เข้าสู่ระบบผ่าน

Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน นิยาย บท 1061

ตอนที่ 1061-2 โซนาตาแสงจันทร์ (2)

บนเวที

กวงหลินลืมทุกสิ่งทุกอย่างไปหมดสิ้น

ราวกับว่าการแข่งขันไม่เกี่ยวข้องอะไรกับเขาอีกแล้ว

การบรรเลงของเขาได้แปรเปลี่ยนเป็นการถ่ายทอดความรู้สึก เสียงดนตรีไหลเวียนไปกับโลหิตในกายท่วงทำนองกลายเป็นบทกวีที่ไพเราะจับใจ!

โน้ตอันแสนประณีตล่องลอยไปทั่วเวทีมหกรรมดนตรีบลูสตาร์

ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อใด เทคนิคที่ใช้เริ่มซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ

เสียงเพลงเหมือนพายุคลั่งที่โหมกระหน่ำอารมณ์เกรี้ยวกราด ผสานกับจิตวิญญาณที่ไม่ยอมแพ้ถาโถมใส่หัวใจของทุกคนในสนามอย่างไม่หยุดหย่อน!

อบิเกลทนไม่ไหวแล้ว!

ดวงตาของเขาแดงก่ำ ลมหายใจเริ่มหนักหน่วงขึ้น

ในขณะเดียวกันเหล่าพ่อเพลงทุกคนที่อยู่ในสนาม ล้วนมีสีหน้าไม่ต่างกันเลย

บางคนดูเหมือนจะอยากพูดอะไรสักอย่าง

แต่เมื่อคำพูดมาถึงริมฝีปาก

กลับกลืนมันลงไปพร้อมกับความรู้สึกที่อัดแน่นเกินจะเอ่ย

ท่วงทำนองยังคงพุ่งทะลวงอย่างไม่มีวี่แววว่าจะแผ่วลง!

นี่คือบทเพลงที่มีความยาวประมาณสิบห้านาที

ประกอบด้วยสามท่อน สว่างไสว ทอประกายอันเจิดจ้าข้ามกาลเวลา!

แต่กลับไม่มีใครรู้สึกว่าเพลงนี้ยาวเกินไปแม้แต่น้อย

ทั้งสามท่อน เชื่อมต่อกันอย่างแนบแน่นอารมณ์ที่ระเบิดออกมาไม่อาจหยุดยั้งได้ ราวกับพายุแห่งความโกรธที่กำลังโหมกระหน่ำหรือไม่ก็ราวกับเสียงกระทืบเท้าต่อเนื่องของจิตใจที่กำลังดิ้นรน

เสียงโน้ตความเร็วแปดโน้ตบรรเลงรัวซ้ำ

สร้างจังหวะที่เด็ดขาดดั่งคมมีดผ่ากลางใจ!

และเมื่อเข้าสู่ท่อนสุดท้ายอันซับซ้อนท่วงทำนองค่อยๆ หลอมรวมตัวกันกลายเป็นจุดไคลแมกซ์!การโจมตีครั้งสุดท้ายกำลังเริ่มต้น!

ดั่งพายุที่โหมกระหน่ำ!

รวดเร็วและรุนแรงจนตามไม่ทัน!

จนกระทั่งโน้ตสุดท้ายดังขึ้น เสมือนม่านที่ปิดฉากลงอย่างสมบูรณ์ ทั่วทั้งสนามแข่งขันเงียบสงัดถึงขั้นได้ยินแม้เสียงเข็มตก!

ราวกับว่ามีใครกดปุ่มหยุดเวลาเอาไว้

เสียงปรบมือที่ดังขึ้นอย่างฉับพลัน จึงเป็นตัวปลดสลักแห่งกาลเวลา ให้เข็มนาฬิกาเดินต่อได้อีกครั้ง

แปะๆๆๆ!

เสียงปรบมือดังกระหึ่ม ซัดถาโถมเข้ากลืนกินพื้นที่ของทีมโค้ชจากทุกทวีป!

“โซนาตา?”

“แสงจันทร์?”

“หรือว่าเราแก่เกินจะเข้าใจแล้ว?”

“เด็กคนนี้เติบโตขึ้นมาได้ยังไงกันแน่?”

“งดงามเหลือเกิน”

“เปียโนคลาสสิกที่เหมือนกับหลุดออกมาจากโลกแห่งจินตนาการ”

“ท่อนที่สามสะเทือนใจอย่างถึงขีดสุด”

“ตอนนี้ก็เข้าใจแล้วว่าทำไมพ่อเพลงหยางถึงไม่ออกโรงเลยสักครั้ง”

“ก็มีเจ้าปลาตัวนี้อยู่ แล้วยังจะต้องออกโรงไปทำไมอีกล่ะ?”

ท่ามกลางเสียงปรบมือดังกึกก้อง

พ่อเพลงทยอยลุกขึ้นยืนทีละคน

หัวหน้าโค้ชจำนวนมากพากันลุกจากเก้าอี้!

แม้แต่หัวหน้าโค้ชใหญ่จากทุกทวีป!

และเมื่อเสียงบรรเลงสิ้นสุดลง กวงหลินก็ลุกขึ้นยืน ก่อนจะโค้งคำนับไปทางหลินเยวียนอย่างเคารพ

ด้านฝั่งคณะกรรมการ

กรรมการหลายคนสบตากันเล็กน้อยจากนั้นก็ก้มลงให้คะแนนอย่างพร้อมเพรียง

พรึบๆๆ !

และเมื่อการรวมคะแนนเสร็จสิ้น ทั้งสนามก็แตกตื่นอีกครั้ง!!

98.9 คะแนน!!

นี่คือการแข่งขันรายการสุดท้ายของมหกรรมบลูสตาร์นี่คือการแข่งขันรอบสุดท้ายของงานในปีนี้ และในขณะเดียวกันนี่ก็คือบทเพลงเดียวที่ได้คะแนนสูงสุดตลอดงาน!

สถิติใหม่!!

สถิติใหม่ที่ใกล้เคียงกับคะแนนเต็ม!

ทั้งสนามต่างโกลาหล!

ห้องถ่ายทอดสดของฉินโจวลุกเป็นไฟ!

ห้องถ่ายทอดสดของทุกทวีปลุกเป็นไฟ!

‘คุกเข่า!’

‘คุกเข่าลงให้หมด!’

‘บ้าบออะไรฟะเนี่ย!’

‘เมื่อกี้ใครบอกว่าเซี่ยนอวี๋แต่งได้แค่ราตรีบรรเลงนะ!?’

‘เซี่ยนอวี๋ที่ไม่ใช้ราตรีบรรเลงน่ะ ถึงจะเป็นเวอร์ชันที่น่ากลัวที่สุดจริง ๆ!!’

‘คะแนนนี่มัน!!’

‘อบิเกลหวนคืนราชสำนักเถอะ’

‘รีบกลับบ้านเร็ว’

‘เชี่ยย!’

‘แม่เจ้าโว้ย!!’

‘รอบสุดท้ายของการแข่งขันเดือดถึงขีดสุดแบบนี้!?’

‘ผมนึกว่ารายการวางแผนมาแล้วนะเนี่ย!’

‘เป็นตำนาน!’

‘พ่อเพลงอวี๋กลายเป็นตำนานไปแล้วจริงๆ !’

ห้องถ่ายทอดสดของจงโจวเงียบงันชั่วขณะ

สองแขกรับเชิญนั่งนิ่ง ดวงตาเลื่อนลอย!

ผู้บรรยายอีกหลายคนรู้สึกชาวาบไปทั้งร่าง!

โดยเฉพาะชายผู้บรรยายที่เพิ่งแช่งใส่เซี่ยนอวี๋ไปเมื่อครู่ใบหน้าของเขาตอนนี้ ดำทะมึนราวกับหลุมดำที่ไร้ก้นบึ้ง!

‘นี่มันอะไรกัน!?’

‘อะไรฟระเนี่ย!?’

‘ให้ตายเถอะ!’

‘นี่สัตว์ประหลาดจากไหนเนี่ย!’

‘ปลาตัวนี้ยังเป็นมนุษย์อยู่หรือเปล่าเนี่ย!’

‘ปลาตัวนี้ไม่เคยเป็นมนุษย์มาตั้งแต่แรกแล้วต่างหาก!’

‘เล่นบ้าอะไรของแกเนี่ย!’

บนตารางเหรียญทองพวกเขายังสู้จงโจวไม่ได้

แต่แล้วอย่างไรล่ะ?

เซี่ยนอวี๋ชนะแล้ว!

เขาชนะทุกคนจากจงโจว!เขาชนะแม้กระทั่งหัวหน้าโค้ชใหญ่ของจงโจวผู้ที่เป็นหนึ่งในสิบพ่อเพลงระดับสูงสุดของบลูสตาร์อบิเกล!

ในวินาทีนั้นเอง

ราชวงศ์ปลาได้กลายเป็นกองทัพแห่งราชา!

เพราะเซี่ยนอวี๋ ได้ใช้ศึกสุดท้ายแห่งงานมหกรรมดนตรีบลูสตาร์เพื่อครองมงกุฎแห่งราชาอย่างแท้จริง!

ในสนามแข่งขัน

อบิเกลลุกขึ้นยืนอย่างเงียบงันก่อนจะเดินตรงไปยังฝั่งทีมโค้ชของฉินโจว

โค้ชใหญ่คนอื่นๆ จากจงโจวก็ลุกตามเขาไปทีละคน

ฝั่งฉินโจวเอง เหล่าโค้ชพากันลุกขึ้นยืนเรียงราย เปิดทางให้หลินเยวียนเป็นศูนย์กลางของวงล้อม

“คุณชนะแล้ว”

อบิเกลมองไปยังหลินเยวียน

หลินเยวียนเพียงแค่ส่ายหน้าเบาๆ “ผมโชคดี”

สิ่งที่เขาหมายถึงก็คือระบบ เพราะหากพูดถึงฝีมือที่แท้จริง เขายังห่างจากอบิเกลอยู่ไกลนัก คนที่เอาชนะอบิเกล ไม่ใช่เขา แต่คือเบโทเฟิน

และเมื่ออัญเชิญปราชญ์แห่งดนตรีออกมาแล้ว การที่อบิเกลจะแพ้ ก็ไม่ใช่เรื่องน่าอับอายอะไร

หยางจงหมิงหัวเราะเบาๆ แล้วแหย่ขึ้นว่า “อบิเกล คุณยังจะมาท้าผมดวลอีกไหม?”

อบิเกลหรี่ตาลงเล็กน้อย แล้วตอบทันทีว่า “ตอนนี้ผมไม่สนใจคุณแล้ว”

หยางจงหมิง “…”

อบิเกลหันกลับไปมองหลินเยวียนอีกครั้งราวกับเพิ่งรู้จักชายหนุ่มคนนี้เป็นครั้งแรก “คุณเล่นซิมโฟนีเป็นไหม?”

หลินเยวียนตอบ “พอมีพื้นฐานอยู่บ้างครับ”

“ดี”

อบิเกลยื่นมือออกมา

หลินเยวียนก็ก้าวไปข้างหน้า และยื่นมือออกไปเช่นกัน

“ผมจะรอคุณอยู่ที่จงโจว”

มือของอาบิเกลและเซี่ยนอวี๋จับกันอย่างแรง

“ในจงโจวยังมีอีกหกคนที่เก่งกว่าผม ถ้ารวมคนที่อยู่ข้างๆ คุณอาจเป็นเจ็ดคนก็ได้”

หลินเยวียนชะงักไปเล็กน้อย

แต่ยังไม่ทันได้พูดอะไรอบิเกลก็หันหลังเดินจากไป

ทีมจงโจวคนอื่นๆ เดินตามเขาไปเงียบเชียบ ไม่เอื้อนเอ่ยคำพูดใด มีเพียงสายตาที่หันกลับมามองหลินเยวียนอย่างลึกซึ้ง

กล้องถ่ายทอดสด จับภาพทุกช่วงของการพบกันระหว่างสองฝ่ายไว้ทั้งหมด

“อบิเกลก็ถือว่ามีน้ำใจนักกีฬาใช้ได้”

หยางจงหมิงมองแผ่นหลังของอบิเกล

อีกฝ่ายเดินมาจับมือกับเซี่ยนอวี๋ด้วยตัวเองถือว่าให้เกียรติ และยอมรับความพ่ายแพ้ครั้งนี้ต่อหน้าผู้ชมทั้งบลูสตาร์

มหกรรมดนตรีบลูสตาร์

ปิดฉากลงแล้ว

ทว่ายุคสมัยใหม่ เพิ่งจะเริ่มต้น

ผลกระทบจากงานในครั้งนี้จะยังคงสั่นสะเทือนวงการดนตรีต่อไปอีกแสนนาน

………………………………………………….

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน