เข้าสู่ระบบผ่าน

Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน นิยาย บท 1033

ตอนที่ 1033 เด็กหนุ่มในวันวาน (1)

ทำไมลู่เซิ่งถึงพูดว่า นี่คือกลยุทธ์ของฝั่งจงโจวน่ะหรือ?

เพราะในการแข่งขันรอบนี้ นักร้องทั้งสองคนจากจงโจว ต่างก็เลือกเพลงแนวให้กำลังใจในธีม ‘มุ่งมั่นในความฝัน’ เหมือนกัน!

ไม่แข่งด้านเทคนิค…

ไม่แข่งเสียงสูง…

ไม่แข่งพลังเสียง…

นักร้องจากจงโจวทั้งสองสู้เฟ่ยหยางไม่ได้

ในเมื่อรู้ว่าแข่งพลังเสียงหรือทักษะแล้วต้องแพ้แน่นอน ทั้งสองจึงเลือกเดินเส้นทางเพลงซึ้งกินใจแทน

นี่แหละคือกลยุทธ์ของพวกเขา!

ต้องเข้าใจก่อนว่า เพลงแนวนี้มักไม่ได้เน้นอวดทักษะร้องเท่าไหร่ แต่มุ่งไปที่อารมณ์ที่ผู้ร้องสามารถถ่ายทอดออกมาได้มากกว่า

กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ

การแข่งขันรอบนี้ จะชี้ขาดกันด้วยความซึ้งกินใจล้วนๆ !

และกลยุทธ์นี้ก็ได้ผลมากเสียด้วย เพราะการแสดงของสองราชาเพลงจากจงโจว สร้างความประทับใจให้กับผู้ชมจำนวนมาก และยังถูกอกถูกใจคณะกรรมการอีกด้วย

ที่ปราดเปรื่องกว่านั้นคือ

พวกเขาไม่ได้แค่หลีกเลี่ยงจุดแข็งของเฟ่ยหยาง แต่ยังดึงบรรยากาศของเวทีให้อยู่ในโหมดซาบซึ้งกินใจได้อยู่หมัด

เพราะเพลงทั้งสองมีแนวทางเดียวกัน จึงนำพาผู้ชมและกรรมการอินไปในทิศทางเดียวกันอย่างต่อเนื่อง

นั่นหมายความว่า หากเพลงที่เฟ่ยหยางจะร้องต่อไปเป็นเพลงที่มีจังหวะร้อนแรงเร้าใจเกินไป ก็จะแปลกแยกและหลุดจากอารมณ์บนเวทีในทันที

สไตล์ของเฟ่ยหยาง สไตล์ของเฟ่ยหยางนั้นเน้นไปที่เทคนิคและพลังการร้องเป็นหลัก มักจะมีลูกเล่นอวดฝีมือ ค่อนข้างยิ่งใหญ่และตื่นตาตื่นใจ

แต่โค้ชจากทุกทวีป ย่อมมองออกอย่างทะลุปรุโปร่งเช่นเดียวกัน

“น่าสนใจแฮะ”

“สองเพลงของจงโจววางแผนมาฉลาดมาก จัดให้สไตล์ใกล้เคียงกัน ดึงให้ทั้งคนดูกับกรรมการอินไปกับบรรยากาศเดียวกันหมด”

“เสริมจุดแข็งของตัวเอง และหลบจุดแข็งของอีกฝ่าย”

“ดูแล้วน่าจะวางแผนกันไว้ล่วงหน้า”

“เพราะถ้าแข่งตรงๆ ยังไงก็สู้เฟ่ยหยางไม่ได้แน่ ทักษะการร้องของเฟ่ยหยางเหนือชั้นมาก ก็เลยต้องหลบไปใช้เพลงแนวซึ้งกินใจ แทนที่จะปะทะในจุดที่เขาเก่งที่สุด”

“นี่เรียกว่าวางกับดักเลยเถอะ”

“ถ้าเพลงของเฟ่ยหยางต่อจากนี้เป็นแนวโชว์เทคนิค ก็จะโดนแนวซึ้งกินใจนี้กลบหมด”

“จริงๆ แล้วจะโดยกลบไหมต้องมีตัวเปรียบเทียบนะ ถ้ามีความสามารถที่เหนือกว่าอย่างแท้จริง กลยุทธ์แบบนี้ก็อาจไม่ได้ผล ต้องมาดูว่าเพลงของเฟ่ยหยางจะสามารถทำลายบรรยากาศซึ้งกินใจที่พวกเขาสร้างไว้ได้ไหม”

แนวเพลงซึ้งกินใจนั้น เป็นกลยุทธ์ที่พบได้บ่อยในเวทีการแข่งขันดนตรี ถ้าเพลงหนึ่งสามารถสะกดใจผู้ฟังได้ ผู้ฟังก็จะเกิดความรู้สึกดีต่อเพลงนั้น จนบางครั้งอาจมองข้ามข้อบกพร่องด้านการร้องไปได้เลย

ยิ่งไปกว่านั้น นักร้องจากจงโจวทั้งสองคน ถึงจะใช้กลยุทธ์แนวซึ้งกินใจ แต่พวกเขาก็ไม่มีข้อผิดพลาดด้านการร้องเลยแม้แต่นิดเดียว

…

ห้องถ่ายทอดสดของฉินโจว

ผู้ชมในไลฟ์ต่างพากันวิตกกังวล

‘เพลงของนักร้องสองคนแรกซึ่งกินใจมากเลยนะ’

‘บรรยากาศในสนามตอนนี้ถูกทั้งสองคนนั้นควบคุมไว้หมดแล้ว เฟ่ยหยางขึ้นเป็นคนสุดท้าย กลายเป็นเสียเปรียบซะงั้น’

‘ใช่เลย’

‘เพลงของเฟ่ยหยางส่วนใหญ่มักจะมีจังหวะเร้าใจแรงๆ แต่ในบรรยากาศแบบนี้ เพลงที่เร้าเกินไปจะกลายเป็นเสียเปรียบโดยธรรมชาติเลยละ’

‘ราชาเพลงเฟ่ยน่าจะไหวล่ะมั้ง?’

‘ก็ต้องลุ้นว่าเขาจะสามารถเปลี่ยนบรรยากาศกลับมาให้เข้ากับเพลงของเขาได้ไหมนั่นแหละ’

‘สองคนนั้นใช้เวลาไปสองเพลงกว่าจะสร้างบรรยากาศซึ้งๆ แบบนี้ได้สำเร็จ ไม่ใช่จะทำลายลงง่ายๆ นะ’

…

ห้องถ่ายทอดสดของจงโจว

ผู้ชมเริ่มรู้สึกตื่นเต้นกันแล้ว

‘ทำไมรู้สึกว่าพวกเรามีหวังชนะขึ้นมาแล้วล่ะ?’

‘เพลงของราชาเพลงทั้งสองคนนี้ซึ้งกินใจมากเลยละ!’

‘คำให้กำลังใจที่ว่าแค่ยึดมั่นในความฝัน วันหนึ่งจะเปล่งประกาย สื่อไปถึงคนดูอย่างชัดเจนเลย!’

‘อินมากเลยอะ’

‘เกือบทำฉันร้องไห้แล้วนะ…’

‘พวกเธอดูกรรมการสิ ดูเหมือนจะซึ้งตามไปด้วยแล้ว’

‘ก็เพราะต้องผ่านความลำบากมาก่อน ถึงจะได้ความสำเร็จแบบวันนี้ได้ ราชาเพลงแต่ละคนเส้นทางกว่าจะมาถึงตรงนี้ไม่ง่ายเลย’

‘ตราบใดที่ยังไม่ยอมแพ้ ความฝันทอประกายได้ด้วยตัวมันเอง!’

…

ถึงตาเฟ่ยหยางขึ้นเวทีแล้ว

เมื่อเขายืนอยู่บนเวทีแห่งนี้

และสัมผัสได้ถึงบรรยากาศของสถานที่ ทันใดนั้นความทรงจำก็หวนกลับไปยังวันวาน เขานึกถึงเซี่ยนอวี๋ นึกถึงรายการ ราชาหน้ากากนักร้อง

จะเล่นแบบซึ้งกินใจ?

อาศัยความรู้สึกมาชนะใจคนดู?

เรื่องพวกนี้ เซี่ยนอวี๋เล่นมาเป็นชาติแล้วเถอะ!

หาเป็นก่อนที่จะเข้าร่วมรายการ ราชาหน้ากากนักร้อง ถ้าเขาเผชิญกับสถานการณ์เช่นนี้ เฟ่ยหยางอาจจะรับมือไม่ไหวจริงๆ

แต่หลังจากผ่านการต่อสู้บนเวทีกับเซี่ยนอวี๋มาแล้ว เมื่อมาเจอกลยุทธ์ของพวกจงโจวในวันนี้ เขากลับรู้สึกว่าลูกไม้ของคู่แข่งยังห่างชั้นเกินไป

แค่นี้ยังอ่อนหัด!

คิดว่าฉันยังเป็นเฟ่ยหยางคนเก่าหรือ?

ฉันจัดการเซี่ยนอวี๋ไม่ได้ แล้วคิดว่าฉันจะจัดการพวกนายไม่ได้หรือไง?

พวกนายคิดว่าบรรยากาศซึ้งๆ แบบนี้ จะเป็นกับดักที่ใช้โจมตีฉันไว้ได้งั้นหรือ?

ฉันกลับต้องขอบคุณพวกนายด้วยซ้ำ ที่ช่วยฉันเตรียมบรรยากาศบนเวทีให้อย่างยอดเยี่ยมขนาดนี้

เมื่อนึกถึงตรงนี้

เฟ่ยหยางพยักหน้าเบาๆ ให้เจ้าหน้าที่

หน้าจอบนเวทีก็แสดงชื่อเพลงขึ้นมา

ชื่อเพลง: เด็กหนุ่มในวันวาน

คำร้อง: เซี่ยนอวี๋

ทำนอง: เซี่ยนอวี๋

ขับร้อง: เฟ่ยหยาง

ออกมาเถอะ เซี่ยนอวี๋!

เสียงกีตาร์อินโทรเริ่มดังขึ้น

…

ฉินโจว

ทันทีที่เห็นชื่อเพลงของเฟ่ยหยางในรอบชิงชนะเลิศ ห้องถ่ายทอดสดก็พลันคึกครื้นขึ้นมา!

‘อ๊า!’

‘เพลงของพ่อเพลงอวี๋อีกแล้วเหรอ!?’

‘รอบชิงของหมวดเพลงพ็อป ทำไมทุกเพลงถึงแต่งโดยพ่อเพลงอวี๋หมดเลยล่ะ!?’

‘ตอนเจียงขุยก็เพลงของพ่อเพลงอวี๋ ซูอวี๋ก็ใช่ แล้วนี่ราชาเพลงเฟ่ยก็ด้วย!’

‘พี่น้องเอ๊ย แบบนี้คือชนะชัวร์แล้ว!’

เพราะผู้เข้าแข่งขันทั้งสามคน ต่างก็เลือกเพลงที่มีธีมเกี่ยวกับความฝันโดยไม่ได้นัดหมายกันมาก่อน ราวกับได้ตกลงกันไว้ล่วงหน้าอย่างไรอย่างนั้น!

และในขณะที่ผู้ชมยังเต็มไปด้วยความประหลาดใจ

เฟ่ยหยางก็เน้นเสียงหนักๆ ออกมาสองคำ

“วัยเยาว์…”

สองคำนี้รางกับฟาดลงมากลางศีรษะของผู้ชม!

จากนั้นเพียงช่วงเวลาสั้นๆ ท่อนคอรัสก็ระเบิดขึ้น ตกกระทบลงกลางหัวใจของทุกคน

“ดั่งสายน้ำเชี่ยวกรากหลั่งไหล

พัดพาไปไม่อาจย้อน ไม่ทันเอ่ยคำลา

ทิ้งไว้เพียงฉันที่ชินชา ไร้เลือดเนื้อหรือไฟฝันในวันวาน

มองดูกลีบดอกไม้โปรยปรายทั่วฟ้า

แย้มบานงามตาชั่วขณะก่อนโรยรา

ใครเล่าจะจดจำว่าเธอเคยผลิบานบนโลกใบนี้”

…

ความฝันจะเป็นจริงได้เสมอหรือ?

เส้นทางแห่งการตามความฝัน แค่พยายามแล้วจะพาไปถึงปลายทางเสมอหรือเปล่า?

ต่างจากนักร้องของจงโจวสองคนก่อน ที่เล่าความสำเร็จจากการตามฝัน เฟ่ยหยางกลับถ่ายทอดความรู้สึกจนใจของคนส่วนใหญ่ที่ไม่อาจไปถึงฝันนั้นได้

ความจนใจจากการไปไม่ถึงฝัน

คนธรรมดาคือเสียงส่วนใหญ่ของโลกใบนี้!

มีสักกี่คนที่สามารถทำความฝันให้เป็นจริงได้?

คนส่วนมากล้มลงกลางทางในระหว่างวิ่งไล่ตามความฝัน

อารมณ์ความรู้สึกที่กลายเป็นความเฉยชา เลือดร้อนที่เคยลุกโชนกลับเย็นชืด ราวกับดอกไม้ที่ร่วงโรยในช่วงเวลาที่งดงามที่สุด จนไม่มีใครจดจำได้อีกต่อไป

“เพียงชั่วพริบตาเวลาผ่านไปหลายปี ทั้งพบพาลาจาก

เด็กหนุ่มที่เคยฝันไกลสุดขอบฟ้า

อิจฉาวิหคป่าโฉบโบยบิน

แต่ละคนต่างเส้นทางค่อยๆ กันห่างไป

อนาคตเคยธรรมดาเสียที่ไหน

ใครเล่าจะให้คำตอบฉันได้”

นักร้องสองคนจากจงโจวถ่ายทอดความปลาบปลื้มจากความสำเร็จ

แต่เพลงของเฟ่ยหยาง กลับเหมือนเป็นบทเพลงที่เขียนขึ้นเพื่อผู้คนที่ล้มลงกลางทางระหว่างไล่ตามความฝันเหล่านั้นต่างหาก

“แล้วคนที่เคยอยู่เคียงข้างฉัน ตอนนี้เธออยู่ที่ไหน”

“คนที่ฉันเคยรัก ตอนนี้เธอเป็นอย่างไร”

เนื้อเพลงช่วงต้นยังฟังดูอ้อมค้อม แต่เมื่อมาถึงช่วงนี้ ประหนึ่งเป็นเสียงสะท้อนจากขั้วลึกของวิญญาณ

เฟ่ยหยางไม่ใช้เทคนิคหวือหวาใดๆ ในเสียงร้องมีเพียงความจริงใจและความจนใจ รวมถึงคำถามที่ติดค้างอยู่ในหัวใจของทุกคน

“ความปรารถนาในวันวานเป็นจริงได้ไหม?

หากมันกลายเป็นเพียงบทสวดอาลัย

จะปล่อยให้กาลเวลาพัดผ่านความฝันไป ไม่มีวันเจอตัวฉันที่คนนั้นอีก

แหงนหน้ามองดวงดาวพร่างพรายทั่วฟ้า

ดวงดาวที่เคยอยู่เคียงข้างฉันในวันนั้น

เธอยังจำเรื่องราวของที่แห่งนี้ได้ไหม…

……………………………………………….

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน