กู้หว่านเยว่คิดกับตัวเองว่าไม่ว่าซูจิ่งสิงจะฉลาดแค่ไหน เขาก็ไม่สามารถเดาทิศทางของโครงเรื่องได้
แต่เขาเดาถูก “ฟู่เยียนหรานคิดจะทำร้ายท่านอ๋องผู้เฒ่าหรือ?”
กู้หว่านเยว่ตกใจมาก ผู้ชายคนนี้ฉลาดขนาดนี้เลยหรือ?
แต่นางไม่ได้ตอบว่าใช่ และไม่ได้ตอบว่าไม่ใช่ เพียงโบกมือแล้วตักใส่อาหารใส่กล่องอาหาร เดินถือไปที่หอนอนรวม
“พี่สะใภ้ใหญ่ ต้องขอโทษด้วยจริงๆ เจ้าค่ะ ให้ท่านทำอาหารมาสองวันแล้ว”
ซูจิ่นเอ๋อร์กล่าวอย่างรู้สึกผิด
สองสามวันนี้นางรู้สึกไม่ค่อยสบายตัวนัก ดูเหมือนว่าจะมีประจำเดือนมาครั้งแรก
นอกจากจะไปเข้าห้องน้ำและทานอาหาร กู้หว่านเยว่ก็สั่งให้นางนอนพักผ่อนบนเตียงไป
ดังนั้นงานเข้าครัวทำอาหาร จึงตกเป็นหน้าที่ของกู้หว่านเยว่ไปโดยปริยาย
“รอเจ้าดีขึ้นแล้ว งานเข้าครัวทำอาหารก็จะกลายเป็นของเจ้าเช่นเดิม”
กู้หว่านเยว่เหลือบมองนาง ซูจิ่นเอ๋อร์จึงยิ้มรับทันที การได้ไปทำงาน ถือเป็นเกียรติอย่างยิ่งสำหรับนาง
หลังจากที่ครอบครัวกินข้าวเสร็จแล้ว กู้หว่านเยวว่ก็ออกไปดูสภาพอากาศ ก่อนจะพบว่าพายุหิมะเริ่มเบาลงแล้ว
“พรุ่งนี้มะรืนนี้ก็ออกเดินทางได้แล้ว” กู้หว่านเยว่พูดกับซุนอู่
นี่เป็นข่าวดีที่สุดในไม่กี่วันที่ผ่านมา ซุนอู่ที่อยากออกจากโรงเตี๊ยม เดินทางต่อมานานแล้ว ได้ยินเช่นนี้จึงยิ้มแก้มปริออกมาทันที
“แม่นางน้อยกู้ ช่วงไม่กี่วันนี้รบกวนท่านแล้ว ดูยุ่งวุ่นวายนัก”
กู้หว่านเยว่ยิ้มและส่ายหัว เมื่อนางหันหลังกลับ กำลังจะออกไปทิ้งขยะ ก็บังเอิญเห็นเด็กคนหนึ่งแอบฟังอยู่ที่หน้าประตู
“หยุด!”
ซูจิ่งสิงบินขึ้น จับเขาไว้ได้ทัน “ซ่อนตัวแอบฟังอะไรอยู่ที่ประตูหน่ะ?”
ใบหน้าของเด็กน้อยซีดลงด้วยความเจ็บปวด รีบร้องขอความเมตตา “คุณชายไว้ชีวิตด้วยๆ ข้ามาหานางขอรับ”
ขณะที่พูด เขาก็ชี้ไปที่กู้หว่านเยว่
กู้หว่านเยว่เดินเข้ามาอย่างสงสัย “ตามหาข้าทำไมหรือ?”
ขณะที่พูด นางรู้สึกว่าเด็กคนนี้ค่อนข้างคุ้นตา
เมื่อมองดูใกล้ๆ ก็นึกขึ้นออกมาว่า นี่คือเด็กที่อยู่กับเด็กที่นางช่วยชีวิตไว้เมื่อวันนั้น
เด็กน้อยต้องการตามเข้าไป แต่ซูจิ่งสิงคว้าคอเสื้อเขาเอาไว้แล้วโยนเขาออกไป ปิดประตูเสียงดังปัง
“เห้อ”
เด็กน้อยนั่งอยู่บนพื้นอย่างหดหู่ นี่จะทำอย่างไรดี? เขาบอกแล้วว่าท่าทางโอหังเช่นนั้น ไม่ช้าก็เร็วย่อมถูกคนรังแกเข้าแน่ ดังคาด แม่นางน้อยกู้ไม่อยากช่วยเขาอีกแล้ว
“ช่างเถอะ กลับไปรอเก็บร่างนายน้อยดีกว่า...”
ถ้ากู้หว่านเยว่ยังอยู่ที่นี่ ย่อมต้องแปลกใจที่พวกเขาที่แต่งตัวดีมากเช่นนั้น กลับอาศัยอยู่ในโรงเลี้ยงวัวที่เลวร้ายที่สุด
กลางดึก ฉู่เฟิงกลับมาอีกครั้ง เจ้าพบพวกเขาทั้งสองอย่างเงียบๆ
“นายท่าน ฮูหยิน ข้าน้อยสับเปลี่ยนสารหนูเรียบร้อยแล้วขอรับ”
กู้หว่านเยว่นำสารหนูโยนมันลงในมิติ สิ่งนี้เป็นพิษร้าย ไม่แน่ว่าอาจมีประโยชน์ในอนาคต
“ข้าน้อยยังพบว่าฟู่เยียนหรานมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับคนรับใช้ส่วนตัวของหนานหยางอ๋อง ดูเหมือนว่าต้องการยืมมือบ่าวคนนั้นมากล่าวหาฮูหยินขอรับ...”
หนานหยางอ๋องอายุเยอะแล้ว ต้องการคนมาคอยปรนนิบัติ
กองทัพนักรบไม่เหมาะจะพาสาวใช้ไปด้วย ข้างกายจึงเป็นบ่าวรับใช้คนหนึ่งเท่านั้น

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ชายาแพทย์พลิกชะตา
ใช้บัตรเติมเงินเอไอเอสไม่ได้เหรอคะ...
เติมเงินด้วยบัตรเติมเงินเอไอเอสไม่ได้เหรอคะ...