เข้าสู่ระบบผ่าน

Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน นิยาย บท 1062

ตอนที่ 1062 รู้จักทั้งใต้หล้า

………………..

ทั่วทั้งโลกต่างจับตามองการแข่งขันในวันสุดท้ายของมหกรรมดนตรีบลูสตาร์

และศึกสุดท้ายที่เซี่ยนอวี๋ใช้ปิดฉาก ก็ได้กลายเป็นตำนานไปเรียบร้อยแล้ว!

ในการถ่ายทอดสด

ภาพของอบิเกลและเซี่ยนอวี๋จับมือกันต่อหน้าสายตาทั้งบลูสตาร์ กลายเป็นภาพประวัติศาสตร์ที่ไม่มีวันเลือนหาย

แรงสั่นสะเทือนจากตำนานบทนี้ได้เริ่มแผ่ขยายไปอย่างรวดเร็ว

รวดเร็วจนตั้งตัวไม่ทัน!

ชื่อของเซี่ยนอวี๋นั้นเลื่องลือไปทั่วทุกทิศทั่วแดน

สื่อยักษ์ใหญ่ทั่วทุกทวีป

ต่างพากันกระหน่ำตีข่าว

พาดหัวข่าวปรากฏขึ้นราวกับคลื่นถาโถมไม่หยุด!

[มหกรรมดนตรีบลูสตาร์ปิดฉาก เซี่ยนอวี๋ผงาดแชมป์!]

[โค่นอบิเกล หยางจงหมิงยังต้องถอย เซี่ยนอวี๋กลายเป็นตำนานที่มีลมหายใจ!]

[โซนาตาแสงจันทร์ บทเพลงบรรลือโลก!]

[ราตรีบรรเลงเขย่าเวที เซี่ยนอวี๋พลิกเกมในวินาทีสุดท้าย!]

[เซี่ยนอวี๋แห่งฉินโจว สร้างสถิติคะแนนสูงสุดในประวัติศาสตร์รอบชิง!]

[ย้อนรอยการเดินทางของเซี่ยนอวี๋ในบลูสตาร์ ศึกมหัศจรรย์เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า!]

[ราชาหนุ่มแห่งวงการดนตรี เซี่ยนอวี๋!]

[จงโจวสั่นสะเทือน แม้แต่อันดับหนึ่งแห่งบลูสตาร์ยังต้องก้มศีรษะต่อหน้าเขา!]

นักข่าวเบื้องหลังก็พูดคุยกันอย่างเมามัน!

“หลังจากนี้ วงการดนตรีของฉินโจวจะถูกเซี่ยนอวี๋ครองแน่นอน”

“ตลอดเส้นทางของเซี่ยนอวี๋ที่ผ่านมา เขาคว้าแชมป์ฤดูกาลเพลงสิบสองสมัยซ้อน กลายเป็นพ่อเพลงที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ของบลูสตาร์ แล้วตอนนี้… เขาก็เพิ่งขึ้นแท่นตำนานด้วยมหกรรมดนตรีบลูสตาร์อีกขั้น ต่อไปเขียนข่าวถึงเขาต้องระวังให้มากหน่อยแล้ว”

“ไม่เป็นไรหรอก เขาก็ไม่มีข่าวเสียหายนี่”

“ต่อให้มี ก็ไม่ค่อยมีใครกล้ารายงานหรอกน่า แกคิดว่าสมาคมวรรณศิลป์จะไม่ออกมาปกป้องคนแบบเขาหรือไง?”

“ฝีมือระดับปีศาจแบบที่พันปีจะมีสักคน!”

“ในวงการดนตรี เขาคือหนึ่งเดียวที่เป็นแบบนั้นจริงๆ ”

“รอให้จงโจวผนวกรวมก่อนเถอะ ตอนนี้ถ้าพูดถึงฉินฉีฉู่เยี่ยนหานจ้าวเว่ยไม่มีใครต้านเขาได้แล้วละ”

“แต่พ่อเพลงหยางอาจจะได้อยู่นะ!”

“พูดอะไรซี้ซั้ว พ่อหยางน่ะเหรอจะไปขัดเซี่ยนอวี๋? ฉันว่าเขาน่ะจะอุ้มเจ้าปลานี่ขึ้นหิ้งอยู่แล้วมั้ง ไม่ว่ายังไง ฉันไม่เชื่อหรอกว่าพ่อหยางจะไม่มีเพลงเปียโนเก็บไว้ขนาดอบิเกลยังต้องให้ความเคารพเขาขนาดนั้น ฉันว่าพ่อหยางก็แค่เลือกจะไม่แย่งซีน แล้วให้เซี่ยนอวี๋ได้เป็นพระเอกเต็มตัวเท่านั้นแหละ”

จงโจว

ในห้องประชุมของบริษัทบันเทิงชื่อดังแห่งหนึ่ง

“หลังศึกครั้งนี้ เซี่ยนอวี๋จะได้ขึ้นชื่อเป็นหนึ่งในพ่อเพลงระดับสูงของบลูสตาร์พอถึงวันที่จงโจวผนวกรวมกับทวีปอื่นเมื่อไหร่ เราน่าจะลองหาทางดึงตัวเขามาให้ได้”

“ผมว่ายากเกินไป”

“ถ้าเป็นผมเป็นผู้บริหารบริษัทต้นสังกัดของเขาตอนนี้ ผมคงบูชาเขายิ่งกว่าพ่อบังเกิดเกล้าไปแล้วไม่มีทางปล่อยให้ใครมาดึงตัวไปได้หรอก”

“ก็จริง”

“ถึงเราจะดึงตัวเขามาไม่ได้ อย่างน้อยก็ห้ามไปล่วงเกินเขาเด็ดขาด”

“เราลองเปลี่ยนแนวคิดดูไหม แค่รู้ว่าเขาอยู่บริษัทไหนเราก็ไปเสริมความร่วมมือกับบริษัทนั้นให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นแค่นั้นก็พอ”

“แต่บริษัทบันเทิงเจ้าอื่นก็คงคิดแบบเดียวกันนั่นแหละ”

“งั้นก็ต้องสู้กับพวกเขา ตอนนี้เซี่ยนอวี๋คือสมบัติล้ำค่าที่สุดในวงการแล้วมีแต่พวกโง่เท่านั้นแหละเมินเขา”

กลุ่มทุนระดับยักษ์ของบลูสตาร์

แม้แต่กลุ่มทุนผู้ทรงอิทธิพลก็เฝ้าชมการแข่งขันจนจบ

“เด็กหนุ่มคนนี้ หน้าตาดี มีความสามารถล้นเหลือคุณคิดว่าถ้าให้ลูกสาวเราไปทำความรู้จักกับเขาสักหน่อยจะเป็นไง”

“ลูกสาวเราของเราน่ะมาตรฐานสูง”

“แต่เด็กคนนี้ก็ถือว่าเป็นมาตรฐานที่สูงแล้วนะ คนหนุ่มที่หน้าตาดีมีพรสวรรค์แบบนี้ ต่อให้เป็นตระกูลใหญ่ที่ไหน ก็ต้องมีหวั่นไหวกันบ้างละ”

“ก็จริงอยู่นะ”

“คุณหนูจากหลายตระกูลไม่ค่อยปลื้มลูกชายมหาเศรษฐีหรือนักธุรกิจด้วยกันสักเท่าไหร่ใช่ไหมล่ะ แต่ถ้าเป็นแบบเขา ก็อาจจะตรงสเปกก็ได้”

“แต่ยังไงซะเซี่ยนอวี๋ก็เป็นแค่คนในวงการดนตรีเท่านั้นนะ”

“คุณน่ะไร้เดียงสาเกินไปแล้ว คนในวงการดนตรีที่ไต่ขึ้นมาถึงระดับนี้ได้ ในประวัติศาสตร์จะมีกี่คนกันในวันข้างหน้าอย่าได้ประมาทฝีมือของเขาเด็ดขาด”

วงการดนตรีจากทุกทวีป

เต็มไปด้วยเสียงความสะท้อนใจ

“ในอนาคตมหกรรมดนตรีบลูสตาร์ก็คงจะจัดขึ้นอีก แต่สถิติที่เซี่ยนอวี๋สร้างไว้ในครั้งนี้ คงยากที่จะมีใครหน้าใหม่ทำลายลงได้”แค่เขาคนเดียว กลับสามารถรับผิดชอบผลงานทั้งหมดของทั้งทวีปในหนึ่งหมวดการแข่งขัน แล้วไม่ใช่แค่เข้ารอบนะ แต่ชนะหมดทุกรอบ!”

“แต่ไฮไลต์จริงๆ อยู่ที่ศึกสุดท้าย!”

“โซนาตาแสงจันทร์ งดงามเกินจะบรรยายได้!”

“แล้วก็ราตรีบรรเลงด้วย ผมงานชุดนั้นก็ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ !”

“พรสวรรค์ด้านเปียโนของเซี่ยนอวี๋ ทำเอาพ่อเพลงรุ่นใหญ่ทั้งหลายต้องหน้าม้านไปตามๆ กัน”

“แม้แต่อบิเกลยังยอมรับความพ่ายแพ้แล้วจะมีพ่อเพลงรุ่นเก่าคนไหนกล้าบอกว่าตัวเองเหนือกว่าอบิเกลอีก?”

“วีรบุรุษกำเนิดในวัยหนุ่ม!”

“จงโจวกำลังจะเข้าผนวกรวม ไม่รู้เหมือนกันว่าในอนาคต วงการดนตรีของทั้งบลูสตาร์ จะอยู่ภายใต้การครอบครองของใครกันแน่”

ฉินโจว

สำนักงานใหญ่ของบริษัทสตาร์ไลท์เอนเตอร์เทนเมนต์

ผู้บริหารระดับสูงของบริษัทรวมตัวกันชมการแข่งขันจนจบภายในห้องประชุมใหญ่

ขณะนั้น

สีหน้าของทุกคนต่างเต็มไปด้วยความตื่นตะลึงและตื่นเต้นสุดขีด!

“เราเหมือนถูกหวยแจ็กพ็อตเลยละ!”

“หลังจบมหกรรมดนตรีบลูสตาร์ เซี่ยนอวี๋จะต้องกลายเป็นจุดสนใจของทั้งบลูสตาร์อย่าง!ท่านประธาน ผมเสนอให้เราปรับผลประโยชน์ของเขาเพิ่มขึ้นอีกยังไงก็ต้องทำทุกทางเพื่อให้เขาอยู่กับบริษัทเราต่อไปถ้าปล่อยเขาหลุดมือ เท่ากับเราพลาดโอกาสทองครั้งหนึ่งในรอบพันปี!”

โฮ่งๆ !

เจ้าหนานจี๋ดูเหมือนจะรู้สึกดีใจแทนหลินเยวียนที่คว้าชัยมาได้เช่นกัน

อิทธิพลของมหกรรมดนตรีบลูสตาร์ กำลังแผ่ขยายอย่างรวดเร็ว

และในขณะเดียวกัน พิธีปิดงานก็เพิ่งจะเริ่มต้น

เนื่องจากปีนี้งานจัดขึ้นที่เว่ยโจว พิธีปิดจึงเว่ยโจวมีเป็นเจ้าภาพอย่างเต็มรูปแบบ

เดิมทีหลินเยวียนก็แค่นั่งดูการแสดงปิดงานเงียบๆอยู่เคียงข้างกับหยางจงหมิงและโค้ชคนอื่นๆ แต่กลับมีคนเดินมาทักทายเขาเรื่อยๆ อย่างไม่ขาดสาย

ฉีโจว

ฉู่โจว

เยี่ยนโจว

หานโจว

เว่ยโจว

จ้าวโจว

ทุกทวีปส่งคนมาแสดงความยินดีอย่างเป็นทางการ และไม่ใช่แค่ใครธรรมดาๆ แต่เป็นถึงหัวหน้าโค้ชใหญ่ที่พาหัวหน้าโค้ชติดตามมาเป็นขบวน

เอาเถอะ

ต่อให้หลินเยวียนจะไม่ถนัดเรื่องการเข้าสังคมสักเท่าไหร่ แต่เมื่ออยู่ในสถานะเช่นนี้ เขาก็จำเป็นต้องรับมือกับทุกคนอย่างเหมาะสม

เยี่ยจือชิวเอ่ยกลั้วหัวเราะ “สร้างชื่อเพียงครั้งเดียวรู้จักทั้งใต้หล้า ขนาดที่เว่ยโจวยังเป็นแบบนี้ถ้ากลับถึงฉินโจวเมื่อไหร่ น่ากลัวว่าคงยิ่งใหญ่กว่านี้หลายเท่าเลยล่ะ”

พสกนิกรยอมรับจากใจ วีรบุรุษฉินโจว

อิ่นตงกล่าวเสริม เซี่ยนอวี๋กลายเป็นวีรบุรุษของฉินโจวไปแล้ว

จงโจวเป็นฝ่ายชนะ แต่ก็เป็นฝ่ายแพ้ในเวลาเดียวกันพวกเขาชนะด้วยรากฐานทางดนตรีที่ลึกซึ้งไร้ขอบเขต แต่แพ้เพราะอบิเกล

อบิเกลคือโค้ชที่แข็งแกร่งที่สุดในทีมจงโจว

เมื่อเซี่ยนอวี๋สามารถโค่นบุคคลระดับนั้นได้ ก็ถือเป็นการชดเชยความพ่ายแพ้ของฉินโจวในด้านจำนวนเหรียญทองได้ไม่น้อยเลยทีเดียว

“วีรบุรุษแห่งฉินโจว ก็คือศัตรูตัวฉกาจของจงโจวเช่นกัน”

หยางจงหมิงเอ่ยขึ้น “เมื่อจงโจวเข้าร่วมการผนวกรวมในเร็วๆ นี้ สิ่งที่เซี่ยนอวี๋จะต้องเผชิญต่อจากนี้ยังมีอีกมาก”

“ไม่ใช่แค่เขาคนเดียวหรอก”

พ่อเพลงคนหนึ่งที่อยู่ข้างๆ ก็เอ่ยขึ้น “พวกเราทุกคน ทุกอาชีพ ทุกวงการ ทุกสาขา ต่างก็ต้องเตรียมรับมือกับความท้าทายจากจงโจวทั้งนั้นทวีปที่ได้ชื่อว่าเป็นอันดับหนึ่งของบลูสตาร์ ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น”

หลินเยวียนพยักหน้าอย่างเคร่งขรึม

เขาเองถึงขั้นต้องอัญเชิญปราชญ์แห่งดนตรีอย่างเบโทเฟินออกมาใช้ก็เป็นสิ่งที่สะท้อนความน่าเกรงขามของจงโจวได้อย่างชัดเจน

คู่ต่อสู้ของเซี่ยนอวี๋ในอนาคตยังรออยู่อีกมาก

แล้วฉู่ขวงล่ะ?

แล้วอิ่งจือล่ะ?

ก่อนจะเปิดเผยตัวตนจริง เขาทั้งสองก็คงมีเรื่องต้องจัดการไม่น้อยเช่นกันและหลินเยวียนเองก็เห็นภาพของอนาคตเหล่านั้นได้ชัดเจนอยู่แล้ว

“อย่างไรก็เตรียมตัวไว้ก่อนเถอะ”

หยางจงหมิงเอ่ยพลางมองลูกทีม “พรุ่งนี้ออกเดินทาง ทัพคืนถิ่น หวนคืนฉินโจว!”

……………………………………………………..

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน