ตอนที่ 1400 แค่เท่ก็พอแล้ว!
เพิ่งจะออกมา เฉินชางก็ได้รับเสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้น
[ติ้ง! ยินดีด้วย ภารกิจช่วยเหลือของคุณสำเร็จลุล่วง ช่วยเหลือชีวิตน้อยๆ ที่อาการโคม่าได้สำเร็จ ได้รับรางวัล: หนังสือทักษะสีม่วง] เฉินชางที่นั่งอยู่บนรถมองสองมือตนที่หุ้มด้วยผ้าพันแผลอย่างไร้อารมณ์ เปิดรางวัลทันที[ติ้ง! เปิดใช้หนังสือทักษะสีม่วง ได้รับทักษะหายาก: การจำแนกพิษในอาหารและยา (ระดับปรมาจารย์)]
เฉินชางตะลึงไปเล็กน้อย ก็ยังดี ดีกว่าไม่ได้อะไรเลย ถึงแม้การจำแนกพิษจะได้รับมานานมากแล้ว แต่เห็นได้ชัดว่าทักษะนี้คือการยกระดับขึ้นไปอีกขั้น น่าจะพัฒนาเป็นระดับที่สูงขึ้น เมื่อเห็นรางวัลระบบ ในที่สุดความผิดหวังก็ทุเลาลงไปมากนักเฉินชางมองสวีอ้ายฉิง อดถามไม่ได้ “พี่สวี วันนี้ผมดูโง่มากเลยใช่ไหม”
สวีอ้ายฉิงมองเฉินชาง หลุดขำออกมา “แค่เท่ก็พอแล้วไม่ใช่เหรอ!” เฉินชางตะลึง นึกทบทวนถึงตอนที่ตนออกแรงทุบกระจกรถ อดพยักหน้ารับไม่ได้ “ไอ้เท่น่ะเท่มาก แครู้สึกว่า…”
สวีอ้ายฉิงยิ้มแล้วเอ่ยปลอบใจ “ใช่ เท่แล้วยังจะคิดเรื่องอื่นไปทำไม! จะเอาทั้งเท่ทั้งฉลาดพร้อมกันไม่ได้หรอกนะ”
เฉินชางได้ยินก็อดพยักหน้ารับไม่ได้ พอคิดแบบนี้ก็ดูเหมือนตนจะไม่ได้รู้สึกอึดอัดขนาดนั้นแล้ว
จากสนามบินไปบ้านตนใช้เวลาเกือบหนึ่งชั่วโมง บ้านของเฉินชางกับสวีอ้ายฉิงอยู่ไม่ไกลกัน ดังนั้นจึงเรียกแท็กซี่แล้วนั่งคุยกันไปเรื่อยๆ พี่สวินิสัยค่อนข้างอ่อนโยน อีกทั้งเข้ากับคนอื่นได้เป็นอย่างดี ไม่ชอบทะเลาะกับใคร เดิมทีเพราะอาการมารแฟนซินโดรมของลูกชายทำให้จิตกกังวล ตอนนี้ลูกน้อยได้รับความช่วยเหลือจากเฉินชางแล้ว ความกังวลที่กดทับอยู่ในใจมาหลายปีจึงสลายไป อีกอย่าง พอติดตามเฉินชางไม่ว่าจะเป็นด้านทักษะหรือระดับก็ล้วนก้าวหน้าขึ้นมาก ถึงขั้นที่ได้เข้าร่วมงานประชุม AATS ด้วย
เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์พอดี เมื่อเห็นว่าฉินเยว่ไม่ได้กลับมาเยี่ยมบ้านระยะหนึ่งแล้ว เหล่าฉินและจี้หรูอวิ่นที่รักลูกดั่งดวงใจย่อมรู้สึกคิดถึงมากเป็นธรรมดา ระยะนี้เหล่าฉินรู้สึกว่าตนเหลิงขึ้นไม่น้อยเลย! ฉินเสี้ยวยวนที่ในอดีตถ่อมตัวเสมอมา ไม่เคยอวดอ้างฐานะผู้อำนวยการโรงพยาบาลของตนเลย แต่ว่า ตอนที่อยู่ต่อหน้าเพื่อนเก่าหรือเพื่อนร่วมงาน กลับพูดได้อย่างไม่ลังเลเลยว่าเฉินชางคือลูกเขยของฉัน!
ผลงานที่เฉินชางแสดงไว้ในงานประชุม AATS ฉินเยว่บอกกับฉินเสี้ยวยวนแล้ว ฉินเสี้ยวยวนนั่งไม่ติดขึ้นมาทันที รีบพาจี้หรูอวิ่นมุ่งหน้ามายังเมืองหลวง จี้หรูอวิ่นเห็นสถานการณ์ก็อดถามไม่ได้ “คุณนี่ไม่มีความอดทนเอาซะเลย ไม่ได้เจอลูกแค่เดือนเดียวเท่านั้น คิดถึงจนเป็นแบบนี้เลยเหรอ”
เหล่าฉินหัวเราะแหะๆ ไม่ยอมอธิบาย! หลังจากเหล่าฉินมาถึงเมืองหลวง เขาไม่ได้ไปที่บ้านก่อน แต่พาจี้หรูอวิ่นตรงไปที่ตลาดสด ช่วงที่ซื้อกับข้าว จี้หรูอวิ่นถามด้วยสีหน้าฉงน “เยว่เยว่ไม่ได้ชอบเนื้อติดมันนะ คุณซื้อเนื้อติดมันไปเยอะขนาดนี้ทำไม”
ฉินเสี้ยวยวนหัวเราะฮ่าๆ “ไม่เป็นไร เดี๋ยวฉันจะแยกให้เอง!” จากนั้นฉินเสี้ยวยวนก็ซื้ออาหารทะเลราคาแพงอย่างไม่ลังเลเลย อืม แซลมอนสินะ จากนั้นก็หอบข้าวของเข้าบ้านไปฉินเยว่ตาค้างไปเลย!
“พ่อคะ แม่คะ มาได้ยังไงคะเนี่ย”
จี้หรูอวิ่นเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “พ่อของลูกคิดถึงลูกจะแย่แล้ว ก็เลยยืนกรานจะลากแม่มาหาลูกให้ได้!”
ฉินเยว่ได้ยินก็ดีใจเป็นอย่างมาก “พ่อดีกับหนูที่สุดเลย!”จี้หรูอวิ่นอดหัวเราะไม่ได้ “ใช่น่ะสิ อยู่บ้านก็ไม่เห็นซื้อกับข้าวเยอะขนาดนี้เลย ลำพังเงินที่ซื้อของไปก็เป็นเงินครึ่งหนึ่งของเงินเดือนแม่แล้ว แถมยังซื้อปูคริสตัลออสเตรเลียมาด้วยนะ! ตัวหนึ่งก็พันกว่าหยวนแล้ว ชาตินี้แม่ยังไม่เคยได้รับการดูแลขนาดนี้เลย!”
ฉินเยว่ดีใจมาก “แน่นอนสิคะ ก็หนูเป็นลูกสาวสุดที่รักของพ่อนี่นา ฮิๆๆ… รีบเข้ามาเถอะค่ะพ่อ!” ระหว่างที่คุยกันอยู่ ฉินเยว่ก็เริ่มหิ้วของเดินเข้าไป เหล่าฉินยิ้มเยาะทีหนึ่ง ลูกสาวสุดที่รักงั้นเหรอ ลูกสาวโจรน่ะสิ! เฮอะ!ตลอดบ่ายวันนั้น ฉินเสี้ยวยวนทำกับข้าวอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย สองแม่ลูกเห็นแล้วชื่นชมมาก ฉินเสี้ยวยวนมองเวลา อดถามไม่ได้ “เยว่เยว่ ทำไมเฉินชางยังไม่กลับอีกละ”
ฉินเยว่มองเวลาเล็กน้อย “ใกล้แล้วละค่ะ! เครื่องจะถึงตอนห้าโมง”
ฉินเสี้ยวยวนร้องอ้อ ช่วงห้าโมงกว่า เหล่าฉินถามอีกครั้ง “ลูกโทรหาเฉินชางหน่อยเถอะ!”
ฉินเยว่พยักหน้ารับ “ได้ค่ะ!” หลังวางสายแล้ว ฉินเยว่เอ่ยว่า “เขามีเรื่องนิดหน่อยจะกลับช้าหน่อยค่ะ” หลังจากนั้น เวลาผ่านไปครึ่งชั่วโมงเหล่าฉินก็ถามอีกแล้ว ทำเอาฉินเยว่ตะลึงจนตาค้าง!“พ่อ ถ้าใครเขาไม่รู้คงนึกว่าเฉินชางเป็นลูกแท้ๆ ของพ่อแน่ เอาแต่ถามถึงตลอดเลย!” ฉินเยว่อดบ่นไม่ได้
เหล่าฉินหัวเราะฮ่าๆ ยอมรับไปโดยปริยาย ไม่โต้ตอบ หลังจากทำอาหารวางเต็มโต๊ะแล้ว ฉินเยว่ก็หยิบตะเกียบขึ้นมาเอ่ยอย่างอดใจไม่อยู่ว่า “ขอหนูชิมหน่อย!”
เหล่าฉินรีบปรามไว้ เอ่ยด้วยสีหน้าบึ้งตึง “รอเฉินชางด้วยสิ กินตอนนี้จะเข้าท่าที่ไหน!”ฉินเยว่มองอย่างทื่อๆ ไปทันที
“อ้อ หนูเข้าใจแล้ว พ่อไม่ได้มาเยี่ยมหนูสินะ พ่อมาเยี่ยมเฉินชางต่างหาก!”
“หนูก็ว่าแล้วว่าทำไมวันนี้พ่อทำอาหารมากมายขนาดนี้ แถมยังซื้อปูคริสตัลอีก! ไหนจะหมูตุ๋นน้ำแดงสูตรเหมานี่อีก ทั้งที่หนูไม่ชอบเนื้อติดมันพ่อก็ยังตั้งใจซื้อมา… พวกนี้เป็นของชอบเฉินชางทั้งนั้น” แม้แต่จี้หรูอวิ่นก็ตะลึงไปแล้ว มองอาหารที่วางเต็มโต๊ะ อดถลึงตามองฉินเสี้ยวยวน “ใช่ ฉันก็ว่าแล้วว่าทำไมคุณจะมาวันนี้ นี่จะมาหาเฉินชางสินะ?”ฉินเยว่ยิ่งเอ่ยด้วยสีหน้าหมดอาลัยตายอยาก “พ่อ พ่อเปลี่ยนไปนะคะ!”
เหล่าฉินหัวเราะฮ่าๆ ขึ้นมา “นี่ฉันก็ทำเพื่อให้เฉินชางดีกับเยว่เยว่ของบ้านเรามากหน่อยไม่ใช่เหรอ”
ฉินเยว่ร้องเฮอะ “โกหก!”
จี้หรูอวิ่นก็อดกลอกตาใส่เหล่าฉินไม่ได้ “มีเจตนาแอบแฝง”
ในเวลานี้เอง จู่ๆ ฉินเยว่ก็ได้รับคลิปแชร์จากโต่วอิน ส่งมาจากรุ่นพี่อย่างสวีรุ่ย “เสี่ยวฉิน เธอดูสิว่าใช่เฉินชางไหม” ฉินเยว่ผงะไปเล็กน้อย หยิบมือถือขึ้นมา กดเปิดลิงก์ มองเห็นวิดีโอสั้นคลิปหนึ่ง หลังจากเปิดวิดีโอก็ได้ยินบทสนทนาที่เสียงคุ้นหูมาก ถึงขั้นที่เพียงฉินเยว่ฟังเสียงก็เดาได้เลยว่านี่คือเฉินชาง! บทสนทนาที่ดูร้อนใจแว่วออกมา
“รถคันนี้แพงไหม”
“แพงสิ! รถโรลส์-รอยซ์ ราคาเจ็ดแปดล้านเชียวนะ!”
“ทุบเลย”
คนผิวดำสองคนขึ้นไปเตะแล้วก็ยังไม่แตก หลังจากนั้นเฉินชางก็ขึ้นไป สองมือที่พันเสื้อไว้เริ่มชกเข้าใส่กระจกหน้ารถ ดังปึ้กๆๆ ในตอนที่เลือดไหลลงบนกระจกรถ กระจกรถก็แตกออก เฉินชางมุดเข้าไปในรถ อุ้มเด็กคนหนึ่งออกมา จากนั้นก็เริ่มปฐมพยาบาลลดอุณหภูมิเสียงแบ็คกราวด์เริ่มดังขึ้นมา “แสงแห่งคุณธรรม…” จากนั้นก็มีคำบรรยายปรากฏขึ้น “ที่สนามบินเมืองหลวง เพื่อช่วยหนูน้อยที่เป็นฮีทสโตรกอยู่ภายในรถ ชายคนหนึ่งทุบกระจกรถโรลส์-รอยซ์ คัลลิแนนจนแตก ช่วยเด็กออกมาได้สำเร็จ! แต่มือของเขากลับได้รับบาดเจ็บ”
พอเห็นฉากนี้ ฉินเยว่ตะลึงไปทันที! พอเห็นเงาเฉินชางในสภาพสองมือแตกเลือดอาบ ความเจ็บปวดบีบรัดหัวใจก็แล่นขึ้นมาด้านล่างเต็มไปด้วยคอมเมนต์ ‘เท่มากเลย!’
‘เท่เกินไปแล้ว พี่หมอแข็งแกร่งมาก!’
‘เก่งเกินไปแล้วมั้ง ใช้หมัดชกกระจกรถแตกเลยเหรอ’
‘ใช่เหรอ ทำไมไม่ใช้เครื่องมือเอาละ’
‘แค่เท่ก็พอแล้วนี่!’
เห็นคอมเมนต์มากมายขนาดนี้ ฉินเยว่กลับไม่มีอารมณ์จะส่องดูเลย เธอจ้องมองมือของเฉินชาง เงียบงันอยู่นาน
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ