ตอนที่ 1021-2 จิ่วเอ๋อร์ ฉันจะส่งเธอสู่แดนไกล (2)
………………..
ปรับคีย์ขึ้นแล้ว!
คณะกรรมการทั้งเจ็ดคนซึ่งกำลังพิจารณาจากมุมมองของมืออาชีพ ต่างก็มีแววตาเป็นประกายขึ้นพร้อมกัน เพลงเดียวกัน เนื้อร้องเดียวกัน แต่กลับถ่ายทอดอารมณ์ได้แตกต่างกัน แถมยังไต่ระดับของอารมณ์ขึ้นไปอย่างชัดเจน!
ซูเจวียนขึ้นเสียงสูง เจียงขุยก็ขึ้นเสียงสูงเหมือนกัน!?
ที่จริงแล้วการไต่ระดับทางอารมณ์ของเจียงขุยนั้นเป็นไปอย่างเป็นธรรมชาติ เสียงสูงที่ใส่มานั้นไม่ได้ทำให้รู้สึกแปลกแยกเลยแม้แต่น้อย
จนกระทั่งกรรมการตระหนักได้ว่า ที่ผ่านมาทุกคนโดนท่อนแรกของเจียงขุยหลอกเข้าให้ นี่มันคือเพลงเสียงสูงชัดๆ !
ด้านล่างเวที
มีผู้ชมที่โน้มตัวไปข้างหน้าโดยไม่รู้ตัว
เป็นเพราะจิตใจของพวกเขาถลำลึกลงสู่อารมณ์ของเพลง จนอดใจรอฟังต่อไม่ไหว
ใช่แล้ว
พวกเขาได้ถูกเสียงร้องของเจียงขุยดึงดูดเอาไว้แล้ว
แม้ว่าเพลงนี้จะไพเราะในตัวเอง แต่สิ่งที่เป็นจิตวิญญาณที่แท้จริงของเพลง กลับเป็นการขับร้องต่างหาก
…
ไม่ปล่อยให้ผู้ชมต้องรอนาน
เจียงขุยกำไมโครโฟนแน่นจนเผยให้เห็นข้อนิ้วซีดในภาพโคลสอัปทันที
“ข้าวฟ่างสุกแดงฉานเต็มนภา จิ่วเอ๋อร์ ฉันจะส่งเธอสู่แดนไกล!”
อารมณ์พลันพุ่งพล่าน!
เสียงสูงลากยาวที่เปลี่ยนแปลงขึ้นมาเป็นครั้งแรก ราวกับเปิดม่านฉากใหญ่ออก!
อารมณ์ที่สั่งสมมาตลอดสองรอบครึ่งของการร้องเพลง มาถึงจุดสูงสุดในตอนนี้ คำว่า ‘ไกล’ ถูกลากเสียงยาวออกไปสุดขีด ราวกับลมหายใจนั้นไร้ที่สิ้นสุด!
ครืน!
พลังระเบิดออกมาเต็มที่!
และในขณะที่ทุกคนคิดว่านี่คือขีดสุดแล้วนั้น เสียงของเครื่องดนตรีที่ทรงพลังดั่งราชันก็พลันดังขึ้น ราวกับมาจากส่วนลึกของวิญญาณ ประสานกับเสียงร้องอย่างสมบูรณ์แบบ ถักทอและพากันทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุด!
ปี่สั่วน่า!
นี่คือปี่สั่วน่า!!
เสียงปี่สั่วน่าที่พุ่งทะลุจุดกลางกระหม่อม!
ประหนึ่งสุราเกาเหลียงรสแรง!
ในห้องถ่ายทอดสดของเยี่ยนโจว ผู้บรรยายชายถึงกับตะโกนลั่นด้วยความสะใจและกราดเกรี้ยว มือทั้งสองข้างขยับไปมาเต็มแรง!
ด้านในสนามแข่งขันก็เช่นกัน!
ผู้ชมทุกคนล้วนถูกอารมณ์พาไป คณะกรรมการทั้งเจ็ดคนถึงกับเหยียดตัวตรง ขนลุกซู่ทั้งตัว ในห้วงสำนึกของพวกเขามีเพียงความคิดเดียวว่า
ทำไมปี่สั่วน่าถึงสะเทือนใจได้ขนาดนี้กัน!
ห้องถ่ายทอดสดจากแต่ละทวีปซึ่งก่อนหน้านี้ดูแคลนปี่สั่วน่าอย่างรุนแรง บอกว่าเครื่องดนตรีนี้ทั้งเชยและไร้รสนิยม ต่างยิ่งตะลึงงันไปหมด ภายใต้พลังอันน่าเกรงขามของเสียงปี่สั่วน่าที่แผ่ขยาย พวกเขารู้สึกสั่นสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ!
‘ศิลปะ!’
‘ปี่สั่วน่าคือศิลปะ!’
‘ผู้ช่วยระดับเทพเจ้า!’
‘พระเจ้าช่วย!’
‘ชาไปหมดแล้ว!!!’
‘นี่มันตัวอะไรเนี่ย!’
‘โดนส่งขึ้นสวรรค์แล้ว!’
‘ส่งฉันขึ้นไปเลย!’
‘โดนปี่สั่วน่าส่งขึ้นฟ้า!’
ห้องถ่ายทอดสดจากทุกทวีปแทบระเบิดไปพร้อมกัน พลังเสริมระดับเทพ ขับให้เสน่ห์ของเสียงร้องของเจียงขุยเปล่งประกายออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ!
เมามาย!
ทุกคนเมามายในเสียงเพลง!
แม้แต่ซูเจวียน ผู้ซึ่งก่อนหน้านี้เคยมั่นใจในตัวเองอย่างมาก ตอนนี้กลับสูญเสียสมาธิไปหมด ไม่รู้ว่าโดนปี่สั่วน่าทำให้ตะลึง หรือโดนเพลงนี้ทำให้ประหวั่นพรั่นพรึง
งานนี้พลิกแน่!
ปี่สั่วน่าคือตัวพลิกเกมระดับเทพ!
ความมั่นใจของซูเจวียนเริ่มสั่นคลอนอย่างรุนแรง!
และในช่วงที่ซูเจวียนกำลังจิตใจสั่นคลอนอยู่นั้น เจียงขุยก็เริ่มร้องรอบที่สี่!
ไม่รอให้ปี่สั่วน่าจบก่อน!
แต่กลับซ้อนเสียงร้องของตนเองเข้าไปกับเสียงของปี่สั่วน่า!
ราวกับตั้งใจจะท้าทายกับเสียงสะเทือนวิญญาณ!
“ข้าวฟ่างสุกแดงฉานเต็มนภา!!!”
เสียงของปี่สั่วน่า ถึงกับถูกเสียงของเจียงขุยกดเอาไว้จนสิ้นฤทธิ์!
ถ้าไม่ตั้งใจฟังอาจคิดว่าปี่สั่วน่าหยุดเล่นไปแล้ว แต่หากฟังให้ดี ก็จะยังได้ยินเสียงสะท้อนของปี่สั่วน่าแทรกอยู่ระหว่างคำร้องทุกถ้อยคำ!
ครืนๆๆ !
บนจอเวทีใหญ่ลมพัดผ่านมาอีกครั้ง
ราวกับฤดูกาลเปลี่ยนผัน กาลเวลาหมุนเวียน เขียวเหลืองสลับไล่ ยุคสมัยขับขานราวบทเพลง
ทุ่งข้าวฟ่างสีเขียวขจีกลายเป็นแดงฉาน ราวกับถูกย้อมด้วยโลหิต!
ข้าวฟ่าง!
สุกแล้ว!
เจียงขุยราวกับกำลังเหยียบย่ำอยู่บนทุ่งข้าวฟ่างสุกงอม เธอขับขานท่ามกลางสายลม ร้องเพลงนี้ต่อผู้ชม ต่อกรรมการ ต่อซูเจวียน
“จิ่วเอ๋อร์ ฉันจะส่งเธอสู่แดนไกล…”
ความมั่นใจของซูเจวียนพังทลายลง จิตใจถูกเขย่า!
เธออ้าปากค้างจนหุบไม่ลง สีหน้าตกตะลึงของเธอประจวบเหมาะกับสีหน้าตกตะลึงของกรรมการทั้งเจ็ดที่อยู่ด้านข้าง จนกลายเป็นภาพที่ชวนขบขัน
ฟังสิ
นั่นไม่ใช่ ‘จิ่วเอ๋อร์ข้าส่งเจ้าสู่แดนไกล’ แล้ว
แต่คือ ‘เจียงขุย’ ข้าส่งเจ้าสู่แดนไกล!
เสียงสูงสุดขีดนี้ เสมือนเสียงคำราม เสียงกู่ร้อง เสียงร่ำไห้ แต่เปี่ยมไปด้วยพลังและอารมณ์ที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน!
ตั้งแต่เด็กสาวเติบโตเป็นผู้ใหญ่ ความงามงดงามและการต่อสู้กับความทุกข์ จากความไร้เดียงสา สู่การตระหนักรู้และเติบโตทางจิตใจ ความขัดแย้งระหว่างการเสียสละและความอาลัยอาวรณ์
ผมเข้าใจแบบนี้ ไม่รู้ว่าถูกไหมครับ?”
หลินเยวียนตอบ “ผู้ฟังหนึ่งพันคน ก็มี ‘จิ่วเอ๋อร์’ หนึ่งพันรูปแบบ ถ้าคุณเข้าใจแบบนั้น นั่นแหละคือความหมายที่แท้จริง”
“นี่แหละคือศิลปะ”
เสียงของเซียงเซียงดังขึ้น ดวงตาของเธอแดงก่ำ
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเรื่องราวที่สะเทือนใจ หรือเป็นเพราะบทเพลงนี้ลึกซึ้งเข้าสู่หัวใจ
…
บนโลกออนไลน์
ฉิน ฉี ฉู่ เยี่ยน หาน จ้าว และเว่ย!
ห้องถ่ายทอดสดทั้งเจ็ดมีจำนวนคอมเมนต์มากมายจนแทบจะนับไม่ถ้วน ร้อนแรงยิ่งกว่าห้องถ่ายทอดสดของแคว้นฉินเสียอีก!
ผู้ชมในฝั่งนี้ไม่ได้ฟังเรื่องราวที่เซี่ยนอวี๋เล่า พวกเขาโฟกัสทั้งหมดไปที่การร้องเพลงของเจียงขุย!
‘ฟังจนชาไปหมดแล้ว!’
‘สะเทือนใจเกินไป!’
‘สั่นสะท้าน!’
‘ฟังจบแล้วมือชุ่มเหงื่อไปหมด!’
‘ไฮโน้ตอะไรกันเนี่ย!’
‘ปี่สั่วน่ายังถูกกลบเสียงเลย!’
‘ที่น่ากลัวยิ่งกว่าคือ เพลงนี้มีเนื้อเพลงแค่สี่บรรทัด!’
‘แค่สี่ประโยค แต่บดขยี้ซูเจวียนได้ หมายความว่าไงกัน!’
‘ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว ผมจะไปเรียนปี่เป่าสั่วน่า!’
‘ฉันยอมแล้ว ปี่สั่วน่ายอดเยี่ยมตลอดกาล!’
“ปี่สั่วน่า: เจียงขุย เธอจะให้เกียรติเสียงฉันหน่อยก็ไม่ได้หรือไง!’
‘ในเพลงนี้มีเรื่องราวซ่อนอยู่ เสียงร้องเปี่ยมด้วยการบอกเล่า อยากรู้จริงๆ ว่าเพลงนี้เล่าเรื่องอะไรอยู่’
‘ไม่รู้ว่าเล่าเรื่องอะไร แต่กลับฟังได้อย่างสนุก ทำไมกันนะ’
‘เพราะมันเข้าถึงใจ’
‘อารมณ์ความรู้สึกสามารถสื่อสารกันได้ ดนตรีคือสะพานเชื่อมใจคน’
‘ในใจฉันตอนนี้ เจียงขุยคือผู้ชนะไปแล้ว!”
‘จิ่วเอ๋อร์ ฉันจะส่งเธอสู่แดนไกล นี่พาทุกคนไปไกลจริงๆ!’
ก่อนหน้านี้แทบไม่มีใครคิดว่าเจียงขุยจะเอาชนะได้ เพราะคะแนนของซูเจวียนนั้นสูงเกินไป คะแนนเท่านี้สูงพอที่จะกวาดเรียบในการแข่งขันหมวดเสียงโอเปร่าที่ผ่านมาได้เลยด้วยซ้ำ!
อย่างไรก็ตาม
เวลานี้ทุกอย่างพลิกผัน
โดยเฉพาะเมื่อกล้องแพนไปยังซูเจวียน ใบหน้าของเธอซีดเซียว ก้มหน้าเงียบ ทุกคนจึงเข้าใจได้ทันทีว่าใครคือผู้ชนะที่แท้จริง
เจ้าตัวเองยังยอมรับเลยด้วยซ้ำ
………………………………………………………..

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอน 837-839 ไม่มีข้อความเลยครับ...