ตอนที่ 546
ตอนที่ 546 แผนการ
October 31, 2026
ที่ประตูเฉาหยางพลันคึกคักเสมือนวันปีใหม่ขึ้นมา โจวเสาจิ่น เฉิงเซียว เฉิงเซิง และโจวชูจิ่นนั่งอยู่บนเตียงเตาตัวใหญ่ข้างหน้าต่างใน ห้องนั่งเล่นพลางดื่มชาไปด้วยกินขนมไปด้วย อาเหรินถือแส้หางม้าปัดแมลงอันหนึ่ง กวนเกอถือที่ ปัดฝุ่ นขนไก่อันหนึ่งวิ่งไล่จับกันไปมาอยู่ในห้อง ไม่มีเวลาให้เงียบสงบเลยแม้แต่เค่อเดียว แม่นม ของทั้งสองคนยืนอยู่ข้างๆ อย่างร้อนใจ ส่วนสาวใช้เด็กที่เล่นเป็นเพื่อนด้วยก็วิ่งตามหลังทั้งสอง คนอย่างร้อนใจ กลัวว่าพวกเขาจะชนกันเองหรือไม่ก็ตีโดนกันเอง ส่วนอวิ้นเกอเอ๋อร์นั้นมีแม่นม อุ้มเอาไว้เบิกดวงตาเบิกกว้างมองอยู่ข้างๆ ทั้งยังหัวเราะร่าและร้องอ้อแอ้อยู่บ่อยๆ อีกด้วย ดู สนุกสนานยิ่งนัก เนื่องจากอาเป่าโตกว่าเล็กน้อย ไม่เหมือนอาเหริน ไม่นานก็หลอมรวมเข้ากับตระกูลเฉิง ได้อย่างรวดเร็ว เขายืนดูอาเหรินอยู่ข้างๆ ด้วยท่าทางกลัวว่าอาเหรินจะสร้างปัญหา กู้จงจึงกล่าวยิ้มๆ ว่า “มีแม่นมและพวกสาวใช้ดูอยู่ ไม่เป็นไรหรอก” หากอาเหรินและกวนเกอกระแทกหรือชนจนได้รับบาดเจ็บตรงไหน ข้ารับใช้ที่ปรนนิบัติ อยู่ข้างกายพวกเขาล้วนต้องได้รับโทษหนัก ดังนั้นพวกเขาย่อมจะตั้งใจดูแลเด็กทั้งสองคนอย่าง สุดความสามารถ เขาถามอาเป่าว่า “ข้าตั้งใจว่าจะไปเขียนอักษรกับพี่ชาย เจ้าจะไปด้วยหรือไม่” อาเป่ามองกู้หนิงที่กําลังนั่งตัวตรงประหนึ่งต้นสนฝึกคัดอักษรอยู่หน้าโต๊ะตรงฝั่งตะวันตก ของห้องโถง ครุ่นคิดครู่หนึ่ง กล่าวขึ้นอย่างไม่ค่อยมั่นใจว่า “ข้ายังไม่ได้เรียนหนังสืออย่างเป็น ทางการ กําลังเรียน ‘คัมภีร์สามอักษร’ กับท่านย่ารองในยามปกติเพียงเท่านั้น…”5062 กู้จงกล่าวยิ้มๆ ด้วยมาดผู้ใหญ่ว่า “ตอนข้ากับพี่ชายเป็นเด็กก็เป็นท่านแม่ที่สอนให้รู้จัก ตัวอักษร จวบจนฤดูใบไม้ผลิของปีนี้ถึงได้เข้าเรียนหนังสืออย่างเป็นทางการ” ความหมายก็คือเจ้า ไม่จําเป็นต้องรู้สึกอับอาย “เจ้าเริ่มฝึกเขียนอักษรตามเส้นแดงหรือยัง” อาเป่าพยักหน้า กู้จงกล่าว “ท่านแม่ของข้ากําหนดเอาไว้ว่าข้าต้องฝึกคัดอักษรให้ได้วันละสามร้อย ตัวอักษร ท่านย่ารองกําหนดให้เจ้าฝึกคัดกี่ร้อยตัวอักษรหรือ” อาเป่ ากล่าวอย่างกระดากอายว่า “ไม่…ไม่ได้กําหนดไว้ เพียงแต่ให้ฝึกเขียนตามอักษร ตัวอย่างเป็นเวลาวันละหนึ่งก้านธูปก็พอ” “นั่นเป็นเพราะเจ้าเพิ่งเริ่มต้นฝึก” กู้จงกล่าวอย่างคนมีประสบการณ์ “หากเจ้ามีเวลาฝึก เขียนมากเท่าไร ก็ฝึกเขียนให้มากเท่านั้นเป็นดีที่สุด ท่านพ่อข้าบอกว่า การฝึกฝนคือความสําเร็จ สูงสุด ยิ่งเจ้าใช้เวลาฝึกฝนมากเท่าไร ตัวอักษรของเจ้าก็จะยิ่งเขียนได้งดงามมากขึ้นเท่านั้น ก่อน หน้าที่ท่านพ่อข้าจะสอบจิ้นซื่อได้นั้น ต้องฝึกเขียนอักษรวันละห้าพันตัวอักษร ตอนนี้เขาเขียน อักษรได้งดงามมาก ไม่เพียงท่านปู่ และท่านย่าของข้าเท่านั้น แม้แต่ท่านปู่ ทวดและท่านย่าทวด ของข้าล้วนเคยชมเชยว่าท่านพ่อข้าเขียนอักษรได้งดงามยิ่ง ท่านย่าทวดของข้าก็เขียนอักษรได้ งดงามมากเช่นเดียวกัน ตอนท่านป้า ญาติผู้พี่หญิงและญาติผู้น้องหญิงทั้งหลายเรียนหนังสือล้วน ใช้อักษรตัวอย่างที่ท่านย่าทวดเป็นคนเขียนมาทั้งสิ้น จวบจนตอนนี้ท่านอาหญิงเจ็ดของข้ายังฝึก เขียนอักษรตามตัวอย่างอักษรที่ท่านย่าทวดข้าเป็นคนเขียนวันละห้าหน้ากระดาษอยู่เลย! ท่านอา หญิงเจ็ดข้าคือบุตรสาวของท่านย่าน้องสาวของปู่ข้า เป็นลูกพี่ลูกน้องหญิงของท่านพ่อข้า…” ความสัมพันธ์เครือญาติของกู้จงทําให้อาเป่ามึนไปเรียบร้อยแล้ว แต่เขาเห็นกู้จงพูดอย่าง เอาจริงเอาจัง จึงพยักหน้าตามอย่างเอาจริงเอาจังไปด้วย พลางเดินตามกู้จงไปที่ห้องโถงไปด้วย5063 สาวใช้ใหญ่ข้างกายกู้หนิงรีบเดินเข้ามาหาเงียบๆ ย่อเขาทําความเคารพกู้จง กระซิบ กล่าวเสียงเบาว่า “คุณชายรอง คุณชายใหญ่กําลังฝึกคัดอักษรอยู่เจ้าค่ะ!” “ข้าทราบแล้ว!” กู้จงก็กระซิบด้วยเช่นกัน “พวกข้าก็จะฝึกคัดอักษรด้วย เจ้ายกโต๊ะเล็กๆมาให้พวกข้าสักตัวหนึ่ง”เขาเพิ่งพูดจบ บ่าวไพร่ของตระกูลเฉิงที่ปรนนิบัติรับใช้อยู่ในห้องโถงก็รีบก้าวออกมากระซิบกล่าวเสียงเบาว่า “คุณชายน้อยทั้งสองท่านรอสักครู่ บ่าวจะไปสั่งการเดี๋ยวนี้เจ้าค่ะ”กู้จงพยักหน้าบ่าวไพร่ถอยออกไปอย่างเบามือเบาเท้ากู้จงจึงหันไปส่งสัญญาณมือให้อาเป่าครั้งหนึ่ง เดินย่องไปข้างหน้า เขย่งเท้ายื่นคอมองไปบนโต๊ะกู้หนิงที่กําลังตั้งอกตั้งใจเขียนอักษรมาโดยตลอดพลันหันศีรษะกลับมายิ้มให้น้องชายอย่างกะทันหันกู้จงตกใจเป็นการใหญ่ กล่าวอย่างขลาดกลัวว่า “ท่านพี่ ข้าไม่ได้จะกวนท่าน ข้าแค่จะดูเฉยๆ เท่านั้น…”“ข้ารู้แล้ว!” กู้หนิงกล่าวอย่างอบอุ่น “รอข้าทําการบ้านที่ท่านอาจารย์มอบหมายให้เสร็จก่อนแล้วจะไปเล่นเป็นเพื่อนพวกเจ้า” ขณะที่กล่าว ยังมองอาเป่าครั้งหนึ่งด้วยอาเป่ายิ้มอย่างขัดเขินกู้จงกลับรีบกล่าวขึ้นว่า “ข้าจะเขียนอักษรเป็นเพื่อนท่านพี่”กู้หนิงยิ้ม ก้มศีรษะลงฝึกคัดอักษรอย่างเอาจริงเอาจัง5064พวกบ่าวไพร่ยกโต๊ะเก้าอี้ขนาดเล็กเข้ามาชุดหนึ่งกู้จงจึงหยิบอักษรตัวอย่างออกมาฝึกคัดอักษรตามเส้นแดงกับอาเป่าตอนแรกอาเหรินและกวนเกอยังคิดจะวิ่งมาที่ห้องโถง แต่ถูกแม่นมอุ้มเอาไว้พร้อมกับชี้มาที่กู้หนิง กู้จงและอาเป่าที่กําลังเขียนอักษรกันอยู่พลางหลอกล่อไปสองสามประโยค เด็กทั้งสองคนจึงไม่พยายามวิ่งมาที่ห้องโถงอีก ทําเพียงวิ่งเล่นอยู่ในห้องรับแขกและห้องชั้นในสองฝั่งเท่านั้นอีกทั้งเนื่องจากภายในห้องมีลูกตุ้มเครื่องหอมหยกแกะสลักและเครื่องเล่นทรงเหลี่ยมทําจากไม้อยู่เป็นจํานวนมาก เด็กทั้งสองก็เลยไม่มีเวลาไปกวนพวกกู้หนิงมีเพียงอวิ้นเกอเอ๋อร์ที่ไม่พอใจเป็นอย่างมากเขาอยากดูอาเหรินกับกวนเกอเล่นกันครั้นเขามองไม่เห็นพวกเขาสองคน เขาก็จะเริ่มร้องโวยวายแม่นมลองทดสอบอยู่หลายรอบ เมื่อเข้าใจความต้องการของเขาแล้ว ก็อุ้มเขาเดินตามหลังอาเหรินกับกวนเกอ เขาจึงสงบลงมา ยังส่งเสียงร้องที่ไม่รู้ว่าคืออะไรออกมาบ่อยๆ อีกด้วยเฉิงเซียวอดกล่าวยิ้มๆ ไม่ได้ว่า “อวิ้นเกอเอ๋อร์โตไปต้องเป็นคนที่ขึ้นบ้านไปรื้อหลังคาลงนํ้าไปจับปลาผู้หนึ่งเป็นแน่”โจวชูจิ่นกลับไม่ว่าจะดูอย่างไรก็รู้สึกว่าหลานชายของตนผู้นี้ดีไปหมด กล่าวยิ้มๆ ว่า “เจ้าดูร่างกายที่แข็งแรงของเขานั่น มือหนักกว่ากวนเกอของพวกข้าตอนเด็กๆ มากโข เด็กเช่นนี้ล้วนกระฉับกระเฉง ถึงเวลาเพียงต้องชี้แนะอย่างเอาใจใส่ก็ใช้ได้แล้ว เหมือนเสาจิ่น ตอนเป็นเด็กซนมาก เห็นอะไรก็เป็นต้องถามว่าทําไมครั้งหนึ่ง ไม่มีเวลาให้เงียบสงบเลยแม้แต่เค่อเดียว ตอนนั้นท่านยายของข้ายังเป็นกังวลใจว่านางจะไม่ได้ออกเรือน แต่เจ้าดูตอนนี้ อ่อนโยนและเงียบกว่าใคร5065เพื่อน ทุกวันอยู่แต่ในบ้านไม่อยากออกไปไหนทั้งสิ้น!” กล่าวถึงตรงนี้ นางก็นึกถึงงานวัดของวัดต้าเซียงกั๋วในวันที่หนึ่งเดือนสิบขึ้นมา กล่าวต่อว่า “งานวัดของวัดต้าเซียงกั๋วคงจัดไม่ได้แล้วกระมังถึงเวลาพวกเราไปจุดธูปที่วัดเจ้อถานแถบชานเมืองกันดีหรือไม่”“ข้าได้ยินว่างานวัดของวัดต้าเซียงกั๋วยังคงจัดตามเดิม” เฉิงเซิงกล่าว “แต่ว่าอาจจัดเป็นพิธีกรรมทางศาสนาแทน องค์รัชทายาทสิ้นพระชนม์ วัดในจิงเฉิงจะสวดมนตร์ให้องค์รัชทายาทก็เป็นเรื่องที่สมควรแล้ว วัดเจ้อถานเป็นวัดใหญ่ ข้าคิดว่าพวกเขาก็น่าจะจัดงานสวดมนตร์