ตอนที่ 1052-5 หยกเขาคุนซานและเสียงขับขานจากหงส์ฟ้า (2)
แน่นอนว่าเพลงนี้ชวนให้สะเทือนใจ!
เพราะนี่คือเสียงสูงระดับ D6 ในตำนาน!
ระดับเสียงสูงขนาดนี้เรียกได้ว่าเว่อเกินกว่าเพลงที่ชาวแดนมังกรคุ้นเคยเป็นอย่างดีอย่างเพลง ‘ที่ราบสูงชิงไห่ทิเบต’ เสียอีก!
แต่ที่สำคัญที่สุดคือ
เว่ยห่าวอวิ้นไม่ได้ใช้เสียงหลบหรือเสียงหวีดเลยแม้แต่น้อย!
โดยปกติ
คนที่ร้องเสียงระดับนี้ได้ ก็มีแค่พวกนักร้องโอเปราสายเบลคานโตเท่านั้น
แต่เว่ยห่าวอวิ้นกลับใช้เทคนิคการร้องแบบพื้นบ้านขนานแท้!
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าเสียงสูงนี้ถูกลากยาวได้นาน ไม่ใช่เพียงการลองแตะเสียงสูงแบบผิวเผินทั่วไป
การที่ใครสักคนจะร้องเสียงจริงในระดับสูงขนาดนี้ได้ แถมยังควบคุมให้มั่นคงไม่สั่นไหว เสียงไม่บาง ไม่ขาดห้วงแต่กลับใสกระจ่างน่าฟังถึงขีดสุด เพียงแค่นี้ก็เพียงพอที่จะบอกได้แล้วว่าระดับฝีมือของนักร้องคนนี้น่ากลัวถึงขนาดไหน!
หากพูดถึงเรื่องเทคนิค นี่คือระดับที่เรียกได้ว่าชำนาญถึงขั้นสุดยอด!
เมื่อเสียงจริงในระดับสูงพุ่งถึงจุดสูงสุด พลังที่เสียงหลบไม่มีวันเทียบได้นั้นก็ระเบิดออกมาอย่างเต็มที่
อารมณ์ที่แฝงอยู่ในบทเพลง ได้กระตุ้นจินตนาการของผู้คนให้ขยายออกไปอย่างไร้ขอบเขต
หากพูดถึงการถ่ายทอดความรู้สึก เสียงขับร้องในท่อนนี้ก็อัดแน่นไปด้วยอารมณ์ แถมยังเป็นธรรมชาติไม่ฝืน จนผู้ชมรู้สึกเหมือนจิตใจถูกพาโบยบินออกไปไกลแสนไกล…
ล่องลอย
ใสบริสุทธิ์
เริ่มจากเสียงกระซิบแผ่วเบา ค่อยๆ พัฒนาไปจนถึงเสียงที่สะเทือนอารมณ์
อารมณ์ของผู้ชมทุกคนในสนามต่างถูกเสียงสูงของเว่ยห่าวอวิ้นลากขึ้นลงซ้ำแล้วซ้ำเล่า ราวกับล่องลอยไปท่ามกลางขุนเขาและที่ราบกว้างใหญ่
บางคนรู้สึกราวกับสายลมแผ่วเบากำลังลูบไล้ใบหน้า
บางคนแววตาสั่นเครือและน้ำตาคลอ
นี่ไม่ใช่เพียงแค่ธารเล็กไหลรินอีกต่อไปแล้ว แต่มันคือแสงดาวที่โปรยปรายลงมาจากกาแล็กซี สาดส่องทั่วท้องฟ้ายามราตรี!
…
สิ่งที่ผู้ชมไม่รู้เลยก็คือ ตอนที่เว่ยห่าวอวิ้นเพิ่งได้รับเพลงนี้มา เธอเคยพยายามซ้อมร้องกับเสียงเปียโนประกอบซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่กลับไม่สามารถหาแนวเสียงที่ถูกต้องเจอ และเคยรู้สึกหลงทางอยู่พักหนึ่ง
กระบวนการนั้นทำให้จิตใจเว่ยห่าวอวิ้นแตกสลายซ้ำแล้วซ้ำเล่า
เพราะเพลงนี้มันยากเกินไป เส้นเสียงของเธอในช่วงแรกยังรับไม่ไหว ไม่สามารถเปล่งเสียงสูงขนาดนั้นได้ต่อเนื่องเป็นเวลานาน
เว้นแต่ว่าจะใช้เสียงหลบ
แต่สายน้ำน้อยไหลรินเป็นเพลงที่จำเป็นต้อง ร้องด้วยเฮดวอยซ์ และห้ามใช้เสียงหลบเด็ดขาด!
เว่ยห่าวอวิ้นจึงตะบี้ตะบันฝึกซ้อมซ้ำแล้วซ้ำเล่า
เพียงแค่ท่อนขับร้องช่วงกลางเพลง ถ้าเส้นเสียงล้าแม้เพียงนิดเดียว เสียงสูงก็จะแตกทันที!
ทว่าในตอนนี้
เมื่อได้ยินเสียงร้องของเว่ยห่าวอวิ้น
มุมปากของหลินเยวียนก็ค่อยๆ ยกยิ้มขึ้น
สำเร็จแล้ว
เว่ยห่าวอวิ้นสามารถกลับคืนสู่ฟอร์มที่ดีที่สุดของเธอได้ และร้องออกมาได้ดีกว่าการซ้อมครั้งไหนๆ ทั้งหมด
เป็นอิสระ
เป็นตัวของตัวเอง
เธอขัดเกลาบทเพลงนี้อย่างพิถีพิถัน
ขับน้ำเสียงของตัวเองไปจนถึงขีดสุด
ถ่ายทอดอารมณ์ออกมา จนกลายเป็นภาพวาดน้ำหมึกล้ำค่า ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยชีวิต
เว่ยห่าวอวิ้นล่องลอยอยู่ในเสียงดนตรี ธารสายน้อยยังคงไหลริน ค่อยๆ ไหลซึมเข้าสู่หัวใจของผู้ชมทุกคน
บนเวที
เมื่อการขับร้องดำเนินต่อไป
เสียงดนตรีประกอบก็ค่อยๆ จางหายไป
ช่องว่างของจังหวะ
ในท่ามกลางเสียงดนตรีที่ค่อยๆ เลือนหาย
อากาศเงียบสงัดราวกับหยุดนิ่ง
เสียงร้องปราศจากดนตรีตัดผ่านความเงียบนั้น ราวกับพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า
“พี่ได้ยินไหมเสียงของน้อง…
ที่กำลังเรียกพี่ชาย…”
สายตาของเว่ยห่าวอวิ้นในตอนนี้ เต็มไปด้วยความเคลิบเคลิ้ม
อย่างที่สัญญาไว้ จะไม่ให้ขาดแม้แต่คนเดียว
เว่ยห่าวอวิ้นแห่งราชวงศ์ปลา ได้ทำหน้าที่ของเธอสำเร็จ
…
ในสนามแข่งขัน
ท่ามกลางความเงียบที่เพิ่งแตกสลาย
เสียงปรบมือจากผู้ชมระเบิดขึ้นราวกับฟ้าถล่ม!
แม้ว่าเพลงนี้จะไม่ใช่เพลงสายเร้าใจหรือสายพลัง แต่ผู้ชมกลับลุกขึ้นยืนทั้งสนาม พร้อมเสียงกรีดร้องดังกระหึ่มไปทั่ว!
“เหนือชั้น!”
“เพลงนี้ทำลายภาพจำของฉันที่มีต่อเพลงพื้นบ้านไปหมดเลย!”
“แบบนี้แหละถึงจะเรียกว่าเพลงพื้นบ้านของจริง!”
“พี่ห่าวอวิ้นทำไมถึงเก่งขนาดนี้!”
“ใครหน้าไหนบอกว่าเว่ยห่าวอวิ้นไม่มีฝีมือ ต่อให้เป็นเจียงขุยมาร้องเพลงนี้ ก็ไม่กล้าพูดว่าเอาชนะเธอได้แน่นอน!”
“ทั้งโลกนี้ดูถูกพี่ห่าวอวิ้นกันหมดเลย!”
“เพลงนี้ดีจริงๆ ใครได้ฟังต้องรู้สึกหัวใจสั่นไหวแน่นอน!”
“ฉันขอโทษสำหรับคำพูดแย่ๆ ที่เคยพูดถึงเว่ยห่าวอวิ้นมาก่อน เป็นเพราะฉันไม่รู้จริงๆ ตอนนี้ฉันถูกพี่ห่าวอวิ้นพิชิตใจไปเรียบร้อยแล้ว!”
…
ห้องถ่ายทอดสดของแต่ละทวีป
ผู้ชมขนลุกซู่ไปทั้งตัว!
‘นี่มันเว่ยห่าวอวิ้นคนเดิมที่ฉันรู้จักจริงเหรอ!?’
ไม่มีทางเอาชนะนักร้องกลุ่มนี้ได้เลย!
เว้นเสียแต่ว่าจะถีบเซี่ยนอวี๋ออกจากราชวงศ์ปลาเท่านั้น!
เซี่ยนอวี๋เปรียบเสมือนเสาหลักที่ปักไว้กลางทะเลของราชวงศ์ปลา
ตราบใดที่เขายังอยู่ ราชวงศ์ปลาก็จะไร้เทียมทาน!
ทุกคนในทีมล้วนมีฝีมือร้ายกาจ!
…
ขณะที่คอมเมนต์ยังหลั่งไหลอยู่ตรงหน้า เหล่าผู้บรรยายจากห้องถ่ายทอดสดต่างๆ ก็ค่อยๆ ได้สติกลับคืนมา
พวกเขาถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่
จากนั้นผู้บรรยายจากแต่ละทวีปก็เริ่มพูดขึ้นทีละคน
“ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด ต่อจากนี้ราชวงศ์ปลาก็จะครองแชมป์กันทั้งกลุ่มแล้ว บลูสตาร์ไม่เคยมีนักร้องกลุ่มไหนขึ้นไปถึงระดับนี้มาก่อนเลย ถ้าจะถือว่าราชวงศ์ปลาเป็นทีมเดียวกันละก็”
“นี่ไม่ใช่เรื่องล้อเล่นนะ”
“ราชวงศ์ปลาทุกคนคือระดับแชมป์!”
“จู่ๆ ฉันก็นึกขึ้นได้ว่า ตอนช่วงเก็บตัว เซี่ยนอวี๋เคยพูดไว้ประโยคนึง…”
“เขาบอกว่า…”
“ในทีมเรา สิ่งที่มีอยู่เต็มไปหมดก็คือราชาและราชินีเพลง”
“บางทีตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป คำพูดประโยคนั้น อาจมีความหมายที่ลึกซึ้งยิ่งกว่าที่ใครจะจินตนาการได้”
“ถ้าให้เซี่ยนอวี๋พูดอีกที…”
“เขาอาจพูดว่า
“ในกลุ่มเรา สิ่งที่มีอยู่เต็มไปหมดก็คือแชมป์!”
“เดี๋ยวก่อนๆ ยังไม่ทันได้ฟังผู้เข้าแข่งขันจากจงโจวร้องเลยนะ พูดแบบนี้ จะเร็วเกินไปหรือเปล่า?”
เอาเถอะ
อาจจะเร็วไปจริงๆ
เพราะผู้เข้าแข่งขันจากจงโจวยังไม่ได้ขึ้นร้องเลย
แต่แล้ว ผู้เข้าแข่งขันจากจงโจวทั้งสองคนที่ขึ้นตามมาก็ไม่สามารถสร้างปาฏิหาริย์ได้เลย
แม้จะเป็นการต่อสู้สองรุมหนึ่ง แต่พวกเขากลับไม่มีความได้เปรียบแม้แต่น้อย สุดท้ายก็ได้เพียงเหรียญเงินหนึ่งคน และเหรียญทองแดงอีกหนึ่งคน
เพราะว่า เว่ยห่าวอวิ้นได้คะแนนสูงถึง 98.7 คะแนน!
เพลงพื้นบ้านระดับสูง!
การขับร้องระดับสูง!
ทุกองค์ประกอบล้วนเป็นระดับสูงสุดทั้งสิ้น!
เว่ยห่าวอวิ้นลบล้างความพ่ายแพ้จากการแข่งขันโอเปร่าไปจนหมดสิ้น บดขยี้คู่แข่งจากจงโจวทั้งสองคนอย่างไม่ไว้หน้า และคว้าเหรียญทองเหรียญที่หกให้กับราชวงศ์ปลาได้สำเร็จ!
ในที่สุด ภาพแห่งแชมป์ของราชวงศ์ปลาก็ได้รับการเติมเต็มจนสมบูรณ์!
“ขอยืมคำพูดของลุงหยางสักหน่อยแล้วกัน”
เมื่อมองไปรอบๆ เห็นสายตาทุกคู่ที่จับจ้องมายังตน หลินเยวียนก็ยิ้มออกมาเล็กน้อย และในรอยยิ้มนั้น เหล่าศัตรูทั้งมวล ก็มลายหายไปไม่เหลือซาก!
…………………………………………………………

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอน 837-839 ไม่มีข้อความเลยครับ...