ตอนที่ 1063 อัสนีกึกก้องบนท้องทุ่งกว้าง
พิธีปิดมหกรรมดนตรีบลูสตาร์ ดำเนินไปนานถึงสองชั่วโมงครึ่ง
ในช่วงชั่วโมงแรกเป็นการแสดงเปิดที่จัดโดยเจ้าภาพเว่ยโจว
ส่วนชั่วโมงที่สอง
แต่ละทวีปต้องส่งตัวแทนขึ้นเวทีเพื่อแสดงขอบคุณครั้งสุดท้ายโดยมีเวลาประมาณสิบนาทีต่อทวีป
นี่คือหนึ่งในช่วงเวลาที่คำนึงถึงความรู้สึกของผู้คนมากที่สุดในงานนี้
เนื่องจากในแต่ละรอบของการแข่งขันนั้นมีจำนวนจำกัด
จึงน่าเสียดายที่หลายผลงานจากแต่ละทวีปไม่ได้รับโอกาสในการขึ้นแสดง
แต่ละทวีปสามารถใช้โอกาสพิเศษในช่วงพิธีปิดนี้ นำผลงานที่ทุกคนรู้สึกเสียดายที่สุดกลับมาแสดงได้
ทวีปจงโจวขึ้นแสดงก่อน
ตัวแทนคือซูเจวียน
ในการแข่งขันหมวดเพลงร็อก ซูเจวียนมีบทเพลงที่ทรงพลังซึ่งตระเตรียมไว้สำหรับรอบชิงชนะเลิศอยู่ในมือแต่เพราะข้อผิดพลาดในการแสดงรอบที่สองเธอจึงตกรอบและไม่มีโอกาสได้นำบทเพลงนั้นขึ้นเวที หากวันนั้นเธอได้ร้องเพลงนี้จริงๆก็มีความเป็นไปได้สูงมากที่เธอจะโค่นจ้าวอิ๋งเก้อ และคว้าแชมป์มาได้
และด้วยโอกาสนี้
เธอจึงได้ขับร้องบทเพลงนั้นออกมาในที่สุด “ฉันรู้สึกขอบคุณเหลือเกินที่ได้รับโอกาสนี้ ยังได้ขึ้นเวทีมหกรรมดนตรีบลูสตาร์อีกครั้งเดิมทีเพลงนี้ ฉันตั้งใจจะใช้ในรอบชิงของหมวดเพลงร็อกน่าเสียดายที่ฉันพลาดตกรอบสองจึงขอใช้โอกาสนี้ มอบบทเพลงนี้ให้กับทุกคนค่ะ”
พูดจบ
การแสดงก็เริ่มต้นขึ้น
ขณะเดียวกัน ในโลกออนไลน์
ผู้ชมจากหลากหลายทวีปที่ยังรับชมพิธีปิดผ่านการถ่ายทอดสดทันทีที่เห็นซูเจวียนขึ้นเวที ก็ต่างรู้สึกตื่นเต้นกันถ้วนหน้า!
‘การแสดงขอบคุณเหรอ?’
‘เพลงนี้เพราะมากเลย!’
‘ซูเจวียนน่าเสียดายจริงๆ ตอนแรกก็โดนเจียงขุยเล่นงานจนตั้งตัวไม่ติดหลังจากนั้นพอไปแข่งสายร็อก ก็ยังพลาดอีกเลยไม่มีโอกาสได้เข้ารอบชิงเลยสักรอบ แต่ถ้าดูจากฝีมือเธอจริงๆ อย่างน้อยก็ควรได้สักแชมป์แน่นอน’
‘เพลงนี้ถ้าได้ใช้ในรอบแข่งจริงๆ ล่ะก็ มีสิทธิ์คว้าแชมป์แน่นอน!’
‘แต่นี่แหละคือการแข่งขันคุณไม่สามารถโทษโชคได้เพียงเพราะตัวเองฟอร์มตกแล้วคู่แข่งฟอร์มดีความสามารถในการควบคุมสภาพจิตใจ ก็เป็นส่วนหนึ่งของความแข็งแกร่งเช่นกันเราก็ได้แต่หวังว่าราชินีเพลงจากจงโจวคนนี้ จะคืนฟอร์มกลับมาได้ในเร็ววัน’
‘แต่ตอนนี้ซูเจวียนก็ดูดีขึ้นแล้วนะ!’
‘หรือว่าโรคกลัวปลาของเธอจะหายแล้ว?’
เมื่อบทเพลงจบลง ซูเจวียนโค้งตัวลงเบื้องหน้าเวที แววตาของเธอระคนไปด้วยอารมณ์ที่ลึกซึ้ง พลางเอ่ยว่า “ฉันยอมรับค่ะ ว่าตอนต้องเผชิญหน้ากับสมาชิกของราชวงศ์ปลา ฉันเสียสมาธิไปแต่ฉันจะไม่ล้มลงเพียงเพราะเรื่องนั้น จงโจวกำลังจะเข้าร่วมการรวมทวีปและฉันหวังว่า จะได้ดวลกับคนจากราชวงศ์ปลาอีกครั้งในอนาคต!”
เธอพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
ในช่วงการแข่งขันของมหกรรมดนตรีบลูสตาร์ ผู้เข้าแข่งไม่มีโอกาสพูดอะไรบนเวทียกเว้นตอนให้สัมภาษณ์เท่านั้น ทว่าก่อนหน้านี้ ในทุกครั้งที่ถูกสัมภาษณ์ซูเจวียนกลับมีท่าทีเงียบขรึม พูดน้อยจนแทบจะเงียบอยู่ตลอดเวลา ตอนนี้เธอได้เอ่ยปากออกมาแล้ว ดูเหมือนว่าจะก้าวออกมาจากเงามืดได้ในที่สุด
ขณะนั้นเอง
ถึงคิวการแสดงของฉินโจวแล้วระหว่างที่ชาวเน็ตกำลังเดากันว่า ใครจะเป็นตัวแทนขึ้นแสดงปิดงานให้ฉินโจวในมหกรรมดนตรีบลูสตาร์ จู่ ๆ ก็มีร่างหนึ่งที่คุ้นเคยอย่างยิ่ง ปรากฏตัวขึ้นบนเวที!
ทันใดนั้น
ทั้งเวทีก็ระเบิดเสียงโห่ร้อง!
ห้องไลฟ์สดก็ลุกเป็นไฟ!
แม้แต่เหล่าพ่อเพลงจากทุกทวีปต่างก็พากันตกตะลึง!
เซี่ยนอวี๋!
แขกรับเชิญที่ขึ้นแสดงในพิธีปิดของฝั่งฉินโจวกลับไม่ใช่ผู้เข้าแข่งขันคนใด หากแต่เป็นเป็นเซี่ยนอวี๋ ผู้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าโค้ชลำดับที่หนึ่ง!
ทว่าพอลองคิดดูแล้ว ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก
ทั้งที่มีความสามารถล้นเหลือ แต่กลับต้องนั่งอยู่ข้างสนามในฐานะโค้ช
มหกรรมดนตรีบลูสตาร์ติดหนี้แชมป์กับเซี่ยนอวี๋ แถมอาจจะไม่ใช่แค่แชมป์เดียวด้วยซ้ำ!
ให้เซี่ยนอวี๋ขึ้นแสดงในพิธีปิด ถือเป็นการตัดสินใจที่ดีที่สุดของฉินโจวอย่างไม่ต้องสงสัย!
ท่ามกลางเสียงกู่ร้องเหล่านั้น หลินเยวียนเผยรอยยิ้มอย่างจนใจออกมา เดิมทีเขาอยากมอบโอกาสนี้ให้กับผู้เข้าแข่งขัน แต่ไม่ว่าจะเป็นทีมโค้ชหรือเหล่าผู้เข้าแข่งขันต่างก็ลงความเห็นเป็นเสียงเดียวกันว่า ‘ให้เซี่ยนอวี๋ขึ้นเวที’ สุดท้ายหลินเยวียนจึงต้องยอมตกลง และแน่นอนว่าเขาเองก็เข้าใจถึงความรู้สึกของทุกคนดี
“สวัสดีครับทุกคน”
“ผมคือเซี่ยนอวี๋”
หลินเยวียนไม่รู้จะพูดอะไรดีอยู่ชั่วขณะ เขาจึงตัดสินใจเริ่มต้นด้วยการแนะนำตัวเสียเลย ซึ่งก็ทำให้ห้องถ่ายทอดสดจากทั่วทุกทวีปส่งเสียงหัวเราะลั่นออกมาทันที!
‘ฮ่าๆ !’
‘ถึงกับต่องแนะนำตัวเลยเหรอ’
‘ฟังท่านพูดเพียงคำเดียว ได้ความรู้ยิ่งกว่าอ่านตำรานับสิบปี!’
‘ในโลกนี้ถ้ายังมีใครไม่รู้จักเซี่ยนอวี๋ แสดงว่าเพิ่งออกจากถ้ำมา!’
‘รอจนใจจะขาดแล้ว!’
‘นึกไม่ถึงเลยว่าจะเป็นพ่อเพลงอวี๋ที่ขึ้นเวที!’
‘เพราะโค้ชไม่สามารถเข้าร่วมแข่งขันในฐานะผู้เข้าแข่งขันได้ ทั้งที่มีฝีมือเต็มเปี่ยมแต่กลับไม่มีโอกาสได้โชว์บนเวที ดังนั้นโอกาสสุดท้ายนี้ไม่ว่าจะด้วยเอารมณ์หรือเหตุผล ก็ควรมอบให้พ่อเพลงอวี๋ขึ้นเวทีจริงๆ !’
‘เริ่มเลยย!’
‘ลาสต์บอส!’
‘ชายผู้ทำให้เหล่าผู้เข้าแข่งขันสิ้นหวัง และทำให้ทีมโค้ชทั้งหลายหมดอาลัยตายอยาก เวทีนี้เป็นของคุณแล้ว!’
‘เซี่ยนอวี๋!’
‘เซี่ยนอวี๋!’
เสียงผู้ชมตะโกนเรียกชื่อเขาดังกึกก้อง!
หลินเยวียนเอ่ยขึ้นว่า “ต่อไป เชิญรับชมบทเพลงราตรีบรรเลงครับ”
ทั้งเวทีระเบิดเสียงหัวเราะขึ้นอีกครั้ง ขณะที่พ่อเพลงจากทุกทวีปก็กลั้นขำไว้ไม่อยู่
ให้ตายสิ
ราตรีบรรเลงอีกแล้ว!
ไม่รู้เหรอว่าคนบางคนแค่ได้ยินคำว่าราตรีบรรเลงก็รู้สึกขนลุกขนพองกันหมดแล้ว?
กล้องถ่ายทอดสดยังแอบเล่นตลกด้วยการแพนไปยังที่นั่งโค้ชของฝั่งจงโจว พ่อเพลงจากจงโจวพากันหัวเราะแห้งๆ มีเพียงอบิเกลที่คลี่ยิ้มบาง ราวกับปลดเปลื้องจากความผิดหวังของการแพ้เซี่ยนอวี๋ไปได้แล้ว เผยให้เห็นถึงท่าทีที่สง่างามและความใจกว้างของพ่อเพลงระดับสูง
…
กลางเวที
หลินเยวียนนั่งอยู่หน้าเปียโน
เขายกมือขึ้น แล้วเริ่มบรรเลง
เพลงราตรีบรรเลงในชุดนี้มีทั้งหมด 21 เพลง
ในบลูสตาร์เคยเผยแพร่ออกมาแล้ว 18 เพลง ยังเหลืออีกสามเพลงที่ยังไม่เคยเปิดตัว และครั้งนี้ หลินเยวียนก็กำลังบรรเลงหนึ่งในสามเพลงนั้น
ยังคงไพเราะเช่นเคย
เพลงราตรีบรรเลงชุดนี้ ล้วนมีคุณภาพโดดเด่น
ไม่เช่นนั้นก็คงไม่สามารถสร้างความตะลึงไปทั่วทุกแข่งหนในมหกรรมดนตรีบลูสตาร์ได้
แต่เมื่อหลินเยวียนเริ่มบรรเลง จู่ๆ ผู้ชมกลับรู้สึกได้ถึงบางอย่างที่เปลี่ยนไป
คล้ายกลับว่าเพลงราตรีบรรเลงที่เซี่ยนอวี๋เล่นนั้น ดีกว่าที่ผู้เข้าแข่งขันคนอื่นเล่นเสียอีก?
ไม่มีใครรู้แน่ชัดว่านั่นเป็นเพราะเจ้าตัวเป็นผู้บรรเลงเอง หรือเพราะมีเหตุผลอื่นซ่อนอยู่
ทว่าสิ่งที่เห็นได้ชัดคือ สีหน้าของบรรดาพ่อเพลงจากทุกทวีปเริ่มเปลี่ยนไปถนัดตา
รอยยิ้มพลันมลายหาย เหลือเพียงความตกตะลึงและงงงันเต็มใบหน้า!
ในเวลาเดียวกันนั้นเอง
ผู้เข้าแข่งขันเปียโนชายหญิงจากทุกทวีปก็ลุกพรวดขึ้นจากที่นั่ง!
“นี่มัน!”
“เป็นไปได้ยังไง!”
“ฉันฟังไม่ผิดใช่ไหม?”
“ไม่แพ้กวงหลินเลย!”
“ไม่แพ้คริสด้วย!”
“ระดับปรมาจารย์…”
“ทักษะการเล่นเปียโนของเซี่ยนอวี๋อยู่ในระดับปรมาจารย์เชียวหรือ!?”
“บ้าน่ะ!”
“เก่งกว่าฉันอีก!”
“ฉันนึกว่าเซี่ยนอวี๋แค่เสียงร้องอยู่ในระดับเทพ แต่ไม่คิดเลยว่าฝีมือดเปียโนของเขาก็อยู่ระดับเทพเหมือนกัน ถ้าเซี่ยนอวี๋เข้าร่วมแข่งขันละก็ แชมป์รายการเปียโนต้องตกเป็นของเขาแน่ๆ!”
ไม่ว่าใครจะเป็นที่หนึ่ง ขอแค่ไม่รู้สึกละอายใจก็เพียงพอ
เราสามารถล้มลงได้
แต่อย่าถอยหนีเด็ดขาด
พวกเรายืนอยู่บนเส้นเริ่มต้นเดียวกัน
ต่างคนต่างวิ่งตามว่าวแห่งความฝันที่ลอยลิ่วอยู่ในสายลม
ท่ามกลางเสียงเพลงนั้นเอง
ความซาบซึ้งที่ไม่อาจเอ่ยเป็นคำพูดก็เอ่อล้นขึ้นในใจของผู้ชมทุกคน
ไม่มีใครพูดอะไรออกมา
ผู้คนเพียงเงียบ สดับเสียงเพลงอย่างตั้งใจ
บนเวทีหลินเยวียนค่อยๆ เปล่งเสียงสูงขึ้น
ราวกับกำลังเปล่งถ้อยคำเหล่านี้ออกสู่โลกทั้งใบ
“ความฝันมาพร้อมกับหยาดเหงื่อและน้ำตา
เธอกับฉันอยู่ในโลกใบเดียวกัน และความรักก็พาเราฝ่า
ความฝันและความหวังลอยล่องบนนภา ฉันจะวิ่งตามไปข้างหน้า
เมื่อมีเป้าหมายให้ไขว่คว้า จะก้าวต่อไปไม่เคยอ่อนล้า
…”
ความฝันนั้นย่อมต้องมาพร้อมกับหยาดเหงื่อและน้ำตาเป็นเรื่องธรรมดา
พวกเราอาศัยอยู่บนบลูสตาร์ผืนนี้ การผนวกรวมก็ไม่อาจหยุดยั้งได้
แพ้แล้วจะเป็นไรไป?
รอให้ฉันก้าวข้ามมันไปก็แล้วกัน!
หลินเยวียนอาจไม่ถนัดในการพูดนัก แต่เขาใช้เสียงเพลงร้องแทนความรู้สึกจากใจ
“ปล่อยวางทุกสิ่งไว้เบื้องหลังพันขุนเขาหมื่นสายธาร…”
เพลงนี้มีชื่อว่า ‘พันขุนเขาหมื่นสายธาร’
เมื่อบทเพลงจบลงบนเวทีหลินเยวียนก็ก้มคำนับลงต่ำ และมอบเวทีให้กับทวีปถัดไปอย่างสง่างาม
“เซี่ยนอวี๋!”
ผู้คนมากมายตะโกนเรียกชื่อเขาดังกึกก้องจากด้านล่างเวที
บางคนถึงกับกลั้นน้ำตาไม่อยู่
แม้แต่พ่อเพลงจากทุกทวีปก็ยังรู้สึกสะเทือนใจ
บทเพลงนี้ของเซี่ยนอวี๋ ราวกับยกระดับมหกรรมดนตรีบลูสตาร์ให้สูงขึ้นอีกขั้น!
เมื่อมีคู่แข่งเช่นนี้ แต่ละทวีปก็ไม่รู้เลยว่าควรรู้สึกว่าเป็นโชคดีหรือ โชคร้ายกันแน่ แต่การได้เผชิญหน้ากับคู่แข่งเช่นนี้ ไม่ว่าจะชนะหรือแพ้ ก็ถือว่าคุ้มค่าแล้ว เพราะอย่างน้อยที่สุด พวกเราต่างก็เคยทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างลงไปแล้ว
การแข่งขันระหว่างทวีปต่างๆ จะยังคงดำเนินต่อไป
การแข่งขันไม่มีวันสิ้นสุด
แต่อย่างน้อย ตราบใดที่พวกเรายังอยู่ใต้ผืนฟ้าเดียวกัน เมื่อเวลาผ่านไปในหน้าประวัติศาสตร์ พวกเราก็ย่อมต้องจับมือฝ่าฟันมันไปด้วยกัน
“นี่แหละคือวิสัยทัศน์ที่แท้จริง”
ตัวแทนคนหนึ่งจากสมาคมวรรณศิลป์เอ่ยด้วยรอยยิ้ม
คนที่ยังอายุไม่มาก แต่กลับมองเห็นโลกทั้งใบได้ชัดเจน คนเช่นนี้หาได้ยากเหลือเกิน
บทเพลงสุดท้าย สามารถใช้โชว์เทคนิคสุดอลังการได้อย่างเต็มที่ ด้วยพลังเสียงของเขา เพื่อชดเชยความเสียใจที่ตนเองไม่ได้ลงแข่งขัน
แต่เขากลับเลือกที่จะจบลงด้วยวิธีนี้
นี่คือบทเพลงหนึ่ง
ขณะเดียวกันก็เปรียบเสมือนสุราจอกหนึ่ง
สุราจอกนี้ ขอมอบให้กับฉีโจว ฉู่โจว เยี่ยนโจว หานโจว จ้าวโจว เว่ยโจว มอบให้จงโจว และท้ายที่สุดขอมอบให้ฉินโจว
ร่ำสุรายังไม่ทันเมามาย แต่ทุกคนก็เมาไปกับบทเพลงนี้เสียแล้ว
บทเพลงของเซี่ยนอวี๋ ทำให้ผู้คนนับหมื่นนับแสนบนบลูสตาร์เมามายในหัวใจ
……………………………………………………..

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอน 837-839 ไม่มีข้อความเลยครับ...