ไม่ใช่แค่ฉันแต่จ๋ายเองก็อึ้งในคำตอบของพี่เสือไม่ต่างกัน คงมีแค่คนตรงหน้าที่ไม่ได้รู้สึกอะไรกับคำพูดของตัวเอง
“กลับกันเถอะใจ๋”
จ๋ายดึงมือฉันให้ออกมาจากสถานการณ์ที่น่าอึดอัด เมื่อมาถึงที่บ้านก็ถูกจี้ถามทันที
“พี่เสือเปลี่ยนไปขนาดนี้เลยเหรอใจ๋”
“อะ… อื้อ”
“จ๋ายรู้ว่าใจ๋ชอบพี่เสือ แต่…” ฉันรู้ว่าแฝดน้องของตัวเองจะพูดอะไรจึงรีบขัด “ขอใจ๋ได้พยายามก่อนได้ไหมจ๋าย”
“…” เมื่อได้ยินคำขอของฉันจ๋ายก็ถึงกับถอนหายใจออกมา
“ใจ๋สัญญาว่าถ้าสุดท้ายแล้วมันไม่ใช่จริง ๆ จะถอย”
“สัญญาแล้วนะ จ๋ายจะไม่ห้ามแต่อย่าทำร้ายหัวใจตัวเองจนบอบช้ำ”
“อื้อ รักจ๋ายที่สุดเลย”
“จ๋ายก็รักใจ๋มาก ๆ ไม่ยอมด้วยถ้าพี่เสือใจร้าย”
“รู้ใช่ไหมว่าพี่เสือคิดยังไงกับจ๋าย” ฉันเปิดประเด็นถามออกไป
“รู้สิ ถึงได้ตัดสินใจไปเรียนต่อต่างประเทศไง”
“จ๋ายไม่ได้ไปเพราะรู้ว่าใจ๋ชอบพี่เสือใช่ไหม”
“เพราะไม่อยากให้พี่เสือคิดอะไรกับจ๋ายมากไปกว่าน้องสาวต่างหาก”
“พอแล้วไม่อยากพูดเรื่องนี้” ฉันเอ่ยขัดเพราะบทสนทนาของเราสองคนนั้นมันตึงเครียดเกินไป
“ไปเรียนที่นู้นมีใครมาจีบไหม?” ฉันถาม
“จะบอกว่าไม่มีก็คงโกหกใช่ไหมล่ะ”
“แสดงว่ามี”
“แต่จ๋ายไม่ได้สนใจใครเลยนะ อยากตั้งใจเรียนมากกว่า”
“อื้อ กลับมาแล้วก็หาเวลาเคลียร์กับไทเกอร์ด้วยล่ะ คงจะงอนจริงจังเลย”
“รู้แล้วน่า”
อย่างที่เห็นว่าไทเกอร์เป็นคนเทคแคร์เพื่อนดีที่หนึ่งและก่อนที่จ๋ายจะไปเรียนต่อทั้งสองก็สนิทกัน แต่ช่วงหลังจากนั้นถ้าไม่จำเป็นไทเกอร์จะไม่เอ่ยถึงจ๋ายเลย ทำให้เดาได้ไม่ยากว่างอนหนักมากขนาดไหน
#บนโต๊ะอาหาร
ครอบครัวของฉันและพี่เสือรวมตัวกินข้าวเย็นด้วยกัน ทางผู้ใหญ่พูดถึงเรื่องงานหมั้นที่จะจัดขึ้นเร็ว ๆ นี้
“สถานที่เตรียมได้แปดสิบเปอร์เซ็นต์แล้ว”
“ชุดก็เสร็จเรียบร้อย”
“ฉันอยากให้ถึงวันนั้นเร็ว ๆ” พ่อของพี่เสือบอกก่อนจะหันมาถามลูกชาย “ใช่ไหมเสือ”
“ครับ” ฟังดูเป็นคำตอบที่เหมือนกล้ำกลืนไม่น้อยเลย แต่เพราะผู้ใหญ่อยู่ด้วยพี่เสือจึงไม่กล้าขัด
พอตอบคำถามของพ่อแล้วพี่เสือก็ตักอาหารใส่จานให้จ๋ายอย่างไม่แคร์สายตาใคร
“ของโปรดจ๋ายใช่ไหม พี่จำได้”
“ขอบคุณค่ะ” จ๋ายเอ่ยตอบพร้อมก้มหน้าลง ก่อนจะมีเสียงของแม่พี่เสือเอ่ยขึ้น
“ตักให้ใจ๋บ้างสิเสือ”
“ผมไม่รู้ว่าใจ๋ชอบกินอะไร”
“…” ได้แต่ข่มใจเอาไว้เพราะเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดมันเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาจริง ๆ
ไทเกอร์ที่นั่งตรงข้ามเป็นฝ่ายตักของที่ฉันชอบมาใส่จานให้ เพื่อแก้สถานการณ์
“ใจ๋ชอบเห็ดผัดน้ำมันหอย คราวหลังก็จำไว้นะเฮีย”
“สมกับเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็กจริง ๆ” แม่ของฉันเอ่ยชมไทเกอร์
“รู้ใจกันขนาดนี้น่าจะให้หมั้นแทนผมไปเลยนะครับ” เป็นอีกคำที่พี่เสือโพล่งออกมากลางวงทำเอาทุกคนเงียบ ส่วนฉันสะอึกไปแล้ว
“เสือ รู้ไหมว่ากำลังเสียมารยาทอยู่”
“ผมก็แค่เกริ่น ๆ ดู เผื่อคุณลุงกับคุณป้าจะสนใจ”
“น้องใจ๋ไม่น่ารักเหรอเสือถึงได้ไม่อยากหมั้นกับน้องขนาดนั้น” แม่ตั้งคำถาม เพราะแม่พอจะเข้าใจเหตุการณ์แบบนี้มากที่สุด วันนั้นที่ฉันร้องไห้แม่ก็เป็นคนปลอบ

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เสือร้ายพ่ายเมีย