เข้าสู่ระบบผ่าน

Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน นิยาย บท 1034

ตอนที่ 1034 เรื่องราวที่เล่าขานในวงการดนตรี

………………..

หลังจบการแข่งขัน

เฟ่ยหยางถูกนักข่าวนับไม่ถ้วนรุมล้อม!

ในการแข่งขันมหกรรมดนตรีบลูสตาร์ซึ่งได้รับความสนใจจากทั่วทุกทวัป

เขาได้โชว์ฟอร์มเหนือชั้น ถล่มผู้เข้าแข่งจากจงโจวเสียจนยับเยิน!

ทุกรอบที่ลงแข่ง เขาโดดเด่นอย่างไร้ผู้ใดเทียบเทียม!

ไม่ต้องสงสัยอีกต่อไป

เพราะนับจากนี้ เฟ่ยหยางจะกลายเป็นราชาในหมู่ราชาเพลง พร้อมด้วยค่าตัวระดับซูเปอร์สตาร์!

ผู้สื่อข่าวจากสื่อทางการของฉินโจวพูดด้วยความตื่นเต้นว่า “ขอแสดงความยินดีกับอาจารย์เฟ่ยหยางด้วยนะคะที่คว้าเหรียญทองมาครองได้สำเร็จ พวกเราเพิ่งชมผลงานของคุณเมื่อครู่นี้

ตอนนี้ชาวเน็ตจากทุกทวีปต่างชื่นชมคุณ ว่าเป็นพ่อเพลงอันดับต้นๆ ของบลูสตาร์

คุณมีอะไรอยากจะบอกกับผู้ชมที่กำลังชมสัมภาษณ์สดอยู่ตอนนี้ไหมคะ และอะไรคือสิ่งที่ทำให้คุณสามารถพัฒนาฝีมือได้เสมอมาเช่นนี้หรือคะ?”

“เฮ้อ”

เฟ่ยหยางจ้องมองแววตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวังจากผู้สื่อข่าวรอบตัว ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ พลางตอบว่า “การโดนทุบตี…ทำให้คนพัฒนา”

หา?

นักข่าวถึงกับอึ้ง

ผู้ชมในห้องถ่ายทอดสดจากทุกแพลตฟอร์มพลันนิ่งไปชั่วครู่

อะไรนะ

หมายความว่าไง

ฮึก

นักข่าวถึงกับกลั้นหัวเราะไม่อยู่ “คุณหมายความว่า ที่ฝีมือคุณก้าวกระโดดได้ขนาดนี้ เป็นเพราะโค้ชเซี่ยนอวี๋ใช่ไหมคะ?”

เฟ่ยหยางพยักหน้า

นักข่าวถามต่อ “แล้วคุณมีความคิดเห็นอย่างไรต่อคู่แข่งของคุณบ้าง”

เฟ่ยหยางตอบเสียงเรียบ “คู่แข่งจากจงโจวน่ะ…อ่อนกว่าที่ผมคิดไว้เยอะเลย”

ให้ตายสิ!

เจ็บถึงใจ!

ผู้ชมที่กำลังดูการสัมภาษณ์สดหลังแข่งถึงกับหลุดขำกันลั่น

“ความหมายโดยนัยของราชาเพลงเฟ่ยคือ พวกคุณมัวแต่ดูภาพฉากที่ผมไล่ทุบนักร้องจากจงโจวในมหกรรมเพลงบลูสตาร์ แต่ดันลืมภาพที่ผมเคยโดนเซี่ยนอวี๋ซ้อมจนยับเยินมากี่ครั้งเข้าไปแล้ว!”

“พูดได้แทงใจดำจริงๆ !”

“สำหรับคุณแล้ว การจัดอันดับฤดูกาลเพลงของฉินโจว ยังยากกว่ามหกรรมบลูสตาร์อีกเหรอ?”

“เพราะในตารางนั้น ต้องเจอกับคู่แข่งแบบพ่อเพลงอวี๋ แต่ในมหกรรมดนตรีบลูสตาร์ ไม่ต้องเจอกับเขานี่นา!”

“ฮ่าๆๆๆ !”

“พูดอีกก็ถูกอีก พวกคุณลองคิดดูสิ ราชาเพลงเฟ่ยของพวกเรา ปกติต้องซ้อม ต้องแข่งกับพ่อเพลงอวี๋นะ ระดับความยากนี่เรียกได้ว่าโหมดขุมนรก!”

“แต่วันนี้ คู่แข่งเขาแค่เป็นนักร้องระดับราชาจากจงโจวไม่กี่คนเอง”

“ความยากของเกม โดนลดระดับจากโหมดนรกลงมาเป็นโหมดง่ายในทันที!”

“จนในที่สุด ราชาเพลงเฟ่ยของเราก็เพิ่งมารู้ตัวในวันนี้ว่า จริงๆ แล้วเขาไม่ได้อ่อนแอ แค่ก่อนหน้านี้ คู่ต่อสู้ของเขาแข็งแกร่งเกินไปต่างหาก!”

“นี่มันการบ่นขอลูกคนรองตลอดกาลชัดๆ !”

“เทพลู่พูดไว้ไม่ผิดเลยราชาเพลงเฟ่ยไม่อยู่ใต้ใคร เว้นไว้ก็แค่คนคนเดียว!”

นักข่าวรู้สึกร้องไห้ไม่ได้หัวเราะไม่ออก

โอ้โฮ ราชาเพลงเฟ่ย แค้นแรงใช้ได้เลยนะ!

ดูเหมือนก่อนหน้านี้จะโดนเซี่ยนอวี๋รังแกมาอย่างหนักหน่วงจริงๆ

“ที่คุณพูดหมายความว่า ความล้มเหลวคือต้นกำเนิดของความสำเร็จ และประสบการณ์อันมีค่าจากการพ่ายแพ้ให้กับหัวหน้าโค้ชเซี่ยนอวี๋ คือสิ่งที่ทำให้คุณก้าวหน้าได้อย่างทุกวันนี้ใช่ไหมคะ?”

“ครับ”

เฟ่ยหยางพยักหน้าอย่างจริงจัง

“ผมรู้สึกขอบคุณอาจารย์เซี่ยนอวี๋มาก ที่คอยปลุกปั้นผมมาตลอดทาง”

นักข่าวถามต่อ “คุณคิดว่า อาจารย์เซี่ยนอวี๋คือคนที่ปลุกปั้นคุณขึ้นมาหรือคะ?”

เฟ่ยหยางพยักหน้าอีกครั้ง

“ใช่ครับ ผมเพิ่งมาตระหนักได้อย่างชัดเจนก็ตอนเก็บตัวฝึกซ้อมภายในของฉินโจวนั่นแหละ”

นักข่าว “ช่วยเล่าให้เราฟังหน่อยได้ไหมคะ?”

เฟ่ยหยางเริ่มเล่า น้ำเสียงระคนความซาบซึ้งและสะท้อนใจ

“เมื่อก่อนหลายคนชอบพูดว่า เฟ่ยหยางก็แค่เครื่องจักรที่ร้องเพลงได้ เทคนิคแม่นยำ เสียงสูงดีเยี่ยม ทักษะการร้องไร้ที่ติ แต่ถึงจะฟังดูครบเครื่องขนาดนั้น ก็ยังมีคำวิจารณ์หนึ่งที่ตามหลอกหลอนผมอยู่เสมอว่าเสียงร้องของผมขาดอารมณ์ความรู้สึก ตอนนั้นผมไม่ค่อยสนใจคำวิจารณ์พวกนั้นหรอก จนกระทั่งผมได้ขึ้นเวทีราชาหน้ากากนักร้อง แล้วต้องพ่ายแพ้ให้กับอาจารย์เซี่ยนอวี๋ ผมถึงได้เห็นจุดอ่อนของตัวเองอย่างแท้จริง”

ต่อมาผมได้ไปเข้าร่วมรายการเพลงของเรา

นึกไม่ถึงเลยว่าจะได้เจอกับอาจารย์เซี่ยนอวี๋อีกครั้ง

ตอนนั้น อาจารย์เซี่ยนอวี๋แต่งเพลงชื่อพ่อให้ผม และก็เป็นเพลงนั้นละครับ ที่ทำให้ผมได้เรียนรู้เป็นครั้งแรกจริงๆ ว่าความรู้สึกในเสียงเพลง ควรถ่ายทอดออกมาอย่างไร

หลังจากนั้น ในช่วงเก็บตัวฝึกซ้อมของมหกรรมดนตรีบลูสตาร์

อาจารย์เซี่ยนอวี๋สอนผมร้องเพลงเด็กหนุ่มในวันวาน ซึ่งการร้องของผมก็เริ่มสุกงอมอย่างแท้จริง การถ่ายทอดอารมณ์ไม่ใช่จุดอ่อนของผมอีกต่อไป แม้แต่ทักษะในด้านอื่นๆ ก็พัฒนาขึ้นตามไปด้วย

พูดได้เต็มปากว่า

การที่เฟ่ยหยางเติบโตมาถึงจุดนี้ได้ ล้วนมีอาจารย์เซี่ยนอวี๋คอยชี้นำทาง

เมื่อก่อน ผมไม่เข้าใจ แถมยังต่อต้านคำล้อเลียนว่าลูกคนรองตลอดกาลมากเสียจนเกือบทำให้ผมมองข้ามความตั้งใจทั้งหมดที่เขามีให้

ขอบคุณครับอาจารย์เซี่ยนอวี๋!”

เฟ่ยหยางพูดจากใจจริง

จากนั้นเขาหันหน้าไปยังกล้อง ก้มตัวโค้งคำนับ

ก็ชัดเจนอยู่ไม่ใช่หรือ!?

ทำไมทั้งเฟ่ยหยางกับนักข่าวถึงตีความกันไปใหญ่โต กลายเป็นว่าเขาตั้งใจปลุกปั้นราชาเฟ่ยโดยเฉพาะ เพื่อช่วยให้เขาแก้ไขจุดอ่อน เสริมจุดอ่อนอะไรแบบนั้น!?

“โค้ชเซี่ยนอวี๋ครับ!”

นักข่าวคนหนึ่งเห็นหลินเยวียนเข้าโดยบังเอิญ

รีบพุ่งเข้ามาถามเสียงตื่นเต้นทันที

“คาดไม่ถึงเลยว่าคุณตั้งใจชี้แนะแนวทางให้ราชาเพลงเฟ่ยมาตลอด! ไม่ทราบว่าคุณมีอะไรอยากจะพูดไหมครับ!?”

“สู้ๆ นะครับ!”

หลินเยวียนไม่รอให้นักข่าวกรูเข้ามารุม เขาทิ้งไว้เพียงสี่คำ ก่อนจะเผ่นไปโดยไม่เหลียวหลังกลับมา

อยู่ไม่ได้แล้ว!

คนพวกนี้จินตนาการกันเก่งเกินไปแล้ว!

ถ้าไม่ไปทำข้อสอบวิชาการอ่านเชิงวิเคราะห์ คงน่าเสียดายแย่!

จนตอนนี้ เขาเองชักจะเริ่มสงสัยแล้วด้วยซ้ำว่า ตนเองอาจตั้งใจปลุกปั้นเฟ่ยหยางด้วยความหวังดีเข้าจริงๆ ก็ได้!

เมื่อผู้สื่อข่าวเห็นแผ่นหลังของเซี่ยนอวี๋ที่รีบหนีไปอย่างรวดเร็ว ก็ยิ่งเข้าใจความหมายในถ้อยคำของเฟ่ยหยางเมื่อครู่ได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ดวงตามีน้ำตาเอ่อท้น

ไม่เคยคิดจะอวดอ้างความดี!

ไม่แม้แต่จะคิดแย่งซีนจากเฟ่ยหยาง!

จิตวิญญาณที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้ จะหาได้จากที่ไหนอีก!

จากแผ่นหลังที่รีบรุดจากไปนั้น ทุกคนกลับมองเห็นภาพของพ่อเพลงคนหนึ่ง ที่คอยชี้ทางให้ราชานักร้องคนหนึ่งอย่างเงียบๆ ที่คอยผลักดันและกระตุ้นด้วยความเข้มงวด และที่สำคัญยังปกป้องดูแลเขาอยู่เสมอด้วยความรัก

จากนี้ไป

เรื่องราวของลูกคนรองตลอดกาลระหว่างเฟ่ยหยางกับเซี่ยนอวี๋ จะต้องกลายเป็นที่เล่าขานในวงการดนตรีฉินโจวแน่นอน!

นักข่าวฉินโจวคนหนึ่ง ยกมือขึ้นถูเบาๆ ที่หางตาอันเปียกชื้น

จากนั้นก็หันกลับไปถามเฟ่ยหยาง ผู้ซึ่งตอนนี้ใบหน้าเปี่ยมด้วยความซาบซึ้งและความเคารพอีกครั้ง

“แล้วคุณมีอะไรอยากจะพูดเกี่ยวกับการแข่งขันในครั้งนี้ไหมครับ?”

เฟ่ยหยางคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบว่า “หลังแข่งจบแล้ว ความคิดเดียวที่ผุดขึ้นมาในใจคือ ถ้าการแข่งอื่นๆ นั้นง่ายเหมือนมหกรรมดนตรีบลูสตาร์ก็คงจะดี”

อุก!

นักข่าวและผู้ชมที่เพิ่งน้ำตาคลอเพราะความซายซึ้งใจเมื่อครู่ พากันหลุดขำออกมาเสียงดัง!

พูดแบบนี้มันใช่เรื่องไหมเนี่ย!!

บนโลกนี้จะมีการแข่งขันไหนยากกว่ามหกรรมดนตรีบลูสตาร์อีกหรือ?

ไม่มีอะไรนอกจาก ในการแข่งอื่นๆ น่ะ คุณอาจจะต้องเผชิญหน้ากับปีศาจแห่งฉินโจวอย่างเซี่ยนอวี๋

แต่ในมหกรรมดนตรีบลูสตาร์ คุณไม่มีทางได้เจอกับหัวหน้าโค้ชลำดับที่หนึ่งของฉินโจวอย่างเซี่ยนอวี๋ก็เท่านั้นเอง!

……………………………………………………..

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน