เข้าสู่ระบบผ่าน

Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน นิยาย บท 1065

ตอนที่ 1065 สิทธิ์ในการตีความทั้งหมดเป็นของระบบ

หลินเยวียนลุกขึ้น

พุ่งเข้าห้องน้ำทันที

บีบสบู่เหลวจนเป็นก้อนใหญ่ ก่อนจะล้างมือซ้ำไปซ้ำมา

เมื่อล้างเสร็จ เขาก็พึมพำกับตัวเองว่า “เหมือนยังขาดอะไรบางอย่างแฮะ”

ดูให้ดีล่ะ!

พี่ห่าวอวิ้นจะช่วยได้ก็ตอนนี้แหละ!

เขาหยิบมือถือขึ้นมา

เปิดเข้าไปในแช็ตกลุ่ม แล้วแท็กหาเว่ยห่าวอวิ้นโดยตรงว่า ‘ช่วยร้องเพลง โชคดีมาแล้วให้ฟังสักสองท่อนได้ไหม?’

เว่ยห่าวอวิ้น ‘?’

สองนาทีต่อมา

เว่ยห่าวอวิ้นก็ส่งข้อความเสียงมา

หลินเยวียนไม่สนใจเครื่องหมายคำถามมากมายในแช็ตกลุ่ม รีบกดเปิดฟังทันที เสียงขับร้องแบบสดๆ ของเว่ยห่าวอวิ้นก็ดังขึ้นในห้อง “โชคดีมา ขอให้โชคดีมา…”

บรรยากาศพิธีกรรมครบถ้วน!

หลินเยวียนจ้องมองไปยังระบบ แล้วพูดว่า “เปิดกล่องสมบัติทองคำหนึ่งใบ!”

พรึบ!

กล่องสมบัติทองคำเปิดออก!

แสงสีทองเปล่งประกายเจิดจ้า!

หลังม่านแสงนั้น เสียงของระบบก็ดังขึ้นอีกครั้ง

“ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่ได้รับทักษะรู้ใจ ทักษะนี้จะทำให้ผลงานดนตรีของคุณ เข้าถึงผู้คนได้ในทุกระดับ แม้แต่ผู้ที่ไม่เข้าใจทฤษฎีดนตรี ก็สามารถสัมผัสถึงอารมณ์และความลึกซึ้งในผลงานของคุณได้อย่างแท้จริง อย่างไรก็ตาม ทักษะนี้สามารถใช้ได้เฉพาะตอนแสดงในหอแสดงดนตรีเท่านั้น”

หลินเยวียนทำตาโต!

โชคดีขั้นสุด!

ดวงดีเกินไปแล้ว!

เขาได้ทักษะรู้ใจที่โหยหาและเฝ้ารอมานาน!

ทักษะนี้เปรียบประหนึ่งสูตรโกงในระดับที่ใกล้เคียงกับทักษะมิติแห่งภาพวาดเลยทีเดียว ทั้งคู่เป็นทักษะในชุดเดียวกันที่ผลิตโดยระบบ

หลินเยวียนถูกอกถูกใจสุดๆ !

สำหรับข้อจำกัดของทักษะนี้ หลินเยวียนยอมรับได้อย่างไม่มีปัญหา

อย่างไรเสีย ทักษะมิติแห่งภาพวาดเองก็มีข้อจำกัด ว่าต้องชมด้วยตาตนเอง ณ สถานที่แสดงจริงเท่านั้น จึงจะสัมผัสได้ถึงพลังของมัน

รอให้จงโจวถูกรวมเข้ามาอย่างเป็นทางการก่อนเถอะ

เมื่อถึงตอนนั้น

เขาจะจัดคอนเสิร์ตครั้งแรกในชีวิตที่โถงทองคำให้ได้เลยคอยดู!

และเมื่อถึงวันนั้น

ผู้ชมในฮอลล์จะต้องได้สัมผัสกับงานดนตรีอันแสนตราตรึงจนไม่อาจละสายตาได้แน่นอน!

คิดมาถึงตรงนี้

หลินเยวียนก็หันไปมองกล่องสมบัติทองคำใบที่สอง

พลางถูมือตัวเองเบาๆ ด้วยความตื่นเต้น

“เปิดใบนี้ด้วยเลยแล้วกัน!”

พรึล!

แสงสีทองสว่างวาบขึ้นอีกครั้ง

กล่องสมบัติทองคำใบที่สองเปิดออก!

“ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ ที่ได้รับการ์ดตัวละครอบิเกล หนึ่งในสิบพ่อเพลงระดับสูงของบลูสตาร์ยุคปัจจุบัน โฮสต์สามารถเรียนรู้ดนตรีจากอบิเกลได้”

สีหน้าของหลินเยวียนพลันหม่นลงทันที

ถ้าอบิเกลมาเห็นเขาในตอนนี้ คงจะเห็นชัดเลยว่าบนใบหน้าของหลินเยวียนฉายแววรังเกียจ ปรากฏออกมาโดยไม่ปิดบังเลยสักนิด

การได้เรียนตัวต่อตัวกับอบิเกล สำหรับนักดนตรีทั่วไปนั้นถือเป็นเรื่องที่น่าอิจฉาอย่างยิ่งยวด แต่สำหรับหลินเยวียนแล้ว เขากลับรู้สึกว่าไร้ประโยชน์

ไม่ใช่เพราะเขาชนะอบิเกลมาแล้วหรอกนะ

เพราะคนที่ชนะอบิเกลในมหกรรมดนตรีบลูสตาร์ก็คือเบโทเฟิน ไม่ใช่เขาแม้แต่น้อย!

พ่อเพลงระดับหนึ่งในสิบอันดับแรกของบลูสตาร์อย่างอบิเกลคนนี้ถึงขั้นที่เคยประมือกับชอแป็งมาแล้ว เขาย่อมมีคุณสมบัติพอจะเป็นครูสอนดนตรีให้เขาได้อย่างไม่ต้องสงสัย

แต่ปัญหาคือ

ตอนนี้เขามีการ์ดตัวละครของหยางจงหมิงที่เก่งยิ่งกว่าอยู่แล้ว แล้วจะได้อบิเกลมาซ้ำอีกใบไปเพื่ออะไรล่ะ!?

“โฮสต์!”

เสียงของระบบดังขึ้นด้วยน้ำเสียงดูจะไม่ค่อยพอใจนักว่า “แต่ละคนมีความถนัดแตกต่างกัน แม้ว่าหยางจงหมิงจะแข็งแกร่งกว่า แต่เขาย่อมมีจุดที่ด้อยกว่าอบิเกลเช่นกัน ถ้าคุณอยากเติบโตเป็นนักดนตรีระดับสูงสุด คุณต้องกลายเป็นนักรบที่เก่งรอบด้าน นอกจากนั้น นี่ก็คือโอกาสให้คุณได้เรียนรู้คู่แข่งไปในตัวด้วย!”

จะว่าไปก็จริง

ในอนาคต เขาตั้งใจจะทำเพลงด้วยความสามารถของตนเอง และต้องการจะท้าทายเหล่าพ่อเพลงระดับแนวหน้าเหล่านี้ด้วยฝีมือที่แท้จริง!

ก่อนจะถึงวันนั้น การได้เรียนรู้จากพ่อเพลงระดับสูงเหล่านี้อย่างจริงจัง จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง

อีกอย่าง ถึงแม้ตอนนี้เขาจะมีฝีมืออยู่แล้ว แต่การเรียนรู้เพิ่มเติมจากบรรดายอดฝีมือ ก็ยังทำให้เขาได้รับประโยชน์มหาศาล

ทันใดนั้นเอง หลินเยวียนนึกสงสัยขึ้นมา

ในอนาคต เขาจะสามารถสะสมการ์ดตัวละครพ่อเพลงทั้งสิบอันดับแรกได้ครบไหมนะ?

ถ้าทำได้จริงละก็ เท่ากับว่าเขาจะมีพ่อเพลงระดับสูงทั้งสิบคนมาช่วยสอนเขาพร้อมกันเลยทีเดียว แค่คิดก็น่าสนุกแล้วสินะ?

ไม่ว่าจะเป็นบนโลกเดิมหรือบนบลูสตาร์ การควบคุมดนตรี ก็ต่างได้รับการยอมรับว่าเป็นศิลปะการแสดงทางดนตรีที่ครบเครื่องและสมบูรณ์แบบที่สุด!

วาทยกรแต่ละคนล้วนมีบุคลิกและสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง

แม้จะเป็นวงดนตรีหรือคณะนักร้องชุดเดียวกันแต่เมื่อนำโดยวาทยกรคนละคนกัน แนวทางการแสดงก็มักจะแตกต่างกันอย่างชัดเจน

คุณไม่ได้เข้าใจผิดหรอก

เพราะแม้จะเป็นบทเพลงเดียวกันหากถูกตีความและขัดเกลาโดยวาทยกรที่แตกต่างกัน ก็สามารถถ่ายทอดออกมาเป็นผลงานศิลป์ที่ให้ความรู้สึกแตกต่างกันได้อย่างสิ้นเชิง

ก็เหมือนกับการบัญชาการของแม่ทัพในสนามรบ

แม่ทัพแต่ละคนย่อมมีสไตล์และขีดความสามารถในการบัญชาการที่ต่างกัน ผลลัพธ์ของการรบก็ย่อมเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย

เช่น โอซาวะ เซย์จิ

วาทยกรผู้นี้มีสไตล์การควบคุมวงที่รวดเร็วและเปี่ยมไปด้วยพลังสามารถดึงศักยภาพของวงดนตรีออกมาได้อย่างเต็มที่สร้างสรรค์เสียงดนตรีที่เร้าใจและตระการตา

หรืออย่าง ชาร์ลส์ มุนช์

หนึ่งในวาทยกรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของฝรั่งเศสในศตวรรษนี้ ผลงานของเขาเปี่ยมด้วยพลัง ความเร่าร้อน และความยิ่งใหญ่ให้ความรู้สึกมีชีวิตชีวาอย่างชัดเจน

ยังมีอีกหลายชื่อ เช่น โลฟโร ฟอน มาทาชิช

ที่ผ่านมา หลินเยวียนเองก็ไม่ได้เชี่ยวชาญด้านการควบคุมวงดนตรีนัก

หากเขาต้องการจัดการแสดงขนาดใหญ่แน่นอนว่าเขาคงต้องเชิญวาทยกรมาช่วย

อย่างไรก็ตาม วาทยกรแต่ละคนล้วนมีสไตล์และอารมณ์เฉพาะตัวที่ส่งผ่านไปยังบทเพลง

ผลลัพธ์ที่ออกมาจึงอาจไม่ใช่แบบที่หลินเยวียนพอใจที่สุดเสมอไป

แต่ถ้าหากเขาเป็นคนลงมือควบคุมวงด้วยตัวเอง ดนตรีที่ถ่ายทอดออกมา ก็จะเป็นเสียงที่แท้จริงจากตัวตนของเขา

ด้วยเหตุนี้เอง

เมื่อสุ่มได้ความสามารถด้านการควบคุมดนตรี

หลินเยวียนจึงรู้สึกดีใจมาก

ได้เป็นวาทยกรที่ควบคุมผลงานของตัวเอง จะไม่ยอดเยี่ยมได้อย่างไรกัน?

สิ่งเดียวที่ทำให้เขาหงุดหงิดก็คือ ทำไมถึงได้แค่ระดับมืออาชีพ กล่องสมบัติทองคำควรให้ระดับปรมาจารย์ไม่ใช่หรือ!?

ระบบตอบ “เพราะวาทยกรระดับสูงนั้นหายากพอไม่ต่างจากพ่อเพลงระดับสูง ความสามารถในระดับนั้นมีมูลค่าสูงเกินไป เป็นไปไม่ได้ที่ระบบจะมอบระดับปรมาจารย์ให้กับให้โฮสต์”

“ฉันไม่ยอม!”

“สิทธิ์ในการตีความทั้งหมดเป็นของระบบ”

มาสู้กันสักตั้งเลยดีกว่า!

แต่ยอมก็ได้ นายมันแน่จริง!

…………………………………………………………..

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน