เข้าสู่ระบบผ่าน

เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ นิยาย บท 1399

ตอนที่ 1399 ยื่นมือไปก็ได้เงินอีก

ชายหนุ่มพยักหน้ารับ ต่อให้เฉินชางจะไม่เก่งกาจถึงขนาดนั้น เขาก็ให้เกียรติเฉินชางอย่างยิ่ง เพราะเขาช่วยลูกชายของตนไว้ ชายหนุ่มมองหญิงสาวแวบหนึ่ง ส่ายหน้าไปมาไม่พูดอะไร จะพูดอะไรไปก็ไม่มีประโยชน์ ตอนนี้สิ่งสำคัญที่สุดยังคงเป็นลูกน้อย ถึงแม้โรงพยาบาลสนามบินนานาชาติเมืองหลวงจะดูไม่เลว แต่ก็แค่ได้มาตรฐานตามเกณฑ์โรงพยาบาลของเมืองหลวงเท่านั้น แต่ยิ่งตึกเก่าเท่าไรก็ยิ่งทรงพลังอย่างถึงที่สุด! อย่ามองว่าโรงพยาบาล 301, 302 เหล่านั้นดูทรุดโทรม ถึงขั้นที่ไม่มีตึกสูงตระหง่าน พื้นกระเบื้องเงาวับ ห้องน้ำสะอาดสะอ้านเท่าโรงพยาบาลประจำเขตด้วยซ้ำ… แต่คนเขาอาศัยฝีมือที่แท้จริงสร้างชื่อเสียงขึ้นมา

อันที่จริงก็ไม่อาจกล่าวได้ว่าโรงพยาบาลสนามบินนานาชาติเมืองหลวงด้อยกว่า เนื่องจากหน้าที่รับผิดชอบของแต่ละสถานที่ต่างกันไป พวกเขาไม่มีผู้ป่วยอาการสาหัสจนเกินไป อีกทั้งส่วนใหญ่ก็รับผิดงานด้านตรวจสุขภาพ งั้นแล้วคุณจะไปเรียกร้องอะไรจากคนเขานักหนาละ อย่างไรก็ตาม ด้วยระดับโรงพยาบาลสนามบินนานาชาติ ถึงแผนกฉุกเฉินของที่นี่จะขาดแคลนแพทย์ผู้เชี่ยวชาญชื่อดัง แต่มีอุปกรณ์กู้ชีพครบครันตามที่สมควรมี!

เรื่องนี้ถ้าขาดเฉินชางไปคงวุ่นวายไม่น้อย! อันที่จริงอาการฮีทสโตรกแบ่งออกเป็นสองประเภท ประเภทแรกคืออาการฮีทสโตรกแบบทั่วไป ซึ่งก็คือเกิดขึ้นเมื่อถูกกระตุ้นจากแสงแดด อีกประเภทคือฮีทสโตรกที่เกิดจากการออกแรง การออกแรงที่มีการเผาผลาญกำลังสูงจะทำให้ร่างกายเกิดความร้อนสูง และเสียสมดุลในการกระจายความร้อน ทางผู้ป่วยตัวน้อยเพิ่งจะสแกนสมองเสร็จ ผลตรวจนับเม็ดเลือดก็ออกแล้ว!

ดูจากสถานการณ์แบบนี้ ดูเหมือนโรงพยาบาลแห่งนี้จะว่างกันมากจริงๆ แต่ผลตรวจนับเม็ดเลือดก็บอกอะไรไม่ได้เช่นกัน โดยพื้นฐานเม็ดเลือดขาวยังคงปกติดี ไม่ปรากฏสัญญาณของการติดเชื้อ แต่ตอนนี้สิ่งที่เฉินชางให้ความสนใจคือมีภาวะ DIC หรือก็คือการจับตัวของลิ่มเลือดที่แพร่กระจายในหลอดเลือดอยู่หรือไม่ ผู้ป่วยมีความเสี่ยงในด้านนี้สูงมาก ทันทีที่ปรากฏอาการขึ้น แปลว่าแนวโน้มอาการไม่สู้ดีแล้ว! สถานการณ์จะอันตรายขึ้นมาด้วย ดังนั้นการตรวจนับเม็ดเลือดจึงบอกอะไรไม่ได้ บางครั้งจะต้องตรวจสอบกันไปทีละอย่างเหมือนการตรวจข้อสอบไปทีละแผ่น! คำตอบที่งดงามที่สุดคือการเห็นค่าเป็นปกติทุกแผ่น

เวลานี้ ผลการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจของผู้ป่วยแสดงให้เห็นว่าหัวใจเต้นเร็วผิดปกติ ซึ่งไม่ใช่ปัญหาใหญ่นัก ผลอัลตราซาวนด์ปกติ เศษส่วนดีดออกเป็นปกติ อีกอย่างเฉินชางดูผลอัลตราซาวนด์สีหัวใจแล้ว ไม่เป็นปัญหาใหญ่เช่นกัน

“ศาสตราจารย์เฉินชาง อุณหภูมิร่างกายอยู่ที่ 38.9 องศาเซลเซียสครับ!” เจิ้งเหลยเอ่ยด้วยความตื่นเต้น
เฉินชางได้ฟังก็มีสีหน้าดีใจ! โล่งอกไป ดูเหมือนสถานการณ์จะไม่ร้ายแรงมาก ว่ากันโดยทั่วไปแล้ว หากอุณหภูมิร่างกายไม่ลดต่ำจากสี่สิบองศาจะเป็นปัญหาใหญ่มากจริงๆ แต่จากสถานการณ์ตอนนี้ไม่นับว่าเป็นปัญหาใหญ่นัก นอกจากนี้ ผลการตรวจสอบทั่วไปส่วนใหญ่เป็นปกติ เฉินชางโล่งอกแล้ว ดีที่ช่วยไว้ทันเวลา! ไม่อย่างนั้นคงเกินเยียวยาแล้วจริงๆ!ในเวลานี้ พ้นจากสถานการณ์ฉุกเฉินแล้ว กลับเป็นความเจ็บปวดจากหลังมือที่แล่นแปลบเข้ามาเป็นพักๆ เฉินชางอดถอนหายใจอย่างจนใจไม่ได้ ด้วยเหตุนี้ เฉินชางจึงเอ่ยกับเจิ้งเหลยว่า “ผู้อำนวยการเจิ้ง ล้างแผลให้ผมทีเถอะครับ ช่วยพันแผลให้ด้วยนะครับ”
เจิ้งเหลยมองหลังมือของเฉินชาง อดร้องจุๆ พลางส่ายหน้าไปมาไม่ได้ “ไปเอกซเรย์ดูหน่อยไหม”
เฉินชางส่ายหน้า “ไม่จำเป็นครับ แค่บาดแผลภายนอกเท่านั้น ไม่กี่วันก็หายแล้ว”“ศาสตราจารย์เฉิน คุณนี่นะ! บุ่มบ่ามเกินไปแล้ว ในเวลานั้นคุณคิดว่ารถโรลส์-รอยซ์เป็นของเล่นหรือไง ใช้กำปั้นชกกระจกเนี่ยนะ! คุณก็คิดออกมาได้! ไอ้เท่ก็เท่อยู่หรอก แต่ว่า… ทำไมคุณไม่ใช้เครื่องมือเอาละ ริมทางไม่มีของ แล้วทำไมไม่ไปขอยืมจากเจ้าของรถคันอื่น…”
เพียงประโยคเดียวก็ทำให้เฉินชางตะลึงงันไป! ตนสมองฝ่อไปแล้วจริงๆ ใช้มือทุบกระจก ไปยืมอุปกรณ์ของเจ้าของรถคันอื่นๆ ก็ได้ไม่ใช่เหรอ ถึงยืมไม่ได้ ขโมยมาสักชิ้นก็ยังได้ไม่ใช่เหรอ เฉินชางคิดว่าตอนนี้ตนไม่ขาดอะไรเลย ตอนนี้สิ่งที่ขาดไปก็คือ [สมองสีทอง] สักก้อนสำหรับพัฒนาสมองตนขึ้นบ้าง โง่เง่าอะไรขนาดนี้ ถ้าทำให้มือตัวเองพิการไปจริงๆ ดูสิจะร้องไห้ยังไง เห็นเจิ้งเหลยยิ้มเยาะตน เฉินชางก็ไม่ปริปากแล้ว

“ศาสตราจารย์เฉิน! อุณหภูมิหลักลดเหลือ 38.5 องศาเซลเซียส!”
“อืม เติมของเหลวทดแทนต่อไป ให้น้ำเกลือผสมสารละลายริงเกอร์ด้วย!” เฉินชางพยักหน้าเอ่ย อุณหภูมิหลักความจริงก็คืออุณหภูมิที่วัดจากทวาร จุดนี้มีความคลาดเคลื่อนค่อนข้างน้อย แต่จะค่อนข้างอึดอัดหน่อย ถึงอย่างไรก็ต้องสอดเข้าไปลึกถึงสิบเซนติเมตร ไม่นานนัก ผลการตรวจสอบก็ออกมา โดยพื้นฐานเป็นปกติ!

“ศาสตราจารย์เฉิน เป็นยังไงบ้าง ลูกชายผม… ปลอดภัยดีไหมครับ”
อันที่จริงเฉินชางอยากแจ้งว่าเกิดปัญหามาก ไม่ใช่เพราะเขาอยากให้เกิดปัญหาขึ้น แต่อยากให้พ่อแม่อย่างพวกเขาใส่ใจมากขึ้น พูดให้น่าเกลียดสักหน่อยคือ โชคดีที่ทันเวลา ไม่อย่างนั้น กว่าพ่อแม่อย่างพวกเขาจะกลับมา สถานการณ์ก็เปลี่ยนไปแล้ว ถึงขั้นที่หลังกลับมาแล้วก็ยังไม่แน่ว่าพวกเขาจะสังเกตเห็นความผิดปกติของหนูน้อย ถึงขนาดที่ว่าบางครอบครัวยังพูดเป็นตุเป็นตะว่า “เขาแค่หลับไปเท่านั้น!”

หญิงสาวเอ่ยว่า “ฉันแค่ไปรับสามีฉันลงเครื่อง ใช่ ใช้เวลาแค่ไม่กี่นาทีออกมาแล้ว ฉันกังวลว่าอุ้มลูกไปด้วยจะไม่สะดวก…” อันที่จริงสิ่งที่หญิงสาวพูดมาไม่มีความหมายเลย หลายๆ ครั้งความผิดพลาดใหญ่หลวงในชีวิตก็มีสาเหตุมาจากเรื่องเล็กน้อยที่คิดว่าไม่เป็นไรเหล่านี้ ถึงขั้นที่ต่อให้นึกเสียใจก็สายไปแล้ว ถึงขนาดที่เฉินชางไม่กล้ารับประกันเลยว่าถ้าหากเด็กคนนี้ต้องรอจนพ่อแม่อย่างพวกเขากลับมา จะได้เอ่ยคำว่าพ่อแม่อีกครั้งหรือไม่

เมื่อเห็นมือของเฉินชาง ชายหนุ่มรีบเอ่ยว่า “ศาสตราจารย์เฉินครับ ขอบพระคุณคุณมากเหลือเกิน ถ้าไม่ได้คุณ เฮ้อ… มือของคุณ…” หลังจากเฉินชางได้ยินก็หน้าแดงขึ้นมา สวีอ้ายฉิงเห็นฉากนี้ก็อดยิ้มไม่ได้ บางครั้งเฉินชางก็มุทะลุเกินไป ถึงขั้นที่ค่อนข้างไร้หัวคิดด้วย แต่ความมุทะลุพุ่งเป้าไปตรงๆ นั้นยังคงชวนให้คนชื่นชอบจริงๆ อย่างไรก็เถอะ ใครบ้างละจะไม่มีจุดด้อยเลย เฉินชางมองมือของตัวเอง เดิมทีคิดว่าเป็นเหรียญเกียรติยศ ผลคือกลายเป็นบาดแผลแห่งความขายหน้า ช่างเถอะ ช่างมันเถอะ…

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ