ตอนที่ 514
ตอนที่514 ผิดพลาด
October 31, 2026
ผ่านไปไม่กี่วัน เฉิงเวิ่นก็ได้รับจดหมายฉบับหนึ่ง แจ้งว่าฮูหยินใหญ่เวิ่นป่วย ให้อู๋เป่ าจาง กลับบ้านไปปรนนิบัติดูแล หากจดหมายฉบับนี้ส่งมาตอนที่ร้านของเฉิงเวิ่นยังไม่มีปัญหา เฉิงเวิ่นจะต้องเร่งอู๋เป่ า จางกลับไปในทันทีอย่างแน่นอน แต่จดหมายฉบับนี้กลับส่งมาหลังจากที่ร้านของเขาเกิดปัญหา ขึ้น ในใจของเฉิงเวิ่นจึงเต็มไปด้วยเคียดแค้นหลายส่วน เขาถามบ่าวเด็กที่ส่งจดหมายว่า “เป็น จดหมายที่ส่งมาผ่านจุดพักม้าหรือว่าไหว้วานพวกนายท่านของตระกูลเฉิงส่งแบบเร่งด่วน” บ่าวเด็กผู้นั้นตอบยิ้มๆ ว่า “เป็นจดหมายที่ส่งมาผ่านจุดพักม้าขอรับ…” ทว่าเขายังไม่ทันพูดจบ เฉิงเวิ่นก็ขยํ้าจดหมายเป็นก้อนแล้วโยนทิ้งลงพื้นเสียแล้ว ตวาด ว่า “เจ้าออกไปให้ข้าเดี๋ยวนี้… ในเมื่อป่วยจนใกล้ตาย แต่ไม่ใช้การส่งแบบเร่งด่วนกลับส่งจดหมาย ผ่านจุดพักม้า คิดว่าความเจ็บป่ วยนี้ไม่สําคัญ ก็ให้นางทนทรมานไปเองแล้วกัน หากทนไม่ได้ จริงๆ ข้างกายนางมิได้มีบ่าวหญิงและสาวใช้ข้างกายที่รู้ใจเหล่านั้นอยู่ด้วยหรอกหรือ ให้พวกนาง ปรนนิบัติให้ดีก็พอแล้ว รอให้ผ่านไปร้อยปี ค่อยทุบหม้อส่งวิญญาณให้นาง ก็ถือว่าสิ้นสุดความ ภักดีของนางแล้ว นางจะทรมานลูกสะใภ้ตนเองอย่างไร้เหตุผลไปเพื่ออะไร เจ้าไปบอกให้พ่อบ้าน เขียนจดหมายตอบนาง บอกนางตามที่ข้าพูดโดยไม่ตกหล่นแม้ประโยคเดียว เข้าใจหรือไม่” พูด จบก็ยังไม่หายโมโห ก้าวไปข้างหน้าสองสามก้าว แล้วใช้เท้ากระทืบก้อนกระดาษที่ทิ้งบนพื้นอย่าง เคืองแค้นหลายครั้ง บ่าวเด็กตกใจจนวิ่งเตลิดออกไป เฉิงนั่วที่เดิมทีได้ยินว่ามารดาป่วยไม่สบายแล้วรีบรุดเข้ามาเห็นฉากนี้ ก็แอบถอยออกไป เงียบๆ
4781
ต่อให้พวกเขาไม่ดี ก็เป็นผู้ที่ให้กําเนิดและเลี้ยงดูเขา เขาไม่อยากถูกดึงเข้าไปเกี่ยวด้วย ครั้นอู๋เป่าจางทราบเรื่องก็เสียใจจนลําไส้เขียวคลํ้าไปหมด นางคํานวณวางแผนมาอย่างดีแต่กลับลืมคิดถึงความเคียดแค้นที่เฉิงเวิ่นมีต่อฮูหยินใหญ่ เวิ่น ครั้งนี้ก็จบสิ้นแล้ว นางเสียเงินยี่สิบเหลี่ยงไปเปล่าๆ สาวใช้ข้างกายอู๋เป่าจางก็รู้สึกเสียใจยิ่ง กล่าวว่า “หากรู้เช่นนี้แต่แรกก็จะให้ส่งจดหมาย แบบเร่งด่วนแล้วเจ้าค่ะ!” “เจ้าจะรู้อะไรได้” อู๋เป่ าจางย่นหัวคิ้วพลางกล่าวว่า “การส่งแบบเร่งด่วนเป็นการส่ง จดหมายที่จํากัดให้แต่ทางการแต่ละท้องถิ่นใช้ ขุนนางธรรมดาทั่วไปล้วนไม่มีสิทธิ์ใช้ ยิ่งไม่ต้อง พูดคนทั่วไปเหมือนพวกเราที่อยากจะปะปนเข้าไปเลย” ขณะที่นางพูด ก็กํามือเป็นหมัด “ตอนนี้ ทางนี้ก็นับว่าถูกปิดแล้ว พวกเราต้องหาทางอื่น…” สาวใช้ก็อดบ่นขึ้นมาไม่ได้ว่า “ถ้าหากตอนแรกพวกเราขัดขืนไม่ให้เงินยี่สิบเหลี่ยงแก่เขาก็ คงดีนะเจ้าคะ” “ให้ไปหรือไม่ให้ก็เหมือนกัน” อู๋เป่าจางกล่าวอย่างห่อเหี่ยว “ตอนนี้เขาเปลี่ยนไปแล้ว มิใช่ คุณชายลู่ผู้นั้นเช่นเดิมแล้ว พูดเรื่องเหตุผลหรือเรื่องมารยาทความละอายกับเขาไปก็ไม่ต่างอะไร จากการสีซอให้ควายฟัง… หากข้าไม่ให้เงินยี่สิบเหลี่ยงแก่เขา เขาก็ยังมีวิธีอื่นให้ข้ามอบเงินแก่เขา เพียงแต่ข้าไม่เข้าใจว่า เขารู้ได้อย่างไรว่าข้าอยู่ที่จิงเฉิง ซํ้ายังตามหาจนพบ ตอนที่เจอข้าก็ดู เหมือนคาดการณ์เอาไว้แล้วว่าข้าจะช่วยเขา…”4782
แต่ก่อนพวกเขาเพียงมีความสัมพันธ์ที่คลุมเครือเล็กน้อยเท่านั้น เขาไม่กลัวว่านางจะไม่ช่วยเขาอย่างนั้นหรือความเคลือบแคลงใจวนเวียนอยู่ในใจของนางไม่หยุด แต่นางคิดไม่ออกจริงๆ ว่าเพราะเหตุใดหรือว่าเป็นเพราะนางค่อนข้างรังแกง่ายกันนะอู๋เป่าจางครุ่นคิด แล้วคิดว่าอยากเขียนจดหมายไปให้สะใภ้ใหญ่สือหรือไม่ ขอให้นางช่วยหาวิธีส่งนางกลับไปทว่าพอความคิดนี้ผุดขึ้นมา นางก็สลัดทิ้งไปในทันทีหากนางเล่าให้สะใภ้ใหญ่สือฟัง เช่นนั้นก็มีคนที่ทราบถึงความสัมพันธ์ระหว่างนางกับเฉิงลู่เพิ่มอีกหนึ่งคนแล้ว มิเท่ากับว่านางกําลังยื่นความลับให้ผู้อื่นหรอกหรือแต่หากหยิบเงินสามร้อยเหลี่ยงออกมาอีก เงินส่วนตัวของนางก็ลดลงหนึ่งในสามแล้วทว่านอกจากสะใภ้ใหญ่อู๋แล้ว ยังมีใครที่ช่วยนางได้อู๋เป่าจางก็เดินวนไปมาในห้องอีกครั้งทางด้านประตูเฉาหยาง โจวเสาจิ่นกําลังนั่งพิงหัวเตียง ห่มผ้าห่มสีแดงที่ทอลายนกยวนยางเล่นนํ้าอยู่บนเตียง พลางมองโจวชูจิ่นที่ถือช้อนอยากจะป้อนรังนกให้นางแล้วคลี่ยิ้มอย่างระมัดระวัง พร้อมกับกระซิบว่า “ท่านพี่ ข้า…ข้าเพียงตั้งครรภ์เท่านั้นเอง… ยังยกนํ้าแกงหวานนี้เองได้เจ้าค่ะ…”ความหมายที่แฝงอยู่ก็คือ มือไม้ของนางยังใช้ได้อยู่4783โจวชูจิ่นถลึงตาใส่นางอย่างดุดันทีหนึ่งโจวเสาจิ่นก็ก้มหน้าลงในทันที แล้วดื่มรังนกอย่างว่าง่ายโจวชูจิ่นเห็นนางไม่มีท่าทางสํานึกแต่อย่างใด ก็โมโหโทโสอีก อดพึมพําไม่ได้ว่า “เจ้าว่า…เพราะเหตุใดตอนแรกท่านพ่ออยากให้เจ้าร่วมห้องหอช้าสักหน่อย มิใช่เพราะกลัวเจ้าอายุยังน้อยแล้วได้รับความลําบากตอนคลอดหรอกหรือ ท่านพ่อจะไม่รู้ว่าหากเจ้ามีบุตรชายแล้วจึงนับว่ามีที่ยืนมั่นคงในตระกูลเฉิงอย่างแท้จริงอย่างนั้นหรือ ข้าจะไม่รู้ว่าบุตรสําคัญต่อผู้หญิงอย่างนั้นหรือแต่ข้ากับท่านพ่อยิ่งปรารถนาให้เจ้ามีชีวิตที่ดี ใช้ชีวิตถึงร้อยปีและรํ่ารวยมีทรัพย์เต็มเรือนได้ เจ้าก็ดี ไม่คาดคิดว่าจะให้เฉิงจื่อชวนผู้นั้นจับมืออย่างรวดเร็ว…” สุดท้ายนางเพียงเป็นหญิงสาวที่แต่งงานแล้วที่เพิ่งเป็นแม่คนผู้หนึ่ง พูดถึงตรงนี้ ดวงหน้าก็อดขึ้นสีตามไปด้วยไม่ได้ กดเสียงลงอย่างเขินอายแล้วกล่าวอีกว่า “ข้าขอบอกเจ้า เจ้าห้ามให้เฉิงจื่อชวนมาที่นี่อีก ช่วงที่ตั้งครรภ์สามเดือนแรก ต้องแยกห้องนอนกันโดยเด็ดขาด นี่มิใช่การเล่นของเด็กๆ หากรักษาบุตรคนแรกไม่ได้ให้ภายหน้าต่อให้ตั้งครรภ์อีก ก็อาจจะไม่ราบรื่น ต่อให้สามีภรรยาต้องเคืองใจกัน เจ้าก็ห้ามใจอ่อนโดยเด็ดขาด เข้าใจหรือไม่”โจวเสาจิ่นพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง แล้วเงยหน้าเหลือบมองไปที่ประตูครั้งหนึ่งโจวชูจิ่นถูกนางทําให้โกรธขึ้งจนไม่รู้จะว่าอะไรแล้ว ผ่านไปนานครู่ใหญ่ถึงได้กล่าวว่า“ถ้อยคําที่ข้าพูดไปเจ้าฟังเข้าหูบ้างหรือไม่”“เข้าใจแล้วเจ้าค่ะๆ” โจวเสาจิ่นรีบกล่าว “เจ้าให้ข้ากับ…ซื่อหลางแยกห้องกันนอนเจ้าค่ะ!”ขณะที่กล่าวก็ชําเลืองมองประตูห้องอีกครั้งนางตั้งครรภ์แล้ว ซื่อหลางกลัวว่านางจะหวาดกลัว จึงส่งคนไปแจ้งโจวชูจิ่น ให้โจวชูจิ่นมาเยี่ยมตอนที่มีเวลาว่าง อยู่พูดคุยเป็นเพื่อนโจวเสาจิ่น4784
ครั้นโจวชูจิ่นได้ยินแล้วก็ระเบิดโทสะ รีบมากับซางมามาที่ไปส่งจดหมายทันที