เข้าสู่ระบบผ่าน

ชีวิตพลิกผัน ข้ากลายเป็นคุณหนูตัวปลอม นิยาย บท 674

ในชั่วพริบตา เขาก็ตื่นตระหนกจนทำอะไรไม่ถูก ประหม่า จนไม่รู้ว่าจะต้องทำอะไรก่อนดี

เดิมทีก็ได้ซักซ้อมกันไว้อย่างดีแล้วว่าเมื่อเริ่มมีอาการจะต้องทำอย่างไร แต่ตอนนี้สมองกลับว่างเปล่าไปหมด

“หวานหว่าน เจ็บมากหรือไม่?”

ซูหว่านมองเขาแล้วส่ายหน้า

“เพิ่งจะเริ่มเอง ยังทนได้อยู่ ท่านรีบไปเรียกท่านแม่เถอะ ส่วนเรื่องที่เหลือก็ให้ท่านแม่จัดการไป ท่านอยู่เป็นเพื่อนข้าก็พอ”

นางมองดูท่าทางที่รีบร้อนและสับสนของเขาแล้วก็รู้สึกตลก

เจียงอวี้จึงลุกขึ้นแต่งตัว จากนั้นก็เรียกหลิวอวิ๋น ให้ไปเชิญฮูหยินผู้เฒ่ามา

ในชั่วพริบตา ลานเรือนของซูหว่านก็สว่างไสวราวกับกลางวัน และไม่นานหลังจากนั้น พวกพี่ชาย พ่อซูเจียงกั๋วกง และท่านตา ก็มารวมตัวกันที่ลานเรือนจนครบ

หมอตำแย และแม่นม เข้าประจำที่ทั้งหมด รอเพียงแค่ซูหว่านปากมดลูกเปิดได้ถึงระดับหนึ่ง ก็จะเริ่มทำคลอดได้

เมื่อเวลาผ่านไปเรื่อยๆ อาการ ปวดท้องคลอด ก็จะ ทวีความรุนแรงขึ้น ในเวลานี้จึงเป็นช่วงที่ต้องเสริมสร้างพละกำลังไว้ก่อน

ห้องครัวได้ตุ๋นรังนกบำรุงกำลังมาส่งให้ ซูหว่านดื่มไปสองชาม แล้วยังกินผิงกั่วไปอีกครึ่งลูก จึงรู้สึกว่ามีเรี่ยวแรงเต็มเปี่ยมไปทั้งตัว

เจียงอวี้อยู่ข้างๆ นางมาโดยตลอด คอยพูดคุยเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ

สมัยที่ซูหว่านอยู่ในยุคสมัยใหม่ก็เคยศึกษาหาความรู้มาบ้าง สรุปได้ว่า เมื่อมีอาการปวด หากยังพอทนได้ ก็ควรหลีกเลี่ยงการเสียแรงไปกับการร้องโอดโอย แต่ให้เก็บสะสมพละกำลังไว้เพื่อออกแรงเบ่งตอนคลอดแทน หากปวดมาก ก็ให้เดินไปมาในห้องมากหน่อย และหายใจเข้าลึกๆ เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ

ท้องแรกมักจะใช้เวลานาน เจียงอวี้จึงประคองนางเดินไปรอบๆ ห้อง แม้ว่าซูหว่านจะไม่ได้ร้องโอดโอยมากนัก แต่ก็ยังสามารถเห็นเส้นเลือดสีเขียวเล็กๆ ที่ปรากฏขึ้นบนขมับของนางจากการฝืนทน ซึ่งแสดงให้เห็นว่านางกำลังทรมานอย่างมากในขณะนี้

เจียงอวี้ ปรารถนาอย่างยิ่งที่จะเจ็บปวดแทนนางได้ แต่ความปรารถนานี้ก็ไม่อาจเป็นจริงได้

เขาหยิบผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดเหงื่อให้นาง

“ถ้าปวดก็ร้องออกมาเถอะ ข้าอยู่ตรงนี้!”

ซูหว่านยิ้มให้เขา จากนั้นอาการปวดท้องคลอดก็รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนรอยยิ้มของนางเริ่มบิดเบี้ยว

หลังจากตั้งสติได้แล้ว นางก็อธิบายต่อทันที

“ต้องเก็บแรงไว้หน่อย ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวจะไม่มีแรงคลอดเจ้าตัวเล็กนี่ออกมาได้ สามเดือนแรกทำให้ข้าทรมานแทบแย่ ข้าอยากจะเห็นนักว่าเขาเป็นเทพองค์ไหนกัน”

ซูหว่านในเวลานี้ ยังมีอารมณ์ขันที่จะพูดล้อเล่นได้

แต่ในไม่ช้า นางก็หัวเราะไม่ออกอีกต่อไป เมื่อน้ำคร่ำแตก อาการปวดอย่างรุนแรงก็ถาโถมตามมา

เจียงอวี้ก็ร้องไห้ตามอย่างเงียบ ๆ

โชคดีที่ในช่วงตั้งครรภ์ นางใส่ใจเรื่องอาหารการกินมาโดยตลอด กินน้อยๆ แต่บ่อยครั้ง ไม่ยอมให้เด็กตัวใหญ่มากเกินไป เพราะกลัวจะเจ็บปวดตอนคลอด

ในที่สุด ในเที่ยงวันรุ่งขึ้น ซึ่งเป็นเวลาที่แดดจ้าที่สุด นางก็คลอดเด็กออกมาได้

หมอตำแยดูแล้วก็เห็นว่าเป็นเด็กผู้ชาย จึงรีบแสดงความยินดีกับเจียงอวี้

“ขอแสดงความยินดีกับซื่อจื่อ ขอแสดงความยินดีกับจวิ้นจู่ เป็นซื่อจื่อน้อยเจ้าค่ะ”

เจียงอวี้ไม่มีเวลาใส่ใจเจ้าหนูคนนี้เลย เอาแต่ถามถึงอาการของซูหว่านตลอด

จากนั้นก็ต้องนำรกออกมา ซูหว่านก็ต้องทนทุกข์ทรมานกับขั้นตอนนี้อีก

ทันทีที่ตัดสายสะดือเด็ก เด็กก็ร้องไห้ออกมาเสียงดังสนั่น ซูหว่านให้คนอุ้มมาให้นางดูเป็นคนแรก

เมื่อมองดูแวบแรก ก็เห็นแต่ผิวหนังของลูกชายนางที่เป็นสีแดง และดูเหี่ยวย่นยับยู่ยี่ เรียกได้ว่าไม่น่ารักเอาเสียเลย"

นางขมวดคิ้ว หมอตำแยก็รู้ทันทีว่านางกำลังคิดอะไรอยู่ จึงอธิบายว่า

“เรียนจวิ้นจู่ น้ำคร่ำของท่านแตกเร็วกว่ากำหนด ซื่อจื่อน้อยจึงอั้นอยู่ในท้องนานเกินไป ใบหน้าเล็กๆ จึงดูแดงก่ำเช่นนี้ แต่ดวงตาและปากของซื่อจื่อน้อยนั้น เหมือนกับท่านซื่อจื่อทุกประการ และยังมีลักยิ้มด้วย ซึ่งเป็นสิ่งที่สืบทอดมาจากจวิ้นจู่เลยนะเจ้าคะ ต่อไปยิ่งโตก็จะยิ่งน่ารักน่าเอ็นดูแน่นอนเจ้าค่ะ”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ชีวิตพลิกผัน ข้ากลายเป็นคุณหนูตัวปลอม