ตอนที่ 511
ตอนที่511 ร่วมทุกข์
October 31, 2026
ถ้อยคําของเฉิงสวี่ราวกับฝ่ ามือที่ตบลงบนหน้าของหมิ่นเจียอย่างแรงก็ไม่ปาน ทําให้ หมิ่นเจียพูดอะไรไม่ออกแม้ประโยคเดียวนานครู่ใหญ่ ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าใด ใบหน้าของนางถึงได้เผือดสี กอดถาดเคลือบสีแดงวาดลายดอก ไห่ถังด้วยสีทองอย่างลนลานขณะเซถลาออกจากห้องหนังสือไป เฉิงสวี่ทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้มีเท้าแขนอย่างเสียใจ นํ้าตาร่วงไหลลงมาจากดวงตาอย่าง ไร้สุ้มเสียง เรื่องราวกลายเป็นเช่นนี้ได้อย่างไร เดิมทีเขาคิดว่าเขาผิดต่อโจวเสาจิ่นไปคนหนึ่งแล้ว ก็มิอาจผิดต่อคนอีกผู้หนึ่งได้ เหมือนที่ ท่านย่าบอกไว้ รับผิดชอบสิ่งที่ตนควรจะรับผิดชอบ ในเมื่อแต่งงานกับนางแล้ว ก็ตั้งใจใช้ชีวิต ร่วมกับนาง แต่เขานึกไม่ถึงว่า เรื่องราวกลับถูกตนทําพังเสียแล้ว ทั้งสองคนถึงกับเดินมาถึงหนึ่ง ก้าวนี้ ไม่รู้ว่านางจะพูดเรื่องนี้ออกไปหรือไม่นะ หากว่านางพูดออกไป เช่นนั้นเสาจิ่นจะเป็นคนได้อย่างไร! ชั่วขณะนั้น เขาเสียใจเป็นอย่างมาก หมิ่นเจียไม่รู้เลยว่าตนกลับถึงห้องไปได้อย่างไร ตอนที่นางเอนกายลงบนเตียง ก็คิดว่าตนไม่เหลือเรี่ยวแรงแม้แต่จะยกมือขึ้นเลย ตระกูลเฉิงเป็นเช่นนี้ได้อย่างไร
4754
ทั้งที่รู้ว่าคนที่เฉิงสวี่ชื่นชอบคือโจวเสาจิ่น ทั้งที่รู้ว่าเฉิงสวี่เกือบจะ… ยังให้นางแต่งงานเข้า บ้านมาราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น! พวกเขาหน้าไม่อายถึงเพียงนี้ได้อย่างไรกัน! กล่าวถึงตรงนี้ หมิ่นเจียคิดว่านางอยู่ต่อไปในบ้านหลังนี้อีกนาทีเดียวไม่ได้เสียแล้ว นางพยายามลุกขึ้นมา ซู่เย่ว์รีบก้าวมาประคองนาง เอ่ยถามอย่างเป็นห่วงว่า “สะใภ้ใหญ่ ท่านเป็นอะไรไปหรือ เจ้าคะ เมื่อครู่ตอนที่เพิ่งกลับมาสีหน้าขาวซีดจนทําให้คนอื่นตกใจ เป็นไปได้หรือไม่ว่าคุณชาย ใหญ่เขา…” สามีภรรยาคู่ใดบ้างที่มิได้รักใคร่กลมเกลียวกันในช่วงข้าวใหม่ปลามัน แต่สะใภ้ใหญ่ของ พวกนางกับคุณชายใหญ่ก็ดี คนหนึ่งอยู่ในห้องนอน เจ้าไม่มาเข้าใกล้ข้าข้าก็ไม่ไปเข้าใกล้เจ้า อีก คนหนึ่งอยู่ในห้องหนังสือ ทุกการกระทําล้วนแสดงให้เห็นว่าข้าอยากจะอ่านหนังสือพวกเจ้า อย่าได้มารบกวนข้าตามอําเภอใจ ไหนเลยจะมีบรรยากาศของคู่แต่งงานใหม่เลยสักนิด แม่นมบอกนางเป็นการส่วนตัวหลายครั้งแล้ว ให้นางยํ้าเตือนสะใภ้ใหญ่ยามที่มีเวลาว่าง สักหน่อย ดูท่าวันนี้ เกรงว่าสะใภ้ใหญ่กับคุณชายใหญ่คงจะทะเลาะกันเสียแล้ว ทว่าถ้อยคําของนางเพิ่งจะเอ่ยออกมา หมิ่นเจียก็ตวาดขึ้นเสียงดังว่า “ต่อไปเจ้าเอ่ยชื่อนี้ ต่อหน้าข้าให้น้อยลงเสีย! น่ารังเกียจจริงๆ…” ซู่เย่ว์ตกใจกลัว ขณะที่ผวาอยู่นั้นก็ร้องว่า “คุณหนูใหญ่” คําหนึ่ง แล้วกล่าวเสียงค่อยว่า “แม้ว่าคนในห้องนี้เป็นคนของพวกเรา แต่คนที่ปรนนิบัติอยู่ข้างนอกล้วนเป็นคนของตระกูลเฉิง ถ้า เกิดว่าถูกคนได้ยินเข้าก็คงแย่นะเจ้าคะ ท่านมีเรื่องอะไรให้อดทนเอาไว้ก่อน กลับบ้านไปค่อยบอก4755
คุณชายใหญ่ คุณชายใหญ่เป็นถึงจ้วงหยวน ไม่ว่าอย่างไรพวกเขาตระกูลเฉิงก็ต้องให้เกียรติ คุณชายใหญ่หลายส่วนกระมังเจ้าคะ” จริงด้วย! นางยังมีบ้านเดิมอยู่นี่นา ตระกูลเฉิงรังแกนางเช่นนี้ นางควรจะขอคนจากบ้านเดิมช่วยออกหน้าให้ถึงจะถูกแต่ต่อให้คนจากบ้านเดิมช่วยออกหน้าให้นาง นาง…นางจะขอหย่าได้หรือไม่ต้องพูดถึงหลังจากนางหย่าแล้วกลับไปอยู่บ้านเดิมได้หรือไม่ ขอเพียงนางหย่ากับเฉิงสวี่ ชื่อเสียงของตระกูลหมิ่นที่ว่า ‘ไม่มีหญิงสาวที่แต่งงานใหม่มาหกรุ่น’ นั้นก็นับว่าสิ้นสุดลงแล้ว นอกจากนี้จะทําให้ตระกูลหมิ่นเสียหน้ายิ่งยวด หนําซํ้ายังลากพี่ชายเข้าไปเกี่ยวพันด้วยทําให้ผู้อาวุโสของตระกูลหมิ่นรู้สึกผิดหวังกับความสามารถในการจัดการของพี่ชาย ซึ่งอาจจะทําให้พี่ชายสูญเสียการสนับสนุนของผู้อาวุโสได้เล็กน้อยยิ่งไปกว่านั้น เรื่องเช่นนี้ หากพูดออกไป นั่นก็เป็นข่าวอื้อฉาวที่น่าตกใจสะเทือนฟ้าไม่เพียงแค่เฉิงสวี่เท่านั้น แม้แต่เฉิงฉือที่แต่งงานกับโจวเสาจิ่น เฉิงจิงกับเฉิงเว่ยผู้เป็นพี่ชายของเฉิงฉือก็จะถูกลากเข้าไปด้วย อย่างน้อยภายในห้าสิบปีตระกูลเฉิงก็อย่าได้คิดจะยืนตัวตรงพูดอะไรอีกเลยดังคํากล่าวที่ว่า การตัดเส้นทางการเงินของผู้อื่นเท่ากับฆ่าพ่อแม่ของคนผู้นั้นหากนางตัดเส้นทางการเป็นขุนนางของตระกูลเฉิงแล้ว ก็เลวร้ายยิ่งกว่าฆ่าพ่อแม่ของพวกเขาเช่นนั้นตระกูลเฉิงกับตระกูลหมิ่นก็จะกลายเป็นศัตรูอาฆาตไปหลายชั่วคนแล้ว4756
ด้วยอํานาจของตระกูลเฉิงจะต้องหํ้าหั่นกับตระกูลหมิ่นจนไม่ปลาตายก็แหขาดเป็นแน่ต่อให้ตระกูลหมิ่นไม่ถูกตระกูลเฉิงลากลงนํ้าก็ต้องบาดเจ็บสาหัส ไม่เหลืออํานาจยืนอยู่ในแถวของตระกูลเก่าแก่ระดับหน้าแล้วขณะที่หมิ่นเจียครุ่นคิด หน้าผากก็มีเหงื่อผุดซึมออกมาเรื่องนี้นอกจากนางจะพูดออกไปไม่ได้ ยังต้องปิดบังเอาไว้อีกด้วยปิดบังไว้จนตายหนําซํ้าตอนที่คนอื่นพูดถึงเรื่องนี้ยังต้องยืนยันว่าเฉิงสวี่ไม่ได้ทําอีกด้วย…ครั้นตระหนักแจ่มแจ้งถึงสถานการณ์ที่ตนเผชิญ ไฟโทสะในใจของนางก็พัดโถมมาประหนึ่งลมพายุที่กวาดผ่านชายแดนก็ไม่ปาน ทําให้นางมิอาจสะกดกลั้นได้อีกต่อไปนางทําเรื่องเสียกิริยาที่ไม่เคยทํามาก่อนตั้งแต่เกิดมา คว้าหมอนอิงข้างมือแล้วขว้างออกไปแรงๆ“สะใภ้ใหญ่เจ้าคะ!” ซู่เย่ว์ตกใจอ้าปากค้าง“ไสหัวออกไป ไสหัวออกไปให้ข้าเดี๋ยวนี้!” หมิ่นเจียตะคอกเสียงดังอย่างควบคุมตนเองไม่อยู่ นํ้าตาไหลหลั่งลงมาดั่งสายพิรุณก็ไม่ปานซู่เย่ว์นึกถึงสีหน้าของหมิ่นเจียที่ออกมาจากห้องหนังสือของเฉิงสวี่เมื่อครู่ แล้วส่งสายตาให้สาวใช้ที่ปรนนิบัติอยู่ในห้องอย่างเป็นกังวล นําพวกนางออกไปตามๆ กันชั่วขณะนั้นภายในห้องเปลี่ยนเป็นเงียบงันไร้สุ้มเสียงหมิ่นเจียซบหมอนอิงใบใหญ่ ร้องไห้โฮออกมาทําไมเฉิงสวี่ต้องบอกนางด้วย4757
หากนางไม่รู้ก็จะไม่ทุกข์ใจเขาคิดว่าแทนที่เขาจะทนทุกข์อยู่คนเดียวไม่สู้ร่วมทุกข์กันสองคนเสียยังจะดีกว่าอย่างนั้นหรือต่อไปนางควรจะทําอย่างไรดีโจวเสาจิ่นแต่งให้เฉิงฉือได้ ไม่แน่ว่าตระกูลเฉิงอยากจะปิดปากของโจวเสาจิ่นก็เป็นได้ตอนนี้นางรู้เรื่องนี้แล้วเช่นกัน ตระกูลเฉิงจะยอมปล่อยนางออกไปได้อย่างไรพอนึกถึงตรงนี้ จู่ๆ นางก็นึกถึงอู๋เป่าจางขึ้นมา นึกถึงสีหน้าตอนที่นางพยักพเยิดให้อู๋เป่าจางหาทางเรียกโจวเสาจิ่นออกมาหรือว่านางก็เป็นคนที่รู้เรื่องคนหนึ่งเหมือนกันนะ!