ตอนที่ 523
ตอนที่523 ตลบหลัง
October 31, 2026
“ใต้เท้าเฉิน?” อู๋เป่าจางกล่าวอย่างประหลาดใจ “ใต้เท้าเฉินคนไหนหรือ” คนที่มารายงานข่าวกล่าวยิ้มๆ ว่า “ใต้เท้าเฉิน ยังจะมีใต้เท้าเฉินคนใดได้อีก แน่นอนว่า ย่อมเป็นใต้เท้าเฉินเฉินลี่ขันทีใหญ่ของพระตําหนักเฉียนชิง! เขาเป็นคนที่ถวายการรับใช้องค์ ฮ่องเต้มาตั้งแต่ตอนที่พระองค์ยังทรงเป็นไท่จื่อ หลังจากที่องค์ฮ่องเต้ทรงเถลิงราชย์แล้ว ก็กลาย มาเป็นขันทีใหญ่ของพระตําหนักเฉียนชิง นั่นเป็นอะไรที่อยู่ใต้คนเพียงหนึ่งอยู่เหนือคนเป็นหมื่น เลยทีเดียว! ใต้เท้าเฉินไม่มีทายาทมิใช่หรือ โชคดีที่เขามีน้องชายผู้หนึ่ง ให้กําเนิดบุตรสาวสองคน ยกบุตรสาวคนเล็กให้ใต้เท้าเฉินอุปการะ ใต้เท้าเฉินรักใคร่ประหนึ่งประคองไว้ในมือก็กลัวตก เก็บ ไว้ในปากก็กลัวละลาย อาหารเสื้อผ้าหรือเครื่องใช้ล้วนไม่ด้อยไปกว่าคุณหนูของตระกูลชนชั้นสูง เหล่านั้นเลย จึงอยากหาสามีในอุดมคติให้คุณหนูใหญ่ตระกูลเฉินสักคนหนึ่ง แต่เนื่องจากใต้เท้า เฉินผู้นั้นถวายการรับใช้องค์ฮ่องเต้มาก่อน ความคิดอ่านจึงไม่เหมือนกัน นอกจากพื้นเพครอบครัว แล้ว ยังต้องดูคุณธรรมความดีและการศึกษาด้วย ไปๆ มาๆ ทําให้คุณหนูใหญ่ตระกูลเฉินต้อง ล่าช้า ปีนี้อายุยี่สิบสองเข้าไปแล้วก็ยังมิได้ออกเรือน ใต้เท้าเฉินจึงเก็บคุณหนูใหญ่ตระกูลเฉินไว้ที่ บ้าน ประกาศออกมาว่าต้องการสรรหาสามีให้คุณหนูใหญ่ตระกูลเฉิน… …ญาติผู้พี่ของท่านผู้นี้หน้าตาโดดเด่น ขณะที่ไปขอเข้าเรียนที่สํานักศึกษาซานหมิงนั้น โชคดีได้พบกับใต้เท้าเฉินโดยบังเอิญ พึงพอใจเป็นอย่างยิ่ง อีกทั้งทราบว่าบิดามารดาของเขาล้วน จากไปทั้งคู่และยากจนข้นแค้น จึงกระตุ้นความคิดเรื่องแต่งบุตรเขยเข้าบ้านขึ้นมา… …ญาติผู้พี่ของท่านผู้นี้ก็เป็นคนมีกระดูกสันหลังผู้หนึ่ง บอกว่าแต่งเป็นบุตรเขยเข้าบ้าน คงไม่ได้ แต่หลังจากแต่งงานกันแล้วให้บุตรชายคนรองใช้แซ่ตามใต้เท้าเฉินได้ เป็นผู้สืบทอดจุด ธูปของใต้เท้าเฉินต่อไป… …ใต้เท้าเฉินจึงยิ่งให้เกียรติญาติผู้พี่ของท่านมากขึ้น…
4861
…กําหนดวันเรียบร้อยแล้ว จะแต่งงานกันปลายเดือนนี้… …ยังพาญาติผู้พี่ของท่านไปเรียนที่สํานักศึกษาหลวงอีกด้วย… …ปีหน้าก็จะลงสนามสอบของราชสํานักแล้ว… …ท่านว่า ญาติผู้พี่ของท่านปีนขึ้นสู่ต้นไม้ใหญ่ของใต้เท้าเฉินต้นนี้ได้แล้ว ถึงเวลาพวก ท่านก็จะได้รับอานิสงส์ไปด้วยมิใช่หรือ” เฉิงลู่ ถึงกับไปเป็นบุตรเขยแต่งเข้าบ้านให้ขันที อู๋เป่าจางฟังแล้วแทบจะเป็นลมล้มลงไป นางรู้ว่าเฉิงลู่ใช้ไม่ได้แล้ว แต่คิดไม่ถึงว่าเฉิงลู่จะถึงกับยอมทําให้ตัวเองตกตํ่าได้ถึงขนาด นี้ อู๋เป่าจางคว้าจอกชาขึ้นมาหมายจะปาใส่คนแจ้งข่าวผู้นั้น แต่คิดได้ว่าคนผู้นี้เป็นนักสืบมี ชื่อ ทําให้คนเช่นนี้ขุ่นเคืองได้ไม่คุ้มเสีย สูดลมหายใจเข้าลึกๆ หลายลมหายใจ ถึงได้ระงับอารมณ์ เดือดดาลลงได้ ยิ้มพลางให้คนเอาซองแดงคู่หนึ่งมอบให้คนแจ้งข่าว กล่าวขอบคุณครั้งแล้วครั้ง เล่าอย่างสุภาพ ให้สาวใช้เดินนําคนออกไป ถึงได้เขวี้ยงจอกชานั่นลงบนพื้น บ่าวรับใช้ในห้องตกใจจนตัวสั่นงันงก อู๋เป่าจางโกรธจนมือเท้าสั่นไม่หยุดโจวเสาจิ่นเองก็ถามซางมามาอย่างแปลกใจว่า “ใต้เท้าเฉิน? ใต้เท้าเฉินคนไหนหรือ” ซางมามากล่าวแนะนําเกี่ยวกับเฉินลี่ให้เข้าใจอย่างง่ายๆ รอบหนึ่ง โจวเสาจิ่นไม่รู้จะพูดอะไรไปครู่หนึ่ง4862
ชาติก่อน ตอนที่เฉิงลู่ไร้ซึ่งหนทางไปแล้วนั้นก็เลือกเส้นทางนี้ เป็นบุตรเขยของพ่อค้าใหญ่ ผู้หนึ่งที่หนิงโป แต่คิดไม่ถึงว่าชาตินี้เขายังจะเลือกเส้นทางนี้อยู่ เพียงแต่เพราะมีตระกูลเฉิงไล่ต้อนอยู่ด้านหลัง ‘พ่อภรรยา’ ที่เขาเลือกในครั้งนี้ค่อนข้างกระตุ้นให้เกิดความขัดแย้ง ต่อให้เขาสอบได้เป็นจิ้นซื่อ แต่เกรงว่าก็ยากจะเดินอยู่บนเส้นทางราชสํานักได้อย่างราบรื่น“ฮูหยินไม่ต้องเป็นกังวลใจเจ้าค่ะ” ซางมามาเห็นนางมีสีหน้ากังวล กล่าวปลอบโยนนางว่า “นายท่านสี่เคยสั่งเอาไว้ ไม่อาจปล่อยให้เขามีชีวิตสบายเกินไปได้ ดังนั้นคนของพวกเราจึงตามเฝ้าเขาอยู่ตลอด ปล่อยให้เขาดิ้นรนอยู่ตรงนั้น แม้นใต้เท้าเฉินจะเป็นขันทีใหญ่ของพระตําหนักเฉียนชิง นายท่านสี่ก็มิใช่จะพูดอะไรไม่ได้ เพียงพูดคําหนึ่ง ก็ทําให้เขาอยู่หรือตายได้แล้วเพียงแต่ฮั่วตงถิงกล่าวว่า เรื่องนี้ยังต้องดูความเห็นของฮูหยินด้วย จึงให้ข้ามาบอกฮูหยินสักคําหนึ่ง หากเฉินลี่ผู้นั้นทราบประวัติของเฉิงลู่แล้ว ย่อมไม่เลือกเขาเป็นบุตรเขยแต่งเข้าบ้านอย่างแน่นอน…”โจวเสาจิ่นนึกถึงคําพูดเหล่านั้นที่เฉิงลู่พูดกับนางตอนที่มาหานางหลังจากที่ตระกูลเฉิงถูกตรวจสอบและยึดทรัพย์ในชาติก่อนขึ้นมา…นางไม่อาจทนมองเฉิงลู่หลอกลวงผู้คนต่อไปโดยไม่ทําอะไรได้อีก“เช่นนั้นก็หาคนไปเตือนใต้เท้าเฉินสักคําเถิด!” โจวเสาจิ่นรู้สึกว่าในเมื่อเฉินลี่เป็นถึงขันทีใหญ่ของพระตําหนักเฉียนชิงได้ ย่อมต้องมีวิถีปฏิบัติและความคิดเป็นของตัวเองอย่างแน่นอนซางมามาขานรับคํายิ้มๆแต่ผ่านไปไม่กี่วันซางมามากลับมาบอกนางด้วยความลําบากใจยิ่งว่า “เกรงว่าเรื่องนี้คงไม่สําเร็จแล้วเจ้าค่ะ…ทางด้านของใต้เท้าเฉินนั้น ได้ยินว่ารู้เรื่องพื้นเพของเฉิงลู่ตั้งนานแล้ว รู้ว่าเขาเป็นบุตรหลานของตระกูลเฉิงที่จินหลิง ถึงได้เลือกเขาเป็นบุตรเขยแต่งเข้าบ้าน…”โจวเสาจิ่นเบิกดวงตากว้าง4863
ซางมามาถอนหายใจครั้งหนึ่ง กระซิบอธิบายเสียงเบาว่า “เฉินลี่ผู้นี้ ก็มิใช่คนเที่ยงตรงอะไร เรื่องที่เฉิงลู่ถูกริบยศตําแหน่งในปีนั้น สําหรับเขาแล้วมิได้มองเป็นเรื่องอะไรเจ้าค่ะ…”“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เช่นนั้นพวกเราก็อย่ายุ่งเรื่องนี้เลย” โจวเสาจิ่นกล่าว “ถึงเวลาหากเฉิงลู่สร้างเรื่องวุ่นวายอะไรขึ้นมา หวังเพียงว่าเขาจะไม่เสียใจภายหลังก็พอ” กล่าวถึงตรงนี้ นางรีบเอ่ยว่า “นายท่านสี่ทราบเรื่องนี้หรือไม่ ต้องบอกเขาสักคําถึงจะถูก เฉินลี่เป็นขันทีใหญ่ของพระตําหนักเฉียนชิง กลัวแต่ว่าเฉิงลู่ผู้นั้นจะนินทาว่าร้ายอะไรต่อหน้าเฉินลี่ ไม่เป็นผลดีต่อนายท่านสี่”ซางมามาพยักหน้า พลางกล่าว “ฮั่วตงถิงส่งคนไปไคเฟิงแล้วเจ้าค่ะ…”คําพูดของนางยังมิทันได้จบลง ก็มีสาวใช้เด็กวิ่งเข้ามา กล่าวว่า “ซางมามา ลุงฮั่วมาเจ้าค่ะ”โจวเสาจิ่นกล่าว “ใช่ฮั่วตงถิงหรือไม่”“เป็นเขาเจ้าค่ะ!” ซางมามากล่าว “ข้าจะไปดูสักหน่อยว่าเขามีเรื่องอะไร แล้วค่อยกลับมารายงานฮูหยินนะเจ้าคะ”“ได้!”โจวเสาจิ่นรอซางมามาอยู่ในห้อง ไม่นาน ซางมามาก็กลับมาด้วยเหงื่อท่วมศีรษะ กล่าวขึ้นว่า “ฮูหยินสี่ โชคดีที่ท่านเพียงให้พวกข้าไปเปิดเผยเรื่องพื้นเพของเฉิงลู่ให้เฉินลี่เท่านั้น นายท่านสี่บอกว่า ในระยะอันใกล้นี้เขามีเรื่องต้องการให้เฉิงลู่ช่วยเรื่องเล็กน้อยเรื่องหนึ่ง ดังนั้นเฉิงลู่ถึงได้ ‘บังเอิญพบ’ กับเฉินลี่ ต่อไปให้พวกเราไม่ต้องสนใจเขาแล้ว คอยดูอยู่ห่างๆ ก็พอเจ้าค่ะ”ที่แท้เป็นแผนของเฉิงฉือนี่เองโจวเสาจิ่นอดรู้สึกเสียใจไม่ได้ กล่าวขึ้นว่า “ข้า ข้ามิได้ทําให้แผนของเขาเสียหายจริงๆ ใช่