ตอนที่ 134
บทที่ 134 ใครคือผู้นำตระกูลคนต่อไป
October 31, 2026
บทที่ 134 ใครคือผู้นำตระกูลคนต่อไป
เมื่อเผชิญหน้ากับสายตาเฉยชาของหลินอีหลุน หลินเวยในยามนี้แทบจะหยุดหายใจ
หลังจากสูดหายใจเข้าลึก ๆ สามครั้ง ในที่สุดเขาก็ประสานมือแล้วโน้มตัวไปทางหลินอีหลุน “ขอบคุณผู้นำตระกูลที่ให้ความยุติธรรม”
“อื้ม หวั่นชิง เกาะไร้นามนั่นอยู่ที่ไหน?”
หลินอีหลุนมองมาทางหลินหวั่นชิงอีกครั้ง
“ข้าทิ้งแผนที่ดาราเอาไว้แล้ว”
“ดี หลังจากนี้พาข้าไปดูที หากเจ้าต้องการสิ่งใดก็บอกข้าได้ แล้วรีบส่งคนไปยึดครองเกาะเพื่อป้องกันไม่ให้ทรัพยากรถูกยึดไปเสียก่อน”
“เจ้าค่ะ!”
ขณะทุกคนแยกย้าย สวี่หยางก็ออกจากที่นี่เช่นกัน
…
ทันทีที่กลับมาที่ร้าน ภรรยาทั้งสองก็เข้ามาสวมกอดด้วยความโล่งใจ
“ไม่เป็นไรก็ดีแล้ว”
หลินอวี้พึมพำ
“ฮ่าฮ่าฮ่า คิดว่าจะเป็นอะไรงั้นหรือ?” สวี่หยางหัวเราะขณะเล่าสิ่งที่เกิดขึ้นในห้องโถงใหญ่เมื่อครู่ให้ฟัง
“จากท่าทีของผู้นำตระกูล เห็นได้ชัดว่าเขาอยู่ข้างหลินหวั่นชิง ข้าเดาไว้ไม่ผิดเลย ตอนนี้หลายคนต่างให้การสนับสนุนนางแล้ว”
“เพียงแต่…”
ด้วยเหตุผลบางอย่าง สวี่หยางพลันนึกถึงใบหน้าของหลินอี้เตาในตอนนั้นขึ้นมา
คนผู้นี้ทำให้เขารู้สึกถึงอันตรายร้ายแรง
เกรงว่ามันคงไม่ง่ายขนาดนั้น
ไม่กี่วันถัดมา ทุกอย่างผ่านไปอย่างราบรื่น
ตอนนี้แม้แต่คนตาบอดก็มองออกว่าทันทีที่ลูกชายของผู้อาวุโสใหญ่ตาย เรื่องผู้มีคุณสมบัติเป็นผู้นำตระกูลก็หาได้ข้องเกี่ยวกับเขาอีกต่อไปไม่
ตอนนี้ผู้คนส่วนใหญ่เริ่มให้การสนับสนุนหลินหวั่นชิง
เริ่มมีข่าวลือว่าสวี่หยางเป็นคนโปรดของหลินหวั่นชิง
รวมไปถึงเรื่องที่ทั้งสองรู้จักกันตอนหลินหวั่นชิงใช้ชีวิตอยู่ต่างแดน ซึ่งนางได้รับความช่วยเหลืออยู่หลายครั้ง
ทั้งสองแบ่งปันความทุกข์ร่วมกันจนมีความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้น!
แน่นอนว่าผู้คนส่วนใหญ่รู้ว่าสวี่หยางเป็นคนโปรดของหลินหวั่นชิง
สวี่หยางถึงกับพูดไม่ออก
ตอนอยู่ในเมืองสวีเจียฟาง เขาก็เป็นที่รู้จักในฐานะคนโปรดของสวีจื่อรั่วเช่นกัน
ยามนี้ที่เมืองของตระกูลหลิน เขาก็เป็นที่รู้จักในฐานะคนโปรดของหลินหวั่นชิง
“เหตุใดข้าถึงต้องอาศัยการเยินยอเพื่อไปถึงจุดสูงสุดด้วย” สวี่หยางหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก
ทว่าส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะข่าวลือนี้ทำให้หลายคนประจบประแจงสวี่หยาง บางคนเริ่มให้การสนับสนุนกิจการของเขาเพื่อแสดงความเป็นมิตร
กิจการในตอนนี้จึงอยู่ในช่วงขาขึ้นอย่างมาก
สวี่หยางจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องรับสมัครคนเพิ่ม
หลินหวั่นชิงเลือกคนในตระกูลมาช่วยงานเขาสองคน ซึ่งทั้งคู่ล้วนเป็นสตรี
ตกกลางคืน พวกนางต่างไปนอนที่บ้านของใบ้น้อย ฟางหลินเซวียน
…
นอกเหนือจากกิจการทางฝั่งร้านค้าแล้ว ทางฝั่งเกาะหลิงถัง เกาหยวนนำขบงนเรือไปที่นั่นทุกเดือนเพื่อรวบรวมน้ำศักดิ์สิทธิ์
แน่นอนว่าเพื่อให้เกิดวัฏจักรหมุนเวียน น้ำจะถูกจัดสรรปันส่วนในแต่ละครั้งเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ทรัพยากรหมดไป
ในเวลาเดียวกัน กองกำลังของหลินหวั่นชิงก็เข้าประจำการบนเกาะ
รายได้บนเกาะหลิงถังค่อนข้างดี พวกเขาสามารถได้รับหินวิญญาณนับพันก้อนทุกเดือน
แม้ทุกอย่างจะเป็นไปตามแผน แต่สวี่หยางทราบเช่นกันว่าตอนนี้ยังไม่สามารถวางใจอะไรได้
ส่วนผู้อาวุโสใหญ่หลินเวยยังคงไม่เคลื่อนไหว แต่ถ้าไม่สามารถจัดการหลินหวั่นชิงได้ เขาอาจจะโดนหมายหัวแทน
ดังนั้นในตอนนี้ สวี่หยางจึงไม่ออกจากเมืองเลยสักครั้ง
ยิ่งไปกว่านั้น ซ่งผิงผู้เป็นนักปรุงยาเฒ่าที่มีความขัดแย้งกับหลินหวั่นชิงยังหายตัวไปอย่างลึกลับหลังจากพวกเขาสังหารมือขลุ่ยชั่วร้าย
…
เพียงพริบตา เวลาก็ผ่านไปสองปี
ในวันนี้ ตระกูลหลินก็มีข่าวดีบางอย่าง
หลินหวั่นชิงทำการทะลวงขอบเขตได้สำเร็จ ตอนนี้นางอยู่ขอบเขตกลั่นลมปราณระดับเก้า!!
ในวันเดียวกัน หลินอี้เตาประกาศว่าจะออกจากการเก็บตัวและมุ่งหน้าสู่ส่วนลึกของหนองน้ำเพื่อทำการฝึกฝนเพียงลำพัง
เมื่อปู่ของเขาได้รับจดหมาย หลินอี้เตาก็หายตัวไปแล้ว
ทุกคนในตระกูลต่างพูดกันว่าหลินอี้เตาต้องรับรู้ถึงแรงกดดันจากหลินหวั่นชิง จึงเข้าดินแดนลับเพื่อทำการฝึกทั้งร่างกายและจิตใจ
สรุปก็คือในเวลาสามปีต่อจากนี้จะต้องทำการตัดสินว่าหลินหวั่นชิงหรือหลินอี้เตาจะได้เป็นผู้นำตระกูลคนต่อไป!
ก่อนจะถึงตอนนั้น ผู้บำเพ็ญเซียนแห่งตระกูลหลินจะพยายามทุกหนทางเพื่อทำการฝึกฝนเขา
…
หลังจากหลินหวั่นชิงไปถึงขอบเขตกลั่นลมปราณระดับเก้าได้สำเร็จ ผู้นำตระกูลก็ประกาศว่าจะมีการจัดงานฉลองเล็ก ๆ ให้กับนาง
ผู้บำเพ็ญมนุษย์จากตระกูลพันธมิตรต่างได้รับเชิญให้มากันถ้วนหน้า
ด้วยการเคลื่อนไหวนี้ ใครก็ตามที่มีสายตาเฉียบแหลมย่อมมองออกว่าผู้นำตระกูลหลินอีหลุนตั้งใจจะให้หลินหวั่นชิงย้ายเข้ามาช่วยงานเบื้องหน้าเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับผู้มีคุณสมบัติในการเป็นผู้นำตระกูล
มันเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ หลินหวั่นชิงมีความได้เปรียบมากกว่าหลินอี้เตา
ข้อแรกคือพรสวรรค์ หลินหวั่นชิงมีรากฐานวิญญาณขั้นสูง นางสามารถไล่ตามหลินอี้เตาทันด้วยเวลาเพียงสามปี มันแสดงให้เห็นว่าพรสวรรค์ของนางยอดเยี่ยมมากแค่ไหน
ด้วยรากฐานวิญญาณดังกล่าว ความหวังในการบรรลุขอบเขตจินตานจึงค่อนข้างมากตามไปด้วย
เดิมมีตระกูลหลินเป็นกองกำลังขอบเขตจินตาน พวกเขาจึงมีวิชายุทธ์เพื่อก้าวเข้าสู่ขอบเขตดังกล่าวมากมาย
ข้อสอง หลินหวั่นชิงมีเส้นสายที่ดีกว่าหลินอี้เตา
ตอนหลินหวั่นชิงอาศัยอยู่ภายนอก นางได้ผูกมิตรกับคุณหนูใหญ่แห่งตระกูลสวี ว่ากันว่าสวี่หยางซึ่งเป็นคนโปรดของนางก็มีภูมิหลังกับศิษย์หน่วยรักษาการณ์แห่งสำนักชิงหยางในฐานะสหายคนสนิท
ทั้งหมดนี้ย่อมมีอำนาจมากกว่าหลินอี้เตาซึ่งอยู่ ‘ตัวคนเดียว’
รวมถึงอุปนิสัย
เห็นได้ชัดว่าหลินหวั่นชิงเป็นคนที่เข้าหาได้ง่าย ส่วนหลินอี้เตา อย่าว่าแต่คนภายนอกเลย แม้แต่สมาชิกตระกูลหลินก็มีความสัมพันธ์อันดีกับเขาเพียงไม่กี่คนเท่านั้น
ดังนั้นตระกูลหลินจึงเลือกหลินหวั่นชิงอย่างไม่ต้องสงสัย
แน่นอนว่ามีบางคนพูดเรื่องที่หลินหวั่นชิงเป็นสตรี
แต่เรื่องนี้หาได้สำคัญกับตระกูลผู้บำเพ็ญเซียนไม่
ในโลกเซียน พละกำลังคือสิ่งสำคัญ!