ภูเขาเทพกระดูกเป็นทิวเขาสีขาวขนาดมหึมา ยอดเขาน้อยใหญ่ หลายพันยอด ในนั้นมียอดเขาหลักหลายสิบยอดที่ล้วนสูงถึงยี่สิบลี้ ยอด เขาประหลาดตั้งตระหง่าน ถ�าเขามากมาย ในภูเขาส่วนมากกลวง ลักษณะทางภูมิศาสตร์เส้นทางของภูเขาแปลกประหลาด ไม่มีกฎเกณฑ์ อะไร
ทิวเขาสีขาวผืนนี้อยู่บนผืนดินสีดํามืดในอาณาบริเวณหลายหมื่นลี้ ก็ช่างสะดุดตานัก ว่ากันว่าทิวเขาแห่งนี้เป็นกระดูกทับถมขึ้นมา นานวัน ไปกระดูกก็แข็งดั่งหินผา เกิดเป็นทิวทัศน์อันเป็นเอกลักษณ์
เล่ากันว่าภูเขาแห่งนี้เป็นกระดูกของผู้สูงส่งโครงกระดูกที่พลังฝึก ตนสูงส่งเป็นอย่างยิ่งผู้หนึ่ง ทว่าทะลวงเทพมารไม่สําเร็จ แปรเปลี่ยนมา หลังจากที่เผชิญกับเคราะห์สวรรค์ร่างกายแตกดับ ภูเขาสีขาวหลายพัน ลี้แห่งนี้เป็นกระดูกของผู้สูงส่งโครงกระดูก
แต่ว่าข้อเท็จจริงของเรื่องเล่านี้ส่วนมากแล้วเชื่อไม่ได้
ก่อนที่ราชาภูตคนใหม่จะผงาดขึ้น ในเขาเทพกระดูกมีขั้วอํานาจ ใหญ่ครอบครองอยู่ ในขณะเดียวกันก็มีสํานักวิญญาณเล็กใหญ่หลาย สิบสํานักตั้งอยู่ วิชาแตกต่างกันไป ถึงแม้จะไม่ใช่ขั้วอํานาจอันดับหนึ่ง
แต่ก็นับว่าเป็นสํานัก พรรคที่สลับซับซ้อน ทั้งยังมีผู้ฝึกฝนไร้สังกัดที่เป็น ประเภทผีคนจริงไม่แสดงตนบางตน ก็เป็นผีที่ยากจะล่วงเกินได้ ดังนั้น หลายพันปีที่ผ่านมา ไม่มีสํานักวิญญาณใดที่สามารถรวบรวมภูเขาเทพ กระดูกได้สําเร็จโดยสมบูรณ์เลย
แต่จากการที่ยอดอัจฉริยะทั้งสองแห่งผู้ฝึกฝนวิญญาณปรากฏขึ้น ทุกสิ่งก็เปลี่ยนไป
ในระยะเวลาสั้นๆ สี่ห้าปีก็ผงาดขึ้นอย่างรวดเร็ว กําราบสํานัก พรรคต่างๆ ในภูเขาเทพกระดูก สังหารผู้ฝึกฝนวิญญาณไร้สังกัดไปไม่รู้ ต่อเท่าไหร่ บังคับรวบรวมเทือกเขาแห่งนี้ให้เป็นหนึ่ง สังหารจนได้ ชื่อเสียงบารมี ใช้ชื่อ ‘ภูเขาเทพกระดูก’ สามคํานี้ก่อตั้งสํานักวิญญาณ ‘ภูเขาเทพกระดูก’
ที่มาที่ไปของผู้ฝึกฝนทั้งสองลึกลับนัก ไม่มีอาจารย์ มรดกอะไรเป็น พิเศษ ว่ากันว่าวิญญาณเร่ร่อนทั้งสองแข็งแกร่งเพียงชั่วข้ามคืนเป็น หนึ่งชาย หนึ่งหญิง เมื่อยามมีชีวิตเป็นคู่สามีภรรยา ตายเป็นผีพร้อมกัน ล่องลอยมาจนถึงที่นี่ บังเอิญได้โอกาสและก้าวเข้าสู่ยุทธจักรผู้ แข็งแกร่งฝึกฝนวิญญาณนับแต่นั้น กลายเป็นผู้แข็งแกร่งในดินแดน หนึ่ง
ข้อมูลเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่หลี่มู่สืบถามมาตลอดทาง
หลี่มู่ตระหนักได้ว่า หากเรื่องเล่าไม่ผิดแล้วล่ะก็ ก็เป็นการบอกว่า ราชาภูตแห่งภูเขาเทพกระดูกคู่นี้กุมวิชาฝึกวิญญาณเลิศล�าสูงส่งเอาไว้ ถึงได้เป็นผู้แข็งแกร่งเพียงในช่วงเวลาสั้นๆ
เขาสนใจในวิชาฝึกวิญญาณที่อาจจะมีอยู่วิชานี้มาก
“เป็นวิชานี้แหละ”
รูปลักษณ์แปลงโฉมเป็นผีของเขาไม่มีผีตนไหนจับได้ ซ�าเมื่อทํา ความเข้าใจโลกใบนี้แล้วยังเริ่มกลมกลืนไปในเหล่าผู้ฝึกฝนวิญญาณอีก ด้วย
ตอนนี้หลี่มู่ยืนอยู่บริเวณรอบนอกภูเขาเทพกระดูก
เขาเงยหน้ามองเทือกเขาแห่งนี้ ความรู้สึกถึงเวลาอันยาวนานผัน แปรปะทะหน้ามา
นอกจากผู้ฝึกฝนในโลกใบนี้ที่ล้วนอยู่ในสภาวะวิญญาณแล้ว อื่นๆ ก็ไม่ต่างอะไรกับโลกผู้มีชีวิตเท่าไหร่ เหล่าผู้ฝึกฝนวิญญาณต่างมีความ ปรารถนาทั่วไปอย่างปุถุชน อีกทั้งยังต้องกินอาหาร——โลกใบนี้มีน�าอัน น่าอัศจรรย์ชนิดหนึ่ง กล่าวกันว่าไหลมามาจากน�าพุเหลืองในปรโลก ทุกครั้งที่ผู้ฝึกฝนดื่มก็สามารถผลักดันพลังได้เป็นระยะเวลาแตกต่างกัน ไป
หลี่มู่รับน�าชนิดนี้เอาไว้ แต่ไม่ได้ดื่ม
เพราะในน�าชนิดนี้แฝงด้วยพลังที่แปลกประหลาดยิ่ง สําหรับผู้ ฝึกฝนวิญญาณครึ่งเป็นครึ่งตายแล้วสามารถผลักดันสภาวะพลังงาน แต่สําหรับผู้มีชีวิตแล้วผลของมันยากจะคาดเดา เขาไม่อยากเสี่ยง แต่ก็ เก็บเอาไว้เล็กน้อย เพื่อเอามาศึกษาค้นคว้า
พลังในน�าชนิดนี้ทําให้หลี่มู่คิดเชื่อมไปถึงกลิ่นอายผลึกหินต้น กําเนิดที่สัมผัสได้ที่แผงลอยหินต้นกําเนิดในตอนที่สกัดหินตอนนั้น แทบจะเหมือนกันเป๊ะๆ
ผลึกหินต้นกําเนิดระดับเทวะก้อนนั้นสกัดศิษย์พี่รองออกมาได้ ภายหลังพลังครึ่งเป็นครึ่งตายแปลกประหลาดกลุ่มนั้นก็หายไป คิดไป ถึงท่าทีแปลกประหลาดเป็นอย่างยิ่งจนเกือบแสดงตัวตนที่แท้จริง ออกมาตอนที่อยู่ที่ ‘ฝั่ งแห่งคนเป็น’ นอกดาวร้อยภูตของศิษย์พี่รอง หลี่มู่รู้สึกว่าศิษย์พี่รองอาจจะรู้ต้นกําเนิดหรือไม่ก็วิธีใช้ของพลังชนิดนี้
ดังนั้นหลี่มู่จึงเก็บน�าแปลกประหลาดชนิดนี้เอาไว้ เก็บไว้วันหลัง ค่อยศึกษาค้นคว้า
สิ่งที่เขาขบคิดในตอนนี้คือจะเข้าไปยังภูเขาเทพกระดูก ลองหา วิชาฝึกวิญญาณระดับค่อนข้างสูงอย่างไร
ด้วยพลังฝึกตนของหลี่มู่ในตอนนี้ใช้พลังแย่งวิชาฝึกฝนมาเป็น หนทางหนึ่งที่สามารถทําได้ ผู้แข็งแกร่งราชาภูตก็ไม่แน่ว่าจะเอาชนะห ลี่มู่ได้ แต่สุดท้ายหลี่มู่ก็ทิ้งความคิดนี้ไป
เพราะที่นี่คือดาวร้อยภูต เป็นดินแดนแห่งคนตาย
หากระหว่างชิงวิชาฝึกฝน เปิดเผยตัวตนคนเป็นออกมา เกรงว่าถึง ตอนนั้นจะต้องเผชิญกับการเป็นปฏิปักษ์จากผู้ฝึกวิญญาณทั้งหมด ดาว ดวงนี้แปลกประหลาดนัก หลี่มู่ไม่กล้าประมาท
“ต้องคิดหาวิธีอื่นแล้ว”
หลี่มู่ครุ่นคิดในใจ
หนึ่งวันหลังจากนั้น หลี่มู่ก็สืบข่าวได้ข่าวหนึ่ง
“ภูเขาเทพกระดูกกําลังเปิดรับลูกศิษย์ ขอแค่เป็นพลังฝึกตนดวง จิตก็สามารถฝากตัวเป็นศิษย์ ได้รับทรัพยากรฝึกฝนและวิชา”
ข่าวหนึ่งแพร่ไปในวงผู้ฝึกฝนวิญญาณที่อยู่รอบๆ ภูเขาเทพกระดูก
เพราะเกี่ยวกับขั้วอํานาจที่เพิ่งผงาดใหม่ ดังนั้นภูเขาเทพกระดูก กําลังรับสมัครผู้ฝึกวิญญาณจํานวนมาก พูดอย่างบ้านๆ ก็คือรับลูกศิษย์ นั่นเอง
ว่ากันว่าช่วงระยะนี้ภูเขาเทพกระดูกมีความสัมพันธ์กับสํานักฝึก วิญญาณเก่าแก่ทั้งหลายที่อยู่รอบๆ นี่ไม่ดี การแบ่งถิ่น ช่วงชิงระหว่าง ขั้วอํานาจเก่าและใหม่ปะทุการต่อสู้หลายครั้ง ดังนั้นภูเขาเทพกระดูก จึงได้รวบรวมกําลังพลจํานวนมากเช่นนี้
หลี่มู่คิดๆ ดูแล้วก็ปลอมตัวหันไปพึ่งพาผู้ฝึกฝนไร้สังกัดเขาเทพ กระดูก
หลังจากผ่านการทดสอบง่ายๆ บางอย่าง หลี่มู่ที่ดูภายนอกแล้วมี พลังฝึกตนระดับภูตก็เข้าร่วมภูเขาเทพกระดูกได้สําเร็จโดยไม่ผิดการ คาดหมาย เขาได้เป็นลูกศิษย์ระดับหัวหน้ากอง ได้รับการถ่ายทอดวิชา ฝึกวิญญาณชื่อว่า ‘หลอมธาราวิญญาณ’
แต่ว่า ‘หลอมธาราวิญญาณ’ ถึงแม้จะเลิศล�าสูงส่งกว่าวิชาผู้ฝึกไร้ สังกัดทั่วไป แต่ก็แตกต่างกับวิชาฝึกวิญญาณชั้นยอดของจริงที่หลี่มู่วาด หวังไว้มากนัก ดังนั้นหลี่มู่จึงรอจังหวะก่อน



VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: จอมศาสตราพลิกดารา