ตอนที่ 1415 ผมคือพ่อของเธอ
ประโยคของเฉินชางทำให้ฝ่ายตรงข้ามใจตกไปถึงตาตุ่ม! นี่ยุ่งยากแล้วจริงๆ! ตอนนี้โจวกวงฮุยปวดหัวแทบแตก ผู้อำนวยการหาเส้นสายลบข่าวที่เกี่ยวข้องบนอินเทอร์เน็ตแล้ว แล้วก็ให้พวกนักเรียนในโรงเรียนอย่าแพร่ข่าวมั่วซั่ว หากจับได้จะถูกสอบสวนและลงโทษอย่างร้ายแรง โรงเรียนก็ไม่อยากทำลายเด็กสาวคนนี้ แน่นอนว่าไม่ใช่เพราะว่าโรงเรียนมีคุณธรรมสูงส่งอะไร แต่เพราะเฉินเสี่ยวลี่เกิดเรื่องในโรงเรียนหลังเลิกงาน เฉินชางปรับเวรให้เป็นเวรกลางคืน คืนนี้คอยดูเฉินเสี่ยวลี่ไม่ให้เกิดอะไรขึ้น ความจริง การดูแลจัดการไดเฟนาไดโอนไม่ได้ลำบากอะไร หลักๆ คือต้องมุ่งเป้าห้ามเลือดอย่างมีประสิทธิภาพ อย่าให้เลือดออกก็พอแล้ว ตอนสี่ทุ่ม เฉินจื้อฟู่โทรมาหา
“เฉินชาง ลุงเฉินจื้อฟู่นะ”เสียงของเฉินจื้อฟู่แหบพร่ามาก ในน้ำเสียงมีความเจ็บปวดอันสิ้นหวังอยู่บ้าง
“คุณลุง อย่าร้อนใจไปครับ ตอนนี้สถานการณ์ของเสี่ยวลี่คงที่แล้ว น่าจะพ้นขีดอันตรายแล้วครับ” เฉินชางรีบปลอบ
เฉินจื้อฟู่ได้ยินดังนั้นก็เงียบลงแล้วถอนหายใจ “โอ… จริงเหรอ”
เฉินชางอดถอนหายใจไม่ได้ “จริงครับ ไม่เป็นไรแล้ว!”
เฉินจื้อฟู่ถอนหายใจยาวเหยียด “พรุ่งนี้เช้าลุงจะนั่งเครื่องบิน ส่วนป้าเธอนั่งรถไฟไปพรุ่งนี้”
เฉินชางบอก “ไม่เป็นไรครับ พวกคุณลุงไม่ต้องรีบร้อน คุณลุงเอาบัตรประชาชนของคุณป้าให้ผมหน่อย ผมจะให้เยว่เยว่ซื้อตั๋วให้ จองตั๋วบนเว็บฯ ถูกกว่าหน่อยครับ คุณลุงลงเครื่องบินแล้วโทรหาผม ผมจะไปรับครับ”
ฝ่ายตรงข้ามลังเลชั่วครู่ก่อนพยักหน้าตอบรับ
เฉินชางส่งข้อมูลให้ฉินเยว่ ส่งบัตรประชาชนไปให้จองตั๋วนอนแบบแข็งให้ เฉินชางเดาว่าโรงเรียนแจ้งเรื่องของเฉินเสี่ยวลี่ให้หัวหน้าครอบครัวทราบแล้ว ย้อนนึกถึงน้ำเสียงตอนที่พูดคุยกับเสียงแหบพร่าของเฉินจื้อฟู่ เฉินชางอดส่ายหน้าไม่ได้ คนเป็นพ่อเป็นแม่เจอลูกสาวแบบนี้เป็นเรื่องช่วยไม่ได้จริงๆ
คืนนั้นเฉินชางมาดูเฉินเสี่ยวลี่ติดต่อกันหลายรอบ เธอฟื้นแล้ว นอนอยู่บนเตียงแต่เหนื่อยล้ามาก กำลังหลับอยู่ เฉินชางให้พยาบาลให้กลูโคสกับกรดอะมิโน ได้ยินเสี่ยวโหรวบอกว่าเธอไม่ได้กินดีๆ มาหลายวันแล้ว เมื่อคืนงานไม่ยุ่งมาก เฉินชางเปลี่ยนเวรแล้วก็นอนชดเชย แล้วลุกขึ้นมาขับรถไปที่สนามบิน
หลังเห็นเฉินจื้อฟู่ เฉินชางก็อึ้งแล้ว! ปกติถึงแม้เฉินจื้อฟู่จะแต่งตัวบ้านนอก แต่สภาพจิตใจของเฉินจื้อฟู่ดีมาก เขาที่ทำงานกรรมกรบ่อยๆ มีสภาพร่างกายไม่เลวมาตลอด แต่เฉินจื้อฟู่ในวันนี้ดูแก่หง่อมลงมาก เส้นผมทั้งหัวขาวโพลน ใบหน้าเต็มไปด้วยความกังวลและซีดเซียว สภาพเหมือนสองวันนี้ไม่ได้นอน
เฉินชางรีบเข้าไปหา “คุณลุงครับ!”
หลังเฉินจื้อฟู่เห็นเฉินชางก็พยักหน้าด้วยสายตาเลื่อนลอย
ขึ้นรถ เฉินชางก็หาโรงแรมให้เฉินจื้อฟู่ก่อน จองห้องแล้ว จากนั้นก็ขับรถไปรับภรรยาของเฉินจื้อฟู่ที่สถานีรถไฟ ทันทีที่สองสามีภรรยาเจอหน้ากัน ภรรยาก็ร้องไห้ทันทีเหมือนกับเจอเสาหลัก ถึงเฉินจื้อฟู่แต่งเข้าบ้านภรรยา แต่กลับเป็นเสาหลักของครอบครัวมาตลอด ทำเรื่องใหญ่เรื่องเล็กด้วยตัวเอง ปฏิบัติกับภรรยาและลูกสาวเหมือนสมบัติ ทำงานหนักไม่เคยบ่น สองสามีภรรยาราวกับทำอะไรไม่ถูก เรื่องแบบนี้เห็นได้น้อยในหมู่บ้าน อย่าว่าแต่มือที่สามเลย แม้แต่แม่หม้ายเดินใกล้ใครก็ลือกันให้ว่อนแล้ว
สังคมในตอนนี้ แม้เรื่องอย่างมือที่สามจะพบเห็นได้บ่อย แต่… สำหรับสองสามีภรรยาที่ประพฤติตนดีแล้วก็ยังคงทำอะไรไม่ถูกอยู่บ้าง เฉินจื้อฟู่อยากตบเรียกสติเฉินเสี่ยวลี่ ถามเธอว่าเป็นคนช่วยมีขีดจำกัดบ้างได้ไหม แต่เฉินเสี่ยวลี่ยังคงอยู่ที่ห้องสังเกตอาการ เฉินจื้อฟู่ก็เป็นห่วงว่าเธอจะเกิดเรื่องอะไรอีก เขาคิดเรื่องนี้ตลอดทั้งวันว่าควรจัดการอย่างไร แต่… จนตอนนี้ก็ยังคิดไมออก
“จะไปดูเสี่ยวลี่หน่อยไหม” ภรรยาของเฉินจื้อฟู่ถาม
เฉินจื้อฟู่ไมอยากไป แต่เรื่องบางเรื่องท้ายที่สุดก็ต้องเผชิญหน้า หลังผ่านไปเนิ่นนาน เฉินจื้อฟู่ลุกขึ้นมา “ไปกัน ไปดูเธอหน่อย”
ตอนประมาณสี่โมงเย็น เฉินชางพาพ่อแม่ของเฉินเสี่ยวลี่มาโรงพยาบาล เฉินชางพาทั้งสองมาห้องสังเกตอาการ หยิบบันทึกผู้ป่วยมา หลังอ่านผลการตรวจอย่างละเอียด เฉินชางก็โล่งใจ น่าจะไม่ใช่ปัญหาใหญ่แล้ว แต่ทำไมยังไม่ได้สติอยู่อีกละ เฉินชางสงสัยเล็กน้อย เฉินจื้อฟู่กับภรรยามองเฉินเสี่ยวลี่ที่อยู่บนเตียง ใบหน้าซีดเผือดน่าสงสาร
ทั้งสองคนอดถอนหายใจไม่ได้ ความโกรธและขุ่นเคืองในใจพลันสลายไปหมดแล้ว เฉินจื้อฟู่จ้องเด็กสาว ไม่พูดเป็นนาน แค่ถอนหายใจครั้งแล้วครั้งเล่า
เฉินชางบอก “คุณลุง น่าจะไม่เป็นไรแล้วครับ เธอน่าจะขาดเลือดกับพักผ่อนไม่เพียงพอ หลายวันนี้ก็ไม่ได้กินข้าวทำให้ขาดสารอาหาร พวกคุณลุงวางใจเถอะครับ”เฉินจื้อฟู่พยักหน้าพูดกับเฉินชางเสียงเบา “เฉินชาง รอหลังเธอฟื้นขึ้นมาแล้วฝากบอกเธอทีว่า ลุงไม่โทษเธอ ให้เธอไม่ต้องกลัว อยู่ปักกิ่งเหนื่อยแล้วก็กลับบ้านมาพักผ่อน ลุงเลี้ยงเธอมาได้ยี่สิบปี ก็ยังเลี้ยงเธอได้อีกยี่สิบปี”
ไม่มีใครสังเกตว่าขนตาของเฉินเสี่ยวลี่ที่นอนอยู่บนเตียงขยับไหวเล็กน้อย น้ำตาไหลลงมาตอนที่เตรียมจะออกไป พลันมีนางพยาบาลคนหนึ่งวิ่งเข้ามา
“ศาสตราจารย์เฉิน มีผู้หญิงคนหนึ่งมาวางเงินห้าหมื่น บอกว่าเป็นค่ารักษาพยาบาลของเฉินเสี่ยวลี่ค่ะ”
หลังเฉินชางได้ยินก็หน้าเปลี่ยนสี อย่าบอกนะว่า… ภรรยาหลวงที่เฉินเสี่ยวลี่ไปเป็นมือที่สาม? แล้วก็เป็นผู้หญิงที่ติดป้ายผ้าที่ด้านนอก?นึกถึงตรงนี้ เฉินชางรีบวิ่งออกไปข้างนอก ส่วนเฉินจื้อฟู่ยังไวกว่าเฉินชางเสียอีก หลังออกมาเฉินชางพูดกับนางพยาบาล “เงินละ แล้วคนอยู่ไหน”
นางพยาบาลชี้ผู้หญิงผอมบางที่กำลังเดินออกไปข้างนอก “เป็นเธอค่ะ”
เวลานี้เฉินจื้อฟู่หยิบเงินวิ่งออกไปข้างนอก เฉินจื้อฟู่เร็วมาก หลังออกมาก็ตะโกนเรียกผู้หญิงคนนั้น “เดี๋ยวก่อน!”เฉินชางได้ยินดังนั้นรีบไล่ตามออกไป หลังผู้หญิงได้ยินเสียงตะโกนก็หยุดฝีเท้า เธอหันตัวมามองเฉินจื้อฟู่ที่ยืนอยู่ตรงนั้น รองเท้าหนังสีดำ กางเกงลายพรางที่ใช้ทำงานซักจนซีดขาวกับเสื้อยืดเก่าสีเทา
หญิงสาวจ้องเฉินจื้อฟู่ ถามเสียงเย็นชา “มีอะไร”
เฉินจื้อฟู่ตึงเครียดเล็กน้อย มือถือเงินก้อนใหญ่ มองหญิงคนนี้ วิตกกังวลเล็กน้อย นี่เป็นครั้งแรกที่เขาจัดการเรื่องนี้ เขาไม่อยากจัดการจริงๆ แล้วก็ไม่อยากเผชิญหน้า ความอับอายและความรู้สึกผิดในใจทำให้เขาได้แต่ยืนพูดไม่ออก
ใต้ดวงอาทิตย์ หญิงคนนั้นถือร่มกันแดด สวมแว่นดำ สวมชุดกระโปรงสีขาว รองเท้าส้นสูง ดูเย็นยะเยือก เฉินจื้อฟู่แต่งตัวบ้านนอก ยืนอยู่ใต้ดวงอาทิตย์จ้า เหงื่อทำให้ใบหน้าเขาดูสว่าง ใบหน้าที่หวั่นวิตกจ้องมองหญิงคนนั้น เขาตึงเครียดมาก ทั้งสองไม่ได้เอ่ยปาก
ท้ายที่สุดเฉินจื้อฟู่ทนไม่ไหว พูดเสียงดังว่า “ผมเป็นพ่อของเฉินเสี่ยวลี่”
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ