เข้าสู่ระบบผ่าน

Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน นิยาย บท 1033

ตอนที่ 1033 เด็กหนุ่มในวันวาน (2)

ผู้ชมด้านล่างเวทีตกอยู่ในความเงียบงัน

ความทรงจำย้อนกลับมาเวียนวนในห้วงสำนึกของใครหลายคน

ความฝันในวัยเยาว์ ตอนนี้ยังมีสักกี่คนที่จดจำได้?

บางทีเรื่องราวเหล่านี้อาจผุดขึ้นมาในคืนที่เราทำงานล่วงเวลาจนดึกดื่น ในช่วงที่ลากสังขารอ่อนล้ากลับบ้านใต้แสงจันทร์ ในจังหวะที่เราใช้ความเงียบสงบเยียวยาบาดแผลชีวิต ถึงจะนึกขึ้นได้ว่า เราเคยมีความฝันที่ยิ่งใหญ่แค่ไหนในวันวาน

“ชีวิตดั่งมีดคมไร้ปรานี

หล่อหลอมตัวตนที่เคยมีให้เปลี่ยนไป

ความฝันที่ยังไม่ทันเบ่งบาน

ก็ต้องเหี่ยวเฉาไปเสียแล้วหรือ?”

“ครั้งหนึ่งฉันเคยมีความฝัน…”

ใช่แล้ว

นี่แหละคือความจริงของชีวิต

ตัวตนของเราถูกความเป็นจริงกัดเซาะ ความฝันยังไม่ทันเบ่งบาน กลับต้องเหี่ยวเฉาไปเสียก่อน

เฟ่ยหยางเป็นศิลปินที่เข้าสู่วงการตั้งแต่ยังหนุ่ม ครั้งหนึ่ง เขาก็เคยมีเพื่อนร่วมอุดมการณ์ในสายดนตรี แต่สุดท้าย คนที่ยังยืนหยัดอยู่จนถึงวันนี้ และได้ลิ้มรสของความสำเร็จ กลับมีเพียงเขาเท่านั้น

แล้วคนอื่นๆ ล่ะ ตอนนี้พวกเขาอยู่ที่ไหน

ถ้าหากวันนั้น เขาเป็นฝ่ายล้มลงไปด้วย คนที่มายืนร้องเพลงตรงนี้จะเป็นใคร?

บ้านหลังหนึ่ง

ชายวัยสี่สิบกว่าคนหนึ่งดูการถ่ายทอดสดมหกรรมดนตรีบลูสตาร์แล้วพูดกับภรรยาด้วยความตื่นเต้นว่า “ผมรู้จักเฟ่ยหยางนะ ตอนหนุ่มๆ เคยเล่นดนตรีด้วยกันเลย ตอนนี้เขาร้องเพลงได้ดีจริงๆ !”

พูดไปพูดมา เขาก็เริ่มสะอื้น

ภรรยาเงยหน้ามองไปยังมุมห้อง ที่ซึ่งกีตาร์เก่าตัวหนึ่งวางอยู่ ถูกฝุ่นจับเสียจนกลายเป็นของตกแต่งบ้านไปเสียแล้ว

ร้านขายเครื่องดนตรีแห่งหนึ่ง

ผู้หญิงวัยกลางคนที่มีอายุรุ่นราวคราวเดียวกับเฟ่ยหยาง มองหน้าจอโทรทัศน์ที่ถ่ายทอดการแข่งขัน

ดวงตาเธอค่อยๆ แดงขึ้น

“เมื่อก่อนเขาเคยจีบฉันด้วยล่ะ…”

นั่นคือช่วงเวลาที่พวกเขาทำดนตรีด้วยกันเมื่อหลายปีก่อน

บนรถยนต์หรูคันหนึ่ง

ชายคนหนึ่งนั่งอยู่ในห้องโดยสาร กำลังฟังเสียงถ่ายทอดสดการแข่งขันของบลูสตาร์จากลำโพง เขาถึงกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ ร้องไห้ออกมาเงียบๆ

คนขับรถซึ่งนั่งอยู่ด้านหน้าเหลียวกลับมาด้วยความตกใจ “เจ้านายครับ?”

ชายคนนั้นซึ่งมักจะขึงขังและเด็ดขาดในที่ทำงาน กลับยกมือขึ้นปาดน้ำตา ในเวลานั้นใบหน้าของเขามีเพียงรอยยิ้มเปื้อนน้ำตา “เมื่อก่อน ฉันก็ร้องไม่แพ้เขาหรอก แต่ตอนนี้ไม่ไหวแล้วละ ได้แต่ร้องในคาราโอเกะ ไว้แกล้งเด็กใหม่ในบริษัทแค่นั้นเอง”

บริษัทแห่งหนึ่ง

พนักงานที่มักจะร้องเพลงได้โดดเด่นทุกปีในงานเลี้ยงประจำปี หัวเราะอย่างขมขื่น แล้วพูดว่า “เพลงนี้ฟังแล้วน่าขายหน้าจริงๆ ”

ในอดีต ตอนเล่นดนตรีตามผับ เขาก็เคยถูกผู้ชายคนนี้แย่งงานไปต่อหน้าต่อตา

น่าอิจฉาจริงๆ เลย ก็หวังว่า นายจะยังคงเป็นแรงบันดาลใจให้คนที่ล้มเหลวในการตามฝันอย่างพวกเราได้อิจฉาต่อไปเรื่อยๆ นะ

ความฝันคือสิ่งล้ำค่า

และสิ่งที่ทำให้ความฝันล้ำค่ายิ่งกว่าคือ

ไม่ใช่ทุกคนที่จะได้หัวเราะเป็นคนสุดท้าย

เสียงร้องสุดท้ายของเฟ่ยหยางแทบจะกลายเป็นเสียงกระซิบ

“หากจะมีวันพรุ่งนี้ ขอให้เธอโชคดีนะ..ที่รัก…”

นี่เรียกว่าเพลงสร้างแรงบันดาลใจได้หรือเปล่า?

บางทีแต่ละคนอาจมีคำตอบของตัวเอง

จะให้เรียกว่าเพลงซึ่งใช้ ‘ความฝัน’ เป็นธีมหลักก็อาจไม่ตรงนัก ไม่สู้บอกว่าเป็นบทเพลง ‘รำลึกถึงความฝัน’ เห็นจะเหมาะสมมากกว่า

ดั่งเนื้อเพลงที่ร้องไว้ว่า ‘ฉันเคยมีความฝัน’”

ความฝันที่ล้มเหลว ก็ยังนับเป็นความฝัน

ความฝันที่ไม่เคยลืม ไม่เคยตายจากไป เพียงแค่โรยราลงเท่านั้นเอง

นี่แหละถึงจะเรียกได้ว่าเป็น ‘บทเพลงแห่งความฝัน’ ที่แท้จริงของคนส่วนใหญ่ในโลกใบนี้

นักร้องทั้งสองจากจงโจว นั่งหมดแรงอยู่ข้างเวที

พวกเขาแพ้แล้ว

ในด้านการร้อง พวกเขาแพ้อย่างหมดรูป

‘หมอนี่แต่งเพลงไว้กี่เพลงกันแน่เนี่ย!”

‘เดี๋ยวรอบสุดท้ายของกลุ่มเพลงพ็อป ซุนเย่าหั่วจากฉินโจวจะใช้เพลงของเซี่ยนอวี๋อีกหรือเปล่านะ?’

‘ความเป็นไปได้สูงเลยละ…’

‘ก็เขาเป็นหนึ่งในสมาชิกราชวงศ์ปลานี่นา’

‘น่าหงุดหงิดชะมัด!’

‘เขาไม่มีวันแต่งเพลงหมดหรือไงเนี่ย!? จนถึงตอนนี้ในมหกรรมดนตรีบลูสตาร์ เพลงของเขาถูกใช้มากที่สุดเลยนะ!’

ห้องถ่ายทอดสดของฉินโจว

ลู่เซิ่งเอ่ยขึ้นด้วยอย่างสะท้อนใจ “เพราะว่าทุกคนก็ใช้ธีมเรื่องความฝันเหมือนกัน ดังนั้นรอบนี้เลยเห็นผลแพ้ชนะชัดเจนเป็นพิเศษ”

ถ้าเป็นเพลงคนละแนว คนละสไตล์ เอามาเปรียบเทียบกันอาจจะยังมีจุดให้พูดถกเถียงได้

เพลงที่มีสไตล์และธีมคล้ายกัน เมื่อนำมาเปรียบเทียบกันแล้ว กลับยิ่งเห็นความต่างชัดเจน

ในขณะเดียวกัน

ห้องไลฟ์สดของทวีปฉินโจวก็ระเบิดด้วยความตื่นเต้น!

‘ชนะชัวร์!’

‘พ่อเพลงอวี๋สุดยอดจริงๆ แค่แนวคิดของเพลงก็ชนะขาดแล้ว!’

‘จนถึงตอนนี้ พ่อเพลงอวี๋ยังรักษาสถิติชนะหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์ในรอบชิงไว้ได้!’

‘เพลงนี้ดีมาก เสียงของเฟ่ยหยางสมบูรณ์จริงๆ หลังจากนี้ใครจะกล้าว่าเขาร้องเพลงไม่มีอารมณ์อีกล่ะ!’

‘ฟังแล้วร้องไห้เลย’

‘เนื้อเพลงของพ่อเพลงอวี๋ ซึ้งกินใจตลอดเลย’

‘ชีวิตดั่งมีดคมไร้ปรานี หล่อหลอมตัวตนที่เคยมีให้เปลี่ยนไป พอถึงประโยคนี้ ฉันทนไม่ไหวเลย’

‘ประโยคที่ฉันชอบที่สุดคือประโยคสุดท้าย หากจะมีวันพรุ่งนี้ ขอให้เธอโชคดีนะที่รัก เทียบกับความซาบซึ้งที่จงโจวพยายามส่งมา ฉันว่าอารมณ์แบบนี้ต่างหากที่คนอยากฟัง มันคือคำอวยพรให้กับความฝัน ไม่ใช่แค่สรรเสริญมัน… การยอมแพ้ไม่ใช่เรื่องน่าอาย เพราะวัยเยาว์มันสั้นนัก ถ้าการไล่ล่าความฝันทำให้เราเจ็บปวด ก็แค่เก็บมันไว้ในใจ แล้วรอวันพรุ่งนี้ที่อาจจะมาถึง…’

‘กรรมการให้คะแนนแล้ว!’

‘คะแนนสูงสุดของรอบนี้เป็นของเฟ่ยหยาง แชมป์ แชมป์ แชมป์!’

ใช่แล้ว

ด้วยเพลงเด็กหนุ่มในวันวาน เฟ่ยหยางคว้าคะแนนสูงสุดในรอบนี้ คว้าแชมป์มาอย่างง่ายดาย!

……………………………………………………….

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน