ตอนที่ 671
ตอนที่672 สิ่งศักดิ์สิทธิ์ไม่ได้ละทิ้งเขา
October 28, 2026
ตอนที่672 สิ่งศักดิ์สิทธิ์ไม่ได้ละทิ้งเขา
ราวกับมีของบางอย่างพุ่งชน ครู่หนึ่ง ชนุดมรู้สึกว่าตัวเองสมองทึบไปชั่วขณะหนึ่ง แต่เหตุการณ์นี้กินเวลาเพียงชั่วเวลาสั้นๆ
ประโยคหลังจากนั้นที่เขาถามขึ้นก็คือ “ตอนนี้ผมเข้าไปได้แล้วใช่ไหมครับ”
ปรัณพยักหน้า “ได้ครับ แต่อย่าเพิ่งแตะต้องตัวผู้ป่วย เว้นเสียแต่ว่าจำเป็นเท่านั้น”
“ครับ”
ชนุดมรีบสาวเท้าไปที่ห้องผู้ป่วยในทันที เขาถูกกันอยู่ที่ด้านนอกนานประมาณครึ่งชั่วโมง แต่อารมณ์ในการเดินเข้าไปในห้องผู้ป่วยครั้งนี้กลับต่างไปอย่างสิ้นเชิง
เขาเต็มไปด้วยความสุขและความตื่นเต้นที่ไม่อาจจะสะกดกลั้นเอาไว้ได้ ราวกับว่าคนที่อยู่ด้านในห้องนั้นได้ฟื้นขึ้นมาแล้ว
พยาบาลยังคงปรับเครื่องมือที่เชื่อมต่อกับร่างกายของเธอ ชนุดมยืนอยู่ที่ด้านข้างและให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี เขารอจนกว่าทุกคนจะจัดการเรียบร้อยแล้วเขาจึงค่อยเข้าไปที่ข้างเตียง
“คุณชนุดมคะ ถ้าหากมีสถานการณ์อะไรต้องการแจ้งให้ทราบก็กดออดเรียกพวกเราได้เลยนะคะ”
หลังจากที่อธิบายเรียบร้อยแล้ว คนก็เดินออกจากห้องผู้ป่วยไป มีเพียงเขาและเธออยู่ในห้องเพียงลำพังตามเดิม ชนุดมลากเก้าอี้ตัวหนึ่งมานั่งลงตรงข้างเตียง
สายตาของเขาสลับไปมาอยู่ระหว่างใบหน้าของเธอและเครื่องตรวจวัดคลื่นสมอง เมื่อมองเช่นนี้ก็ทำให้เขานึกถึงคำพูดของปรัณเมื่อสักครู่ เมื่อคิดถึงว่าเธอมีโอกาสที่จะฟื้นขึ้นมา หัวใจของเขาก็เหมือนมีปีกบิน เปี่ยมไปด้วยความปิติยินดี
ยินดีไหม ยินดี
มีความสุขไหม สุขออกมาจากข้างในหัวใจ
แต่มันมากกว่าคำว่าสุขอีกสองร้อยสามร้อยเท่า เป็นวันที่เขาตั้งตารอคอย คาดหวังจนกระทั่งหมดหวัง คิดว่าวันนี้จะไม่มีวันมาถึงเสียแล้ว
ในที่สุดสิ่งศักดิ์สิทธิ์ก็ไม่ได้ละทิ้งเขา
ตั้งแต่เล็กจนอายุสามสิบกว่าปี ชนุดมไม่เคยได้รู้สึกหัวใจเบิกบานมานานมากแล้ว ทำเงินได้มหาศาล ธุรกิจเติบโตขึ้น สำหรับเขาแล้วมันก็เป็นแค่ความเคยชิน ไม่มีอะไรสามารถกระตุ้นเขาได้ แทบจะสงบนิ่ง แม้แต่ตัวเขาเองก็รู้สึกว่าหัวใจของตัวเองเย็นชามาก
แต่ว่าการนั่งอยู่ข้างเตียง นั่งมองใบหน้าที่ซีดเซียวบนหมอน แม้ว่าจะไม่ได้ทำอะไรเลย แต่เขากลับรู้สึกตื่นเต้น ปัจจัยที่ทำให้ตื่นเต้นนั้นไหลเวียนอยู่ในเลือด ตั้งแต่เส้นผมไปจนถึงนิ้วเท้า
ถ้าหากไม่ใช่เพราะไม่ถูกกาลเทศะแล้วล่ะก็ เขาอยากจะเปิดหน้าต่างที่อยู่ตรงหน้าแล้วตะโกนออกไป
อารมณ์ปิติยินดีเช่นนี้ เขาใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วกว่าที่จะสงบลงได้เล็กน้อย ชนุดมคิดว่าตัวเองต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ ทุกครั้งที่มีแสงแวบของคลื่นสมองโผล่ขึ้นมาเขามันทำให้เขารู้สึกมีความสุขมาก
เขาต้องการที่จะควบคุมตนเอง เธอยังไม่ฟื้นขึ้นมา รอให้เธอฟื้นคืนสติขึ้นมาอย่างสมบูรณ์ค่อยดีใจก็ยังไม่สาย
คืนนี้ ชนุดมไม่ได้นอน ถ้าจะพูดให้ถูกต้องคือเขานอนไม่หลับ สมองเหมือนถูกกดสวิตซ์เปิดเอาไว้ อย่าว่าแต่ง่วงนอนเลย แม้กระทั่งกระจิตกระใจที่จะนอนก็ไม่มี
จนกระทั่งเจ็ดโมงเช้าของวันรุ่งขึ้น ดุลยาและไวศทย์นำอาหารเช้ามาให้ เขาก็ยังคงตื่นอยู่
ทั้งสองเดินตามกันมาหน้าหลัง พวกเขาวางปิ่นโตสองเถาที่นำมาเอาไว้บนโต๊ะ “ดม มาทานอะไรซะหน่อยสิ ป้าทำซุปมาเผื่อนะ เป็นอย่างนี้ทุกวันร่างกายจะไม่ไหวเอานะ”
การดูแลชีวภาในช่วงเวลานี้ ทำให้เขาซูบผอมลงไปบ้าง คนดูเหมือนจะตัวเล็กลงเล็กน้อย ดุลยาทนดูอยู่ไม่ได้ ทุกครั้งก็จะนำของจากบ้านมาให้เขา
“แม้ว่าจะสู้อาหารเสริมราคาแพงไม่ได้ แต่อย่างน้อยมันก็ช่วยบำรุง ขอแค่คุณอย่ายอมแพ้ก็พอ” ดุลยาเป็นคนเรียบง่าย ระหว่างที่เธอพูดเธอก็เทซุปลงในชามไปด้วย