ตอนที่ 1394 เป็นคนน่าคบหา!
หลิวฉวนเห็นอาหารเลิศรสของอาจารย์เฉินแล้ว ในใจสำนึกผิดและหงุดหงิดอย่างยิ่ง! เฮ้อ! ใครใช้ให้นายปากพลอยกัน! พอคิดมาถึงตรงนี้ หลิวฉวนนึกอยากตบปากตัวเองขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ ขณะที่เครื่องบินจอดนิ่ง ในช่วงที่เตรียมจะลงจากเครื่อง หลิวฉวนมองห้องโดยสารเฟิร์สคลาสของตนอย่างอาลัยอาวรณ์ เฮ้อ ต่อไปนี้คงไม่มีโอกาสได้นั่งชั้นเฟิร์สคลาสหรูหราแบบนี้แล้ว
ในเวลานี้ แอร์โฮสเตสเอ่ยกับหลิวฉวนว่า “คุณผู้ชายคะ กรุณาตรวจสอบสัมภาระของคุณด้วย เตรียมตัวลงเครื่องได้แล้วค่ะ”
หลิวฉวนถอนหายใจ “ขอเวลาสักเดี๋ยวเถอะ ให้พวกเขาลงไปก่อนเลย”
ไม่มีอะไรมาก เขาแค่อยากจะมองชั้นเฟิร์สคลาสที่หรูหรานี้และ… แอร์โฮสเตสให้นานขึ้น! เขาเลื่อนดูโมเมนต์ไปด้วย พอเห็นฉากคฤหาสน์สวยหรูที่พวกผู้อำนวยการสวีถ่ายลง มองๆ ไปแล้ว… เชี่ย นี่มันเครื่องบินไพรเวทเหรอ หลิวฉวนตาสว่างทันที จู่ๆ เขาตระหนักได้ว่าตัวเองพลาดอะไรไปแล้ว… ถูกต้อง! ตนพลาดเที่ยวบินไพรเวทหรูหราที่มีเพียงครั้งเดียวในชีวิตไปแล้ว!
เขาอดส่งข้อความไปหาผู้อำนวยการสวีไม่ได้ ‘ผู้อำนวยการ ผมถึงเมืองหลวงแล้ว ทางพวกคุณ…’ หลังจากสวีจื่อหมิงโพสต์โมเมนต์เสร็จก็ไม่ได้ทำอะไรอีก แต่เฝ้ารอให้คนอื่นมาถามว่าเขาอยู่ที่ไหน ทันทีที่เห็นหลิวฉวนทักมาก็ยิ้มออกมาอย่างสำราญใจ
‘อยู่นิวยอร์กนะ เพิ่งลงจากเครื่องเลย แถมยังเป็นเครื่องบินส่วนตัวด้วยนะ’ พิมพ์จบก็ส่งรูปที่เตรียมเอาไว้ไป
พอหลิวฉวนเห็นรูปก็อดรู้สึกเหมือนถูกมีดคว้านหัวใจไม่ได้ อันที่จริง… เจ้าหมอนี่จงใจอวดเบ่งใส่เขาชัดๆ! พอเห็นภาพเซลฟี่ของผู้อำนวยการสวีบนเฮลิคอปเตอร์ ฉากหลังคือนิวยอร์กยามราตรี ยังคงมองเห็นรูปปั้นเทพีเสรีภาพในอ่าวนิวยอร์กได้รางๆ… ต่อจากนั้นยังมีรูปเครื่องบินไพรเวทเจ็ทลำใหญ่ภาพหนึ่ง เขาจำโลโก้นี้ได้ ดูเหมือนจะอ่านว่ากัลฟ์สตรีม!
เวลานี้ในใจของหลิวฉวนปรากฏเพียงสามคำเท่านั้น ปากพาซวย! ในเวลานี้พอได้เห็นเครื่องบินส่วนตัว จู่ๆ ชั้นเฟิร์สคลาสก็ไม่น่าพิศมัยแล้ว เขาลุกขึ้นลงจากเครื่อง หลังจากออกมาแล้วก็ได้พบกับหลิวจื้อโจว อาจารย์ของตนพอดี ที่แท้ก็มาไฟล์ทเดียวกัน
“อาจารย์! คุณก็มาไฟล์ทนี้ด้วยเหรอครับ” หลิวฉวนถามด้วยรอยยิ้ม
หลิวจื้อโจวขมวดคิ้ว “ใช่! ทำไมนายมาคนเดียวละ พวกศาสตราจารย์เฉินไปไหน”
หลิวฉวนเองก็เอ่ยถามในเวลาเดียวกัน “เอ๊ะ อาจารย์ทำไมคุณมาคนเดียวละครับ พวกผู้อำนวยการหวังละ”ทั้งสองเปิดประโยคขึ้นพร้อมกัน คำถามก็เหมือนกันจนน่าตกใจ! ชั่วขณะนั้น สองศิษย์อาจารย์อดตะลึงไม่ได้ ทั้งสองสบตากันอยู่เจ็ดถึงแปดวินาทีเต็ม จากนั้นก็ถอนหายใจยาวๆ ออกมาพร้อมกัน
“เฮ้อ…”
จากนั้นหลิวฉวนเป็นฝ่ายหิ้วกระเป๋าเดินทางให้อาจารย์ด้วยตัวเอง ทั้งสองประคองกันจากไปเช่นนี้!“ทำไมตอนอยู่บนเครื่องฉันไม่เห็นนายเลยละ”
“ใช่! ผมอยู่ชั้นเฟิร์สคลาสครับ เฮ้อ… เฟิร์สคลาสก็ไม่ค่อยสบายเท่าไรเลย” หลิวฉวนนึกถึงเครื่องบินส่วนตัวจากนั้นก็ถอนหายใจ
“ไสหัวไป!”
ตอนที่หลิวจื้อโจวจากไปเพียงลำพังได้เข้าใจประโยคหนึ่งขึ้นมา น้ำเงินเกิดจากครามแต่เข้มกว่าคราม ประโยคนี้ไม่ไร้เหตุผลเลย หลิวฉวนมองแผ่นหลังของอาจารย์ที่ห่างออกไปอย่างจนปัญญา สูดหายใจเข้าลึกๆ ฉันผิดเอง…

“ศาสตราจารย์เฉินชอบดื่มไวน์ไหมครับ”
เฉินชางเอ่ยยิ้มๆ “คุณพ่อผมชอบครับ ตัวผมเลยได้ดื่มนิดหน่อย แต่ดื่มไม่มาก ไวน์แดงยิ่งน้อย ส่วนคุณแม่ผมเคยหมักไวน์องุ่นเอง ผมคิดว่ามันไม่ด้อยไปกว่าไวน์ลาฟิตปีแปดสองเลย แต่แน่นอนว่าผมก็ไม่เคยดื่มลาฟิตปีแปดสองมาก่อน”โอลด์เคิร์ตผงะไปเล็กน้อย “หา? ลาฟิตปีแปดสองงั้นเหรอ” โอลด์เคิร์ตเหมือนจะใช้ความคิดอยู่พักหนึ่ง จากนั้นก็หันไปเอ่ยสั่งการพ่อบ้านสองสามประโยค จากนั้นก็ชูแก้วไวน์ไปทางเฉินชางแล้วเอ่ยถาม “คุณคิดว่าขวดนี้เป็นยังไง”
เฉินชางพยักหน้า “รสชาติเยี่ยมมาก”
โอลด์เคิร์ตผงกหัวแย้มยิ้ม “นี่คืออีเกิ้ลปีเก้าสอง”เฉินชางไม่รู้เรื่องไวน์ แต่พอได้ยินว่าปีเก้าสองกับปีแปดสอง ห่างกันสิบปี น่าจะต่างกันไม่น้อยสินะ เฉินชางผู้ล้าหลังเรื่องไวน์ถามด้วยความฉงน “ขวดนี้คงแพงมากใช่ไหมครับ”
โอลด์เคิร์ตหัวเราะ “มีหุ้นในโรงไวน์นะครับ ไม่เสียเงินหรอก” เฉินชางยิ้ม ดื่มไวน์ในแก้วอีกอึกหนึ่งจนหมด “รสชาติดีจริงๆ”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ