ตอนที่ 1019 แม้ต่ำต้อยแต่ข้ายังห่วงแผ่นดิน (1)
Ink Stone_Fantasy
“เจียงขุย…”
ทันทีที่เจียงขุยก้าวขึ้นสู่เวที ราวกับเกิดแรงสั่นสะเทือนบางอย่างในอากาศ
ซูเจวียนเงยหน้าขึ้นทันใด จ้องไปยังเงาร่างบอบบางบนเวทีอย่างแน่วแน่
ก่อนการแข่งขัน โค้ชได้เตือนเธอไว้แล้วว่า
‘ระวังเจียงขุยให้ดี’
ตอนแรกซูเจวียนไม่ได้ใส่ใจนัก เพราะเธอคิดว่าเจียงขุยอาจจะยังไม่สามารถผ่านด่านเพื่อนร่วมทีมจงโจวของเธอทั้งสองคนได้ด้วยซ้ำ
จนกระทั่งได้เห็นจ้าวอิ๋งเก้อและซย่าฝานระเบิดพลังบนเวที ความทะนงตนในใจของซูเจวียนจึเริ่มลดลง
แค่จ้าวอิ๋งเก้อกับซย่าฝานก็ทำให้เธอเริ่มระวังขึ้นมาแล้ว ถ้าเป็นนักร้องหญิงที่แข็งแกร่งที่สุดของราชวงศ์ปลาอย่างเจียงขุย จะต้องอยู่ในระดับไหนกัน
ราชวงศ์ปลา
เต็มไปด้วยพยัคฆ์หมอบมังกรเร้นกายจริงๆ
เดี๋ยวนะ
ชุดที่เจียงขุยใส่อยู่คืออะไรกัน?
ดูคล้ายกับชุดของนักแสดงงิ้วในสมัยโบราณ?
ซูเจวียนครุ่นคิด พยายามคาดเดาเบื้องหลังของเพลงที่เจียงขุยจะขับร้อง
…
เจียงขุยในชุดงิ้ว ยืนอยู่บนเวทีโดยยังไม่เริ่มร้องทันที เธอค่อยๆ หลับตาลงเล็กน้อยเพื่อปลุกอารมณ์ภายในให้พร้อมก่อน เพราะเพลงนี้จำเป็นต้องใช้เวลาในการบ่มเพาะอารมณ์
เมื่อความรู้สึกสุกงอมแล้ว เธอก็ค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมาอย่างเฉียบพลัน
“เริ่มได้”
เจ้าหน้าที่เห็นว่าเวลาพร้อม จึงส่งสัญญาณมือให้เริ่มการแสดง
เสียงผสมของเปียโนเสียงสูงกับกีตาร์ดังขึ้น
ขลุ่ย
ผีผา
และดูเหมือนจะมีเสียงขอซอเอ้อร์หูแทรกอยู่ด้วย?
บรรยากาศของแฝงไปด้วยความโศกเศร้าบางอย่างแทรกซึม
ด้านหลังของเจียงขุย จอใหญ่บนเวทีก็สว่างขึ้นทันที
เป็นภาพแอนิเมชันเรื่องราวของนักแสดงงิ้วคนหนึ่ง ใบหน้าถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางงิ้วจนมองไม่เห็นสีหน้าชัดเจน
ด้านล่างเวที
ผู้ชมในเรื่องเป็นกลุ่มทหารที่นั่งไขว่ห้างกันอย่างสบายเฉิบด้วยท่าทางหยิ่งผยอง
นี่คือ?
คณะกรรมการทั้งเจ็ดคนหันไปมองจอพร้อมกัน นักร้องทุกคนจะมีเอฟเฟกต์บนเวทีเพื่อเสริมบรรยากาศในการแสดง
เทคโนโลยีจากเว่ยโจวนั้นล้ำหน้าเป็นอย่างมาก ทำให้สร้างฉากสุดอลังการได้บนเวทีได้ นักร้องคนก่อนๆ อย่างจ้าวอิ๋งเก้อและซย่าฝานก็ล้วนแต่ใช้เอฟเฟ็กต์เหล่านี้บนเวที เพื่อให้ผู้ชมเข้าถึงอารมณ์ในเพลงของตนได้มากขึ้น
ส่วนเพลงของเจียงขุยดูเหมือนจะมีเจตนาในการเล่าเรื่อง
หน้าจอขนาดใหญ่ด้านหลังเธอนั้น ก็กำลังถ่ายทอดเรื่องราวบางอย่างอย่างชัดเจน
ในขณะที่ทุกคนกำลังคาดเดาเรื่องราวบนจออย่างเงียบงัน จู่ๆ บนหน้าจอก็ปรากฏคำสั้นๆ ขึ้นมา
นางงิ้วผู้ภักดี
ในขณะเดียวกัน
เสียงของเจียงขุยก็ดังขึ้นมาอย่างแผ่วเบาและเยือกเย็น
“ละครหนึ่งฉาก
ขับขานสุขทุกข์ลาจาก
ไม่เกี่ยวกับข้า
พัดสะบัดเปิดปิด
เสียงกลองดังพลันเงียบงัน
นักสังคีตนอกความรู้สึกใน
ใครเล่าจะบอกได้…”
ข้อมูลของเพลงก็ปรากฏชัดต่อผู้ชมทั่วทั้งห้องถ่ายทอดสด
ชื่อเพลง: นางงิ้วผู้ภักดี
คำร้อง: เซี่ยนอวี๋
ทำนอง: เซี่ยนอวี๋
ขับร้อง: เจียงขุย
นี่คือผลงานชิ้นที่สามของเซี่ยนอวี๋ในมหกรรมดนตรีบลูสตาร์ คุณภาพสองเพลงก่อนหน้า ได้พิชิตใจผู้ชมมาแล้ว
‘รู้สึกได้ถึงกลิ่นอายโบราณ’
ความคิดนี้แวบผ่านใจผู้ชมในขณะที่เสียงของเจียงขุยดังขึ้นอีกครั้ง
“ชินกับการกลั่นสุขเศร้าเคล้าน้ำหมึกและผงแป้ง
บทเก่าซ้ำเดิมจะเปล่งเสียงอีกสักกี่ครั้งเป็นไรเล่า
แม้นกระดูกขาวเถ้าถ่านยังเป็นข้า…”
ในจังหวะที่เจียงขุยร้องท่อนนี้ บนจอเวที นักแสดงงิ้วในแอนิเมชันก็กำลังรำและขับร้องอยู่เช่นกัน
ด้านล่างเวที
ผู้ชมกลุ่มหนึ่งหัวเราะเริงร่า
บ้างก็เป็นทหารที่แต่งตัวไม่เรียบร้อย
นั่งจับกลุ่มคุยกันอย่างไม่ใส่ใจ
บางคนซึ่งเป็นหัวหน้าถึงกับนั่งกอดหญิงงามไว้ในอ้อมแขน แววตาเลื่อนลอย มืออยู่ไม่สุขคอยเย้าแหย่
หมายความว่ายังไงกัน
เหมือนจะมีกลิ่นอายโบราณอยู่ในฉากนี้
ขณะที่ผู้ชมเริ่มสงสัย ฉากจอก็เปลี่ยนไปทันที
เปลวเพลิงพวยพุ่งขึ้นมาจากรอบทิศทาง!
พรึบ!
เหล่าทหารผู้รุกรานใต้เวทีพากันแตกตื่นอลหม่าน
ความหวาดกลัว ความโกลาหล และไฟที่กำลังโหมกระหน่ำ แผ่ขยายไปทั่วทั้งฉาก!
แต่บนเวทีบรรดานักแสดงงิ้วกลับยืนนิ่ง
กลางเวที นักแสดงงิ้วในชุดสีแดงยังคงขับร้องต่อ ริมฝีปากของเธอเคลื่อนไหวเป็นจังหวะเดียวกับปากของเจียงขุยอย่างแม่นยำ
ในความพร่าเลือน
ตัวละครนักแสดงงิ้วในแอนิเมชันราวกับหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับเจียงขุยบนเวที เสียงร้องของเธอเปรียบดั่งคมดาบ แทงทะลุเข้าไปในหัวใจของผู้คนจำนวนนับไม่ถ้วน!
“ผู้คนเดินผ่านหน้าเวที
ใบหน้าเดิมไม่เห็นอีกต่อไป
ผู้คนบนเวทียังขับขาน
บทเพลงพลัดพรากแสนปวดร้าว
คำว่ารักไม่อาจเขียน
ใช้โลหิตเคล้ากลั่นเป็นเสียง
จะม่านเปิด
หรือม่านปิด
ใครเล่าคือแขกที่แท้จริง”
เจียงขุยไม่ได้ร้องเพลง แต่เธอกำลังแสดงงิ้ว
นี่คือท่อนร้องด้วยสำเนียงของอุปรากรจีนเต็มรูปแบบ เปี่ยมไปด้วยพลัง แตะลึกถึงหัวใจ แสดงถึงความเด็ดเดี่ยวที่พร้อมสละแม้ชีวิต!
นางงิ้วผู้ภักดีก็คือนักแสดงงิ้วในชุดแดง
และในขณะนั้น เปลวไฟลุกโชนรอบเวที ยิ่งขับเน้นสีแดงนั้นให้เต็มไปด้วยความโศกสะเทือนใจยิ่งขึ้น!
ท่อนจบของท่อนเวิร์สซึ่งกล่าวว่า ‘แม้ต่ำต้อยแต่ฉันยังห่วงแผ่นดิน’ สะท้อนกับฉากตรงหน้าได้อย่างลงตัวและลึกซึ้ง
สีแดงของนางงิ้วผู้ภักดีไม่ใช่เพียงสีของชุดงิ้ว แต่ยังเป็นสีของเปลวเพลิง และสิ่งที่เจียงขุยถ่ายทอดคือ แม้จะต้อยต่ะ แต่เธอก็เลือกที่จะพลีชีพไปไปพร้อมกับศัตรูเหล่านั้นเพื่อแผ่นดิน
ต่อให้โหดร้าย!
ต่อให้ไร้ผู้คนรับรู้!
ในสนามแข่งขัน!
ในห้องส่งถ่ายทอดสด!
ผู้ชมทั้งหมดถึงกับนิ่งอึ้ง
ขนลุกไปทั้งร่าง!
แม้แต่ซูเจวียนเองก็อดไม่ได้ที่จะสั่นสะท้านกับเสียงร้องที่ส่งผ่านจากเจียงขุย
นี่มันเพลงอะไรกัน!
………………………………………………

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอน 837-839 ไม่มีข้อความเลยครับ...