กน้อย อุ้มอวิ้นเกอเอ๋อร์ขึ้นมา ใช้ท่วงท่าที่ปกติอวิ้นเกอเอ๋อร์ชื่นชอบมากที่สุดพาดตัวอวิ้นเกอเอ๋อร์ไว้บนบ่า ทว่าอวิ้นเกอเอ๋อร์กลับร้องไห้แงออกมาเฉิงฉืองงงวยฮูหยินผู้เฒ่ากัวร้อนใจ ต่อว่าเฉิงฉือว่า “เจ้าทําอะไรเขา เมื่อครู่ยังดีๆ ยังเล่นอย่างมีความสุขอยู่เลย เจ้าทําอะไรกันแน่”เฉิงฉือเหงื่อท่วมศีรษะแล้วจริงๆเขาโตมาขนาดนี้ นี่เป็นครั้งแรกที่ฮูหยินผู้เฒ่ากัวกล่าวโทษเขาโดยไม่ถามหาถูกผิดเช่นนี้เฉิงฉือครุ่นคิด กล่าวขึ้นว่า “เขาคงโกรธที่ข้าอุ้มเขาขึ้นมากระมัง” จากนั้นเล่าเรื่องที่เมื่อครู่อวิ้นเกอเอ๋อร์กําลังดึงดอกไม้เล่นให้ฮูหยินผู้เฒ่ากัวฟัง5021เพียงแต่ว่าเขายังพูดไม่ทันจบ ฮูหยินผู้เฒ่ากัวก็อุ้มอวิ้นเกอเอ๋อร์ไปจากอกของเขา กล่าวกับอวิ้นเกอเอ๋อร์อย่างเอาอกเอาใจว่า “ล้วนเป็นพ่อของเจ้าที่ไม่ดี อวิ้นเกอเอ๋อร์ของพวกเรากําลังเล่นอยู่ดีๆ เขากลับมาทําเสียเรื่อง พวกเราไม่สนใจเขาดีกว่า อวิ้นเกอเอ๋อร์ของพวกเราอยากดึงดอกไม้เล่นหรือ ไม่เป็นไรๆ ย่าจะให้อวิ้นเกอเอ๋อร์ของพวกเราไปดึงดอกไม้เล่น” ขณะที่กล่าว ก็วางอวิ้นเกอเอ๋อร์ลงบนเสื่อผ้าดังเดิมอวิ้นเกอเอ๋อร์กลับไม่มีอารมณ์สนใจเหมือนเมื่อครู่แล้ววางลงบนเสื่อผ้าก็ยังร้องไห้ฮูหยินผู้เฒ่ากัวจึงอุ้มอวิ้นเกอเอ๋อร์เดินไปเดินมา เดินไปด้วยกล่าวไปด้วยว่า “อวิ้นเกอเอ๋อร์ของพวกเราไม่ร้องน้า หากร้องไห้อีก ต้องร้องไห้จนดวงตาเสียเป็นแน่ อวิ้นเกอเอ๋อร์อยากทําอะไรหรือ อยากได้ดอกไม้ใช่หรือไม่” ขณะที่กล่าว ก็เปิดลิ้นชักของที่วางกระจกดู ไม่เจอของที่เหมาะสม กวาดตามองข้ารับใช้ภายในห้องครั้งหนึ่ง ชี้เฉินเซียงพลางกล่าว “ไปหาดอกไม้ผ้าที่พวกเจ้ายังไม่เคยใช้มาก่อนมาสักสองสามดอก”เฉิงฉือพลันเข้าใจว่าฮูหยินผู้เฒ่ากัวต้องการทําอะไรขึ้นมา เรียก “ท่านแม่” เสียงหนึ่งอย่างอดไม่ได้ แต่ไม่รอให้เขาได้เอ่ยปากพูด ฮูหยินผู้เฒ่ากัวก็กล่าวขึ้นก่อนอย่างไม่สบอารมณ์ว่า“ตอนพวกเจ้าเป็นเด็กคนไหนบ้างที่ไม่ใช่ข้าเลี้ยงมาจนโต บุตรชายสามคนจิ้นซื่อสามคน พวกเจ้ามีใครโตมาแล้วบิดเบี้ยวบ้าง อีกอย่าง เขายังเด็ก ยังไม่รู้เรื่อง พวกเจ้าก็ต้องสอนจนกว่าเขาจะเข้าใจถึงจะถูก เอาแต่ทําหน้าเคร่งตําหนิเขา ทําให้เขาหวาดกลัวจนตัวสั่น ร้องไห้น่าสงสารเช่นนั้นคือการสอนลูกหรือ”ขณะที่กล่าว เฉินเซียงก็รีบออกมาจากห้องชั้นในอย่างรวดเร็วพร้อมกับถือดอกไม้ผ้าอัน