ตอนที่ 512
ตอนที่512 ประคบประหงม
October 31, 2026
เฉิงฉือมองโจวเสาจิ่นที่เพราะกําลังหลับสนิทอยู่ดวงหน้าจึงดูอ่อนเยาว์เล็กน้อย แล้วจม เข้าสู่ห้วงความคิด เช้าตรู่วันรุ่งขึ้นตอนที่ไปคารวะยามเช้าฮูหยินผู้เฒ่ากัว เขาก็กึ่งประคองโจวเสาจิ่น โจวเสาจิ่นเอ่ยถามยิ้มๆ อย่างฉงนว่า “นี่ท่านเป็นอะไรไปหรือ” เฉิงฉือตอบเสียงเรียบว่า “ข้าเห็นว่าเจ้าเดินเหมือนจะหลับอยู่แล้ว หากไม่ประคองเจ้า อย่างนี้ เกรงว่าคงจะเดินตกคลองไปเสียแล้ว” โจวเสาจิ่นหาวทีหนึ่งอย่างห้ามไม่อยู่พลางกล่าวว่า “ข้าก็ไม่รู้ว่าทําไม เพียงแต่รู้สึกง่วง นอนยิ่งนัก ทั้งๆ ที่เพิ่งจะตื่นขึ้นมาเอง…” “เช่นนั้นก็กลับไปงีบหลับดีๆ อีกสักตื่นหนึ่ง” เฉิงฉือระบายยิ้มพลางกล่าว “ท่านแม่กําลัง จะออกไปเยี่ยมสหายข้างนอกพอดี” โจวเสาจิ่นได้ยินแล้วก็หัวเราะคิกขึ้นมา หลายวันก่อนฮูหยินเผิงของกองคัดเลือกทหารกรมกลาโหมได้เชิญฮูหยินผู้เฒ่ากัวไปชม งิ้วที่บ้าน ฮูหยินผู้เฒ่ากัวอายุมากแล้ว ทั้งเป็นผู้ที่พิถีพิถันคนหนึ่ง ข้างกายก็ไม่ขาดผู้ที่พูดคุยเอา อกเอาใจ จึงไม่ค่อยอยากออกบ้านมากนัก เทียบเชิญของตระกูลเผิงที่ส่งมาแม้ว่านางมิได้ว่าอะไร แต่ดูท่าแล้วคงไม่คิดจะไปเป็นแน่ เฉิงฉือพูดอย่างนี้ มิเท่ากับว่าอยากจะไล่ฮูหยินผู้เฒ่ากัวออกไปร่วมงานสังสรรค์ข้างนอก หรอกหรือ อีกทั้งฮูหยินผู้เฒ่ากัวเป็นผู้ที่ให้คนอื่นมาบงการตามอําเภอใจได้หรือ
4763
ทว่าสิ่งที่ทําให้นางคาดไม่ถึงก็คือ ตอนที่พวกเขาทําความเคารพฮูหยินผู้เฒ่ากัว แล้ว สนทนาอยู่เป็นเพื่อนก่อนจะลุกขึ้นอําลา ฮูหยินผู้เฒ่ากัวกลับบอกโจวเสาจิ่นขึ้นมาในทันใดว่า ประเดี๋ยวนางจะออกไปเยี่ยมตระกูลเผิง เนื่องจากทุกคนล้วนเป็นฮูหยินผู้เฒ่าที่มีอายุเล็กน้อย จึง ไม่พานางไปด้วย ให้นางอยู่ที่บ้านดีๆ นางจะรับประทานมื้อเย็นที่ตระกูลเผิงแล้วค่อยกลับมา โจวเสาจิ่นเบิกดวงตาโพลง เมื่อครู่นางอยู่กับเฉิงฉือมาโดยตลอด ตอนที่เฉิงฉือพูดก็มิได้ปกปิดนางแต่อย่างใด… เช่น นั้นเฉิงฉือรู้ได้อย่างไรว่าฮูหยินผู้เฒ่ากัวจะออกไปเยี่ยมตระกูลเผิง ทว่าประเดี๋ยวเฉิงฉือก็ต้องไปที่ทําการแล้ว นางมิอาจถามเขาตอนนี้ได้ จึงได้แต่ส่งเฉิงฉื อออกไปก่อน จากนั้นก็ปรนนิบัติฮูหยินผู้เฒ่ากัวออกไปข้างนอก ฮูหยินผู้เฒ่ากัวกําลังเลือกอาภรณ์ที่จะใส่ออกไปอยู่ ปรกติเรื่องเช่นนี้จะเตรียมเอาไว้ล่วงหน้าหนึ่งวัน เห็นได้ชัดว่าฮูหยินผู้เฒ่ากัวตัดสินใจออกไปข้างนอกอย่างกะทันหัน แต่เหตุใดฮูหยินผู้เฒ่ากัวถึงไปเยี่ยมตระกูลเผิงนั้น เรื่องนี้นางก็ยิ่งมิอาจถามฮูหยินผู้ เฒ่ากัวได้ หากนางถามแล้ว จะทําให้ฮูหยินผู้เฒ่ากัวดูเหมือนกระทําการโดยไร้ระเบียบอย่าง หลีกเลี่ยงไม่ได้ นางเป็นบุตรสะใภ้คนหนึ่ง จะไปซักถามการตัดสินใจของแม่สามีได้อย่างไร โจวเสาจิ่นไปส่งฮูหยินผู้เฒ่ากัวโดยที่ไม่ค่อยจะเข้าใจนัก จากนั้นความง่วงเหงาหาวนอน ก็จู่โจมมาอย่างจงใจอีกครั้ง นางทิ้งตัวลงบนเตียงแล้วหลับตาลง ทว่าในใจกลับรู้สึกโล่งใจอยู่รางๆ หากฮูหยินผู้เฒ่า ไม่อยู่บ้าน ความจริงนางก็รู้สึกผ่อนคลายเป็นอย่างมาก4764
ทว่าฮูหยินผู้เฒ่ากัวที่ออกไปแล้วกลับยิ้มแป้นตลอดทาง หลี่ว์มามานึกถึงคําพูดเป็นนัยสองสามประโยคนั้นของเฉิงฉือเมื่อครู่ ก็อดกล่าวไม่ได้ว่า“ฮูหยินผู้เฒ่า หากฮูหยินสี่ตั้งครรภ์จริงๆ ควรจะเชิญท่านหมอมาตรวจดูสักคนหนึ่งถึงจะถูกนะเจ้าคะ หลบออกไปเช่นนี้…”เหมาะสมหรือทั้งยังมิได้เทียบแปดดวงอักษรกันเลย แปดดวงอักษรของฮูหยินผู้เฒ่ากับทารกที่อยู่ในครรภ์ของฮูหยินสี่ไม่ถูกกันหรือต่อจากนี้ไปฮูหยินผู้เฒ่าก็ต้องหลบฮูหยินสี่ตลอดไปเช่นนี้อย่างนั้นหรือฮูหยินผู้เฒ่ากัวหัวเราะร่า มิได้ใส่ใจถ้อยคําของหลี่ว์มามาแต่อย่างใด กล่าวยิ้มๆ ว่า “เจ้าสี่บอกแล้วมิใช่หรือ เขาเพียงสงสัยว่าเสาจิ่นตั้งครรภ์ เจ้าก็รู้ เด็กคนนั้นรอคอยบุตรมาเกือบปีแล้วหากข้าไปเชิญท่านหมอคนหนึ่งมาตรวจนาง ประการแรกครรภ์ยังไม่ครบเดือน ตรวจไปหรือไม่ตรวจก็ยังบอกได้ไม่แน่ชัด ถ้าหากทําให้นางคิดว่าข้าเร่งให้นางแตกกิ่งก้านสาขาให้แก่ตระกูลเฉิงแล้วเกิดมีปมในใจขึ้นมาก็คงไม่ดี ประการที่สองหากตั้งครรภ์จริงๆ ละก็ เด็กคนนั้นคงจะถนอมครรภ์เสมือนเป็นของลํ้าค่า เช่นนั้นก็คงนอนไม่ขยับ หรืออยากกินนั่นกินนี่ ซึ่งพวกเรายังมิอาจมั่นใจได้สักเท่าไร ยิ่งทําเช่นนั้นก็ยิ่งคลอดยาก ไม่สู้ปฏิบัติตัวเหมือนปรกติ ควรทําอย่างไรก็ทําอย่างนั้นเสียยังจะดีกว่า!”ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ท่านจะหลบออกไปทําไมเล่าหลี่ว์มามายิ้มอยู่ในใจ มิได้เผยรอยยิ้มออกมา แล้วติดตามฮูหยินผู้เฒ่ากัวไปหาฮูหยินเผิงที่นั่น4765
จนกระทั่งฮูหยินผู้เฒ่ากัวกลับมาตอนกลางคืน ก็เห็นโจวเสาจิ่นหาวขณะที่กําลังสนทนากันอยู่ พอหายจากอาการประหลาดใจแล้วก็ลอบบังเกิดความคิดขึ้นมาในใจหลายส่วน นางจึงบอกเฉิงฉือว่า “ช่วงนี้อากาศเย็นสบายดี ข้าอยากฉวยโอกาสช่วงที่อากาศดีไปเที่ยวหาเจ้ารอง อยู่ที่นั่นสักระยะหนึ่ง!”โจวเสาจิ่นตกใจจนดวงหน้าเปลี่ยนสี อาการง่วงนอนพลันมลายหายไปหมด รีบเอ่ยว่า“ท่านแม่ ท่านอยู่ที่นี่ดีๆ เหตุใดจู่ๆ ถึงอยากไปบ้านพี่รองเจ้าคะ…”ฮูหยินผู้เฒ่ากัวไม่รอให้นางพูดจบก็ตัดบทสนทนาของนาง กล่าวยิ้มๆ ขึ้นว่า “เจ้าเด็กคนนี้ข้ายังไม่ได้พูดอะไร ก็เห็นเจ้าตกใจเสียแล้ว! มานี่ซิ มานั่งข้างๆ ข้า มิใช่ว่ารั่งเกอเอ๋อร์หมั้นกับคุณหนูสามผู้นั้นของตระกูลเซี่ยแล้วหรอกหรือ ข้าสัญญาว่าจะออกเงินสองหมื่นเหลี่ยงให้งานแต่งงานของรั่งเกอเอ๋อร์ บังเอิญช่วงนี้พี่สะใภ้รองของเจ้ากําลังช่วยดูบ้านสวนให้รั่งเกอเอ๋อร์อยู่พอดี ข้าว่างไม่มีอะไรทํา เลยไปช่วยทางนั้นดูสักหน่อย หาอะไรทําไปในตัว”เมื่อบุตรสาวออกเรือนบ้านเดิมจะให้สินเจ้าสาว ฝ่ ายชายที่ใส่ใจเล็กน้อยก็จะซื้อที่ดินส่วนตัวให้บุตรชาย ทําให้ครอบครัวใหม่มีชีวิตที่ดีในภายภาคหน้าบ้านสวนที่ฮูหยินผู้เฒ่ากัวพูดถึง คาดว่าก็คือที่ดินส่วนตัวที่ชิวซื่อเตรียมไว้ให้รั่งเกอเอ๋อร์นอกจากนี้ยามที่นายท่านผู้เฒ่าซวินยังมีชีวิตอยู่ฮูหยินผู้เฒ่ากัวก็ดูแลการงานในบ้านหลังจากกลับมาซอยจิ่วหรูก็ช่วยดูแลกิจการของตระกูลเฉิง แม้แต่ตอนที่อาศัยอยู่ที่เรือนหานปี้ซาน เมื่อเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นหยวนซื่อก็จะมาขอคําแนะนําจากนาง ไม่เหมือนตอนนี้ ทางด้านประตูเฉาหยางมีคนน้อยนิด ต่อให้นางอยากจะหาอะไรให้ฮูหยินผู้เฒ่ากัวทําก็ไม่มีอยู่ดี… หากฮูหยินผู้เฒ่ากัวปรารถนา หาอะไรทําสักหน่อยก็มิใช่ว่าจะไม่ดี!โจวเสาจิ่นครุ่นคิดแล้ว ก็อาสาขึ้นว่า “เช่นนั้นให้ข้าไปเป็นเพื่อนท่านด้วยเถอะนะเจ้าคะ!”4766
“ไม่ต้องๆ” ฮูหยินผู้เฒ่ากัวคลี่ยิ้มพลางโบกมือ กล่าวว่า “ข้าเพียงไปเที่ยวหาเท่านั้นเองหากเจ้าไปกับข้า ใครจะดูแลเจ้าสี่เล่า”