ตอนที่ 524
ตอนที่524 ฉีกทึงกันและกัน ้
October 31, 2026
ญาติผู้น้องจากจินหลิง… อู๋เป่ าจางฟังแล้วรู้สึกระคายหูเป็นอย่างยิ่ง อยากพูดอะไรสักเล็กน้อย แต่ก็คิดว่าเวลานี้ พูดอะไรไปล้วนไม่ดีทั้งนั้น จึงก้มหน้าดื่มชาไปสองสามจิบ เฉิงลู่มาถึงแล้ว เขากล่าวทักทายสะใภ้ใหญ่เฉินอย่างยิ้มแย้มก่อน “งานบ้านของวันนี้จัดการเสร็จ เรียบร้อยหมดแล้วหรือ ได้ยินว่าญาติผู้น้องจากจินหลิงของข้ามาหา…” ขณะที่เขากล่าว ถึงได้หัน สายตามองมาที่อู๋เป่ าจาง ใบหน้าหยกมีระลอกคลื่นความไม่พอใจ นัยน์ตาถึงกับปรากฏความ งงงวยออกมาเล็กน้อย หลังจากผ่านไปครู่หนึ่งถึงได้กล่าวขึ้นด้วยนํ้าเสียงหยั่งเชิงว่า “เจ้าคือ คุณหนูใหญ่ของท่านเจ้าเมืองอู๋?!” ถึงกับแสร้งทําเป็นไม่รู้จักมักคุ้นกับนางแม้แต่นิดเดียว อู๋เป่าจางรู้สึกมีลมหนึ่งจุกอยู่ที่หน้าอก กว่าครู่ใหญ่ก็ยังหายใจไม่ออก เฉิงลู่โน้มกายไปกล่าวกับสะใภ้ใหญ่เฉินว่า “คือบุตรสาวของใต้เท้าอู๋เจ้าเมืองจินหลิง แต่งงานกับเฉิงนั่วของจวนห้าที่ซอยจิ่วหรู จะว่าไปแล้วก็นับเป็นน้องสะใภ้ของข้า ทว่ามิใช่ญาติผู้ น้องโดยตรง ปัจจุบันท่านอาเวิ่นจวนห้าทําการค้าอยู่ที่จิงเฉิง นางมาหาโดยใช้สถานะญาติผู้น้อง ของข้า เกรงว่าคงมาหาข้าด้วยมีเรื่องอะไร เจ้ากลับออกไปก่อนเถิด!” จวนห้าของตระกูลเฉิงที่ซอยจิ่วหรูตกตํ่าถึงขนาดต้องเปิดร้านขายใบชาเพื่อดํารงชีพ… สะใภ้ใหญ่เฉินคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้มปรายตามองอู๋เป่าจางครั้งหนึ่ง กล่าวขึ้นว่า “ในเมื่อ เป็นเช่นนี้ น้องสาวก็นั่งกับสามีของข้าก่อนเถิด ข้าจะไปสั่งให้คนจัดเตรียมมื้อเที่ยง”4869 นางรั้งอยู่รับมื้อเที่ยงที่นี่นับเป็นเรื่องอะไรไปแล้ว อู๋เป่าจางกล่าวอย่างเย็นชาว่า “ขอบคุณสะใภ้ใหญ่ยิ่งนัก ข้ามีเรื่องคุยกับคุณชายเฉินไม่กี่ ประโยค คุยเสร็จก็จะไปแล้ว ที่บ้านยังรอข้ากลับไปกินมื้อเที่ยงด้วย!” สะใภ้ใหญ่เฉินเบ้ปากอย่างดูแคลน เดินจากไปโดยที่ไม่ชายตาแลนางแม้แต่นิดเดียว เพลิงโทสะที่อู๋เป่ าจางกดข่มไว้ในใจปะทุขึ้นมา ลุกขึ้นมากล่าวว่า “เฉิงเซียงชิง นี่เจ้า หมายความว่าอย่างไร” เพียงแต่ว่าคําพูดของนางยังไม่ทันได้จบลง เฉิงลู่ก็ดีดตัวลุกขึ้นมา สายตาคมดุจมีดจ้อง มองอู๋เป่าจางโดยตลอด กล่าวเสียงเคร่งว่า “สะใภ้ใหญ่นั่ว ข้าเห็นแก่ที่เจ้าเป็นภรรยาของน้องชาย นั่ว ไม่คิดบัญชีกับเจ้าจากการกระทําที่ไร้มารยาทเหล่านี้ แต่หากเจ้าคิดจะทําตัวไร้เหตุผลกับข้า ที่นี่ ข้าเองก็มิใช่คนไร้อารมณ์ความรู้สึกอย่างขอนไม้ประเภทนั้น ภรรยาของข้ามีคุณธรรม สละ สถานที่ให้พวกเราได้คุยกัน เจ้าก็ควรรู้ว่าควรจะกระทําตัวอย่างไรถึงจะถูก ทําข้าขุ่นเคืองแล้ว เจ้า เองก็อย่าได้คิดว่าจะมีวันเวลาที่ดีอะไรได้” จากนั้นสีหน้ามืดครึ้ม กล่าวว่า “มีเรื่องอะไรก็รีบพูด! ประเดี๋ยวข้าก็ต้องไปสํานักศึกษาหลวงแล้ว” อู๋เป่าจางโกรธจนเกือบจะหายใจไม่ออก รู้สึกเพียงว่าเรื่องราวที่นางได้พานพบในช่วงสอง สามวันนี้ดูมากโขกว่าเรื่องราวที่นางพานพบมาทั้งชีวิตเสียอีก อย่างแรกคือเฉิงลู่กลายเป็นอริทําเป็นไม่รู้จัก อย่างหลังก็การดูถูกดูแคลนของเฉิงลู่ เฉิน ซื่อผู้นั้นหน้าตาธรรมดาสามัญขนาดนั้น เพื่ออํานาจจากครอบครัวของนางแล้วเฉิงลู่จึงรักใคร่ให้ เกียรตินาง…นึกถึงตอนแรกเริ่ม เขาเองก็เคยใช้นํ้าเสียงและท่าทางเช่นนี้พูดกับตนมาก่อนเช่นกัน …เฉินซื่อผู้นั้นมีอะไรดี นางและเฉินซื่อเมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว เฉินซื่อผู้นั้นนอกจากอํานาจของ ครอบครัว ไม่สิ แม้แต่อํานาจของครอบครัวก็สู้ไม่ได้ด้วยซํ้า ก็เพียงเพราะเฉินซื่อมีคนหนุนหลัง เท่านั้น เฉิงลู่จึงมองนางเป็นขยะของไร้ค่า4870แต่คําพูดนี้นางจะพูดออกมาได้อย่างไรหน้าอกปวดหนึบราวกับถูกคนทุบตีก็ไม่ปาน ทําให้นางนิ่งเงียบไปครู่ใหญ่เฉิงลู่กลับอดทนไม่ไหวแล้วไม่ง่ายเลยกว่าเขาจะจับเฉินซื่อเอาไว้ในกํามือ ทําให้เฉินซื่อรักใคร่เขาอย่างลึกซึ้ง อีกทั้งหาวิธีให้ได้รับความเชื่อใจจากเฉินลี่ได้ หากอู๋เป่าจางทําลายแผนของเขา เขายอมบีบนางให้ตายด้วยมือของเขาเองเสียเดี๋ยวนี้“ตกลงเจ้ามาด้วยเรื่องอันใดกันแน่” เขากล่าวอย่างไม่อดทน สายตาที่มองอู๋เป่าจางก็ยิ่งเยียบเย็นมากขึ้นอู๋เป่าจางเห็นสายตาเช่นนั้น ก็ราวกับถูกนํ้าสาดจนเปียกชุ่มไปทั้งตัวในวันอากาศร้อนอบอ้าว สมองพลันเย็นฉํ่า ได้สติกลับมานางจะทะเลาะกับเขาด้วยเรื่องพวกนี้ในตอนนี้ไปทําไมหนีออกจากเฉิงลู่ได้ นางควรดีใจถึงจะถูก ยังจะเข้ามาเกี่ยวข้องกับนํ้าโคลนอะไรด้วยอีกอู๋เป่าจางสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ครั้งหนึ่ง ตัดสินใจได้ในทันใด กล่าวเสียงตํ่าว่า “เจ้าคิดว่าข้าอยากมาหาเจ้านักหรือ ข้าเสียดายเงินหนึ่งพันกว่าเหลี่ยงของข้านั่นต่างหาก ข้าเองก็รู้ว่าตอนนี้เจ้าไม่มีเงินคืนให้ข้า แต่จะมากจะน้อยเจ้าก็ต้องให้ข้าสักหน่อย เงินที่ข้าให้เจ้าเหล่านั้นเป็นเงินที่ยักยอกมาจากร้านขายใบชาของตระกูลเฉิง นี่หากว่าถูกพวกเขาค้นพบเข้าล่ะก็ ต่อให้ข้าไม่ถูกส่งตัวกลับบ้าน แต่นับจากนี้ต่อไปก็ไม่อาจเงยหน้าขึ้นมาในตระกูลเฉิงได้แล้ว ก็เพียงแค่คําว่าตายคําหนึ่ง ข้ายังมีอะไรให้ต้องกลัวอีก…”แน่นอนว่าเฉิงลู่ย่อมไม่เชื่อ
4871
สตรีอย่างอู๋เป่าจางนี้ ดูแลงานบ้านแล้วจะไม่ยักยอกเงินทองสักหน่อยเลยหรือเขาครุ่นคิด กล่าวขึ้นว่า “เจ้ากลับไปก่อน ประเดี๋ยวข้าจะหาวิธีเอาเงินจากมือของเฉินซื่อมาสักหลายสิบเหลี่ยงให้คนนําไปมอบให้เจ้า ต่อไปเจ้าอย่ามาหาข้าอีก ยามมีเงินข้าจะให้คนนําไปส่งให้เจ้าเอง”แต่งเข้าเป็นบุตรเขยไม่เหมือนกับเป็นทายาทสืบสกุลจริงๆ อู๋เป่าจางเองก็รู้ วันนี้ไม่ว่านางจะโวยวายอย่างไรก็คงไม่ได้ผลสําเร็จอะไรออกมาอยู่ดีนางกล่าวอําลาเฉิงลู่เฉิงลู่ให้มามาคนสนิทผู้หนึ่งของเฉินซื่อไปส่งนางที่ประตู จากนั้นตัวเองก็ไปหาเฉินซื่อเฉินซื่อกล่าว “ญาติผู้น้องของเจ้าเล่า ไม่รั้งอยู่รับมื้อเที่ยงด้วยจริงๆ หรือ”“ไม่จําเป็นหรอก” เฉิงลู่กล่าวยิ้มๆ “นางได้ยินว่าท่านพ่อเป็นขันทีใหญ่ของพระตําหนักเฉียนชิง จึงคิดจะให้ข้าช่วยหาทางให้ได้ทําการค้ากับสํานักพระราชวัง ข้ารู้ว่าท่านอาเวิ่นและน้องชายนั่วนั้นล้วนมิใช่คนทําการค้าเก่ง เกรงว่าจะนําความเดือดร้อนมาให้ท่านพ่อ จึงปฏิเสธไปแล้ว”กล่าวอีกว่า “เพียงแต่ว่านางยังไม่ถอดใจ ต่อไปอาจจะยังมาหาอีก หากนางมาหา เจ้าไม่ต้องเห็นแก่หน้าข้า ให้ไล่คนออกไปได้เลย”เฉินซื่อขานรับคํายิ้มๆ ในใจกลับมิได้คล้อยตามเฉิงลู่นั้นหากมิใช่เพราะเขาตกตํ่า ต้องการการปกป้องคุ้มครองจากครอบครัวพวกนางล่ะก็ เขาจะมาสนใจตนที่หน้าตาธรรมดาสามัญขนาดนี้ได้อย่างไร พี่ชายน้องสาวอะไรนั้น นางย่อมไม่เก็บมาใส่ใจ ขอเพียงอย่ามาวุ่นวายในบ้านของนาง ขอเพียงอย่าสร้างเรื่องอื้อฉาวอะไรให้นางต้องอับอายก็พอแล้ว