ตอนที่ 1071 ยังไม่ยอมรับความพ่ายแพ้
[ผลงานใหม่ของฉู่ขวงฮิตทั่วทั้งโลกออนไลน์!]
[เจ้าแก่ฉู่ขวงปล่อยนิยายใหม่! ชาวเน็ต: รสชาติที่คุ้นเคยกลับมาแล้ว!]
[เจ้าแก่ฉู่ขวงจรดปากกาสู่แนวไซไฟ!?]
[เล็งเป้านิยายไซไฟมีแนวไหนบ้างที่ฉู่ขวงเขียนไม่ได้?]
[ฉู่ขวงขยายขอบเขตอีกครั้ง: บุกวงการไซไฟ!]
[เลือกเขียนไซไฟหรือฉู่ขวงกำลังมุ่งเจาะตลาดเว่ยโจว?]
[ฉู่ขวงโพสต์บนบล็อก: ให้ผู้อ่านเลือกแนวเรื่องเอง แต่ก็มิวายโดนเจ้าแก่ตบหน้ากลับอีกแล้ว!]
วันรุ่งขึ้น
ทันทีที่หลินเยวียนเปิดมือถือ เขาก็เห็นพาดหัวข่าวเหล่านี้เต็มไปหมดการกลับมาของฉู่ขวง ดูเหมือนจะสร้างแรงสั่นสะเทือนมหาศาล จนแม้แต่สื่อยังสะดุ้ง
แต่หลินเยวียนไม่ได้ใส่ใจมากนัก
หลังจากกินข้าวเช้าเสร็จ เขาก็ออกไปที่บริษัท
เพราะในช่วงที่เขาไม่อยู่ งานที่กองสุมอยู่ในบริษัทก็มีไม่น้อยเลยทีเดียว
แม้ว่างานของแผนกประพันธ์เพลงชั้นเก้าจะมีรองหัวหน้าอู๋หย่งเป็นผู้ดูแลหลัก แต่เอกสารบางอย่างก็ยังจำเป็นต้องใช้ลายเซ็นของหลินเยวียนโดยตรง
“ตัวแทนหลิน!”
ทันทีที่หลินเยวียนเดินเข้าบริษัท พนักงานทุกคนที่เห็นเขาต่างลุกขึ้นทักทายโดยอัตโนมัติ บนใบหน้าเปี่ยมไปด้วยความเคารพและชื่นชม
“อรุณสวัสดิ์ครับ/ค่ะ”
หลินเยวียนทักทายตอบกลับพลางเดินผ่าน แต่ก็สังเกตเห็นว่าพนักงานบางคนที่ทักเขาอยู่นั้นในมือนี่ถือไข่ต้มอยู่
ถือไข่ต้มทำไมกัน?
กิจกรรมพิเศษของบริษัทหรือ?
เมื่อเดินเข้าไปในห้องทำงาน เสี่ยวกู้ตงก็วิ่งเข้ามาหาด้วยท่าทีตื่นเต้น และหลินเยวียนก็เห็นว่าในมือของอีกฝ่ายก็ถือไข่อยู่เช่นกัน
จนสุดท้ายเขาก็อดถามออกมาไม่ได้ว่า
“เกิดอะไรขึ้น”
“คุณไม่รู้เหรอคะ?”
เมื่อเอ่ยถึงเรื่องนี้ กู้ตงก็หงุดหงิดขึ้นมาทันที “โทษคนอื่นไม่ได้เลย ต้องโทษเพื่อนสุดที่รักของตัวแทนหลินอย่างฉู่ขวงนั่นแหละค่ะ เมื่อวานมีคนอ่านนิยายของฉู่ขวงแล้วร้องไห้ตาบวมกันทั้งบ้านทั้งเมือง เช้านี้โรงอาหารเลยขายไข่ต้มดีเป็นพิเศษทุกคนซื้อไปโปะตากันหมด!”
หลินเยวียน “…”
ต้องขนาดนี้เชียวหรือ?
เขาแอบรู้สึกผิดอยู่ในใจ จึงกระแอมออกมาหนึ่งที ก่อนจะสั่งให้กู้ตงเอาเอกสารที่ค้างทั้งหมดขึ้นมาให้ จากนั้นก็กระหน่ำเซ็นชื่อโดยไม่แม้แต่จะเปิดอ่าน
สำหรับหลินเยวียนแล้ว ตำแหน่งตัวแทนในบริษัทนี้ก็เหมือนเครื่องเซ็นเอกสารอัตโนมัติชัดๆ
งานในแผนกประพันธ์เพลง รองหัวหน้าอู๋หย่งก็ดูแลเองแทบทั้งหมด ไม่มีใครคาดหวังให้หลินเยวียนลงมาจัดการอะไรด้วยตัวเองอยู่แล้ว ถึงอย่างไรแผนกของหยางจงหมิงกับเจิ้งจิงก็เป็นเช่นนี้เหมือนกัน คนระดับพ่อเพลงล้วนแล้วแต่มีหน้าที่เซ็นชื่อ ไม่ต้องแตะอะไรให้เปลืองแรง ถ้ามีปัญหาอะไรเกิดขึ้นจริง คนที่โดนด่าคือรองหัวหน้า ไม่ใช่พวกเขาแน่นอน ไม่มีใครกล้าหาเรื่องกับพ่อเพลงทั้งสามหรอก!
หลังจากวุ่นวายอยู่ราวหนึ่งชั่วโมง
หลินเยวียนก็สะสางงานที่กองพะเนินมาหลายเดือนเสร็จเรียบร้อย
“เลิกงานได้แล้ว”
เขาพึมพำเบาๆ กับตัวเอง
กู้ตงซึ่งอยู่ด้านข้างถึงกับหนังตากระตุกตุบๆ “อย่าเพิ่งรีบขนาดนั้นค่ะ คุณเพิ่งมาแค่ชั่วโมงเดียวเอง งั้นดูวิดีโอนี้หน่อยไหมคะ ฉันดูเมื่อคืนกลางดึก รู้สึกว่าน่าสนใจมากเลย!”
“วิดีโออะไรครับ”
“หา?”
หลินเยวียนอึ้งจนพูดไม่ออก
วิดีโอประเภทนี้เหมือนว่าจะเป็นที่นิยมในแดนมังกรอยู่แล้ว อย่างพวก ‘ปฏิกิริยาของชาวต่างชาติเมื่อได้ฟังเพลงจีน’ อะไรทำนองนั้น
นึกไม่ถึงเลยว่าในดาวบลูสตาร์ก็ฮิตอะไรแบบนี้เหมือนกัน
กู้ตงจึงเปิดวิดีโอให้เขาดูแบบเจาะจง
ว่ากันว่าคนในวิดีโอนั้นเป็นนักดนตรีจากจงโจว สตรีมเมอร์ได้ถ่ายปฏิกิริยาของเขาขณะที่ได้ฟังเพลงเกินจริง ซึ่งหลินเยวียนขับร้องบนเวทีรายการราชาหน้ากากนักร้อง
ฟังไปได้ครึ่งเพลง ศิลปินจากจงโจวคนนั้นก็ถึงกับตะลึง!
อีกฝ่ายพูดออกมาด้วยความตื่นเต้น “เซี่ยนอวี๋น่ากลัวจริงๆ ผมไม่อยากจะจินตนาการเลยว่า หลังจากจงโจวผนวกรวมแล้ว พวกเราจะรับมือกับคู่แข่งที่แข็งแกร่งขนาดนี้ยังไง…”
คอมเมนต์บนหน้าจอก็พลันตื่นเต้นเช่นเดียวกัน
ผู้ชมนับไม่ถ้วนส่งข้อความกันกระหน่ำว่า ‘หลานหลิงอ๋อง เทพตลอดกาล’
สายตาหลินเยวียนเหลือบไปเห็นวิดีโอในเพลย์ลิสต์เดียวกัน อย่าง ‘ปฏิกิริยาของชาวจงโจวเมื่อได้ฟังเพลงต๋าลาเปิงปา’ เล่นเอาเขาแทบเป็นตะคริวที่ใบหน้าความเขินอายเลยทีเดียว
‘อย่าดูถูกเพลย์ลิสต์วิดีโอนี้เชียวนะคะ!’
กู้ตงพูดอย่างคึกคัก “วิดีโอพวกนี้น่ะคนจงโจวเองยังดูเลยนะคะ ก็เพราะตอนมหกรรมดนตรีบลูสตาร์นั่นแหละค่ะ คุณทำผลงานได้น่าทึ่งมากจนตอนนี้คนจงโจวอยากขุดกรุของคุณมาไล่ดูให้หมด!”
“ขุดกรุ?”
“ฮ่าๆๆๆ ใช่แล้วค่ะ ขุดกรุของจริง!”
“เข้าใจแล้ว ถ้าไม่มีอะไรแล้ว งั้นผมขอตัวกลับก่อนแล้วกันครับ”
ตอนที่หลินเยวียนเพิ่งเข้าร่วมบล็อกใหม่ๆ ปริมาณการเข้าชมของที่นี่ห่างจากปู้ลั่วอยู่พอสมควร ทว่าตอนนี้สามารถไล่ทันได้ เท่านี้ก็นับว่าดีมากแล้ว!
“ยอดเข้าชมไล่ทันกันเมื่อคืนพอดี”
จินมู่พูดพลางยิ้ม “ก็เพราะเมื่อคืนคุณเพิ่งลงเรื่องสั้นแนวไซไฟไปไม่ใช่เหรอครับ ดึงผู้ใช้ใหม่มาได้เยอะเลย แม้แต่ฝั่งเว่ยโจวก็มีคนสมัครบัญชีใหม่เข้ามาเพียบ ล้วนแล้วแต่เข้ามาเพราะอยากอ่านนิยายของคุณ ถ้าเป็นไปได้ คุณลองเขียนเรื่องสั้นเพิ่มอีกสักเรื่องสองเรื่องในบล็อกดูไหมครับ จะช่วยให้ปริมาณการเข้าชมของบล็อกคงที่มากขึ้น”
“ได้ครับ แล้วมีเรื่องอะไรอีกไหม?”
“ยังมีอีกเรื่องหนึ่งเกี่ยวกับอิ่งจือครับ คุณยังจำถังอี๋ได้ไหม?”
“จำได้”
ก่อนหน้านี้ เพื่อโจมตีแผนกการ์ตูนของปู้ลั่ว หานจี้เหม่ยได้ดึงตัวนักวาดการ์ตูนหลายคนมาเข้าร่วมกับบล็อก ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือถังอี๋
เวลานั้น นักวาดแต่ละคนได้รับลิขสิทธิ์มังงะจากหลินเยวียนคนละหนึ่งเรื่อง เขาจำได้ดีว่าเรื่องที่มอบให้ถังอี๋ก็คือสาวน้อยเวทมนตร์มาโดกะ
“คือแบบนี้ครับ”
จินมู่พูดต่อ
“ถังอี๋วาดเรื่องสาวน้อยเวทมนตร์มาโดกะจบแล้ว แต่เธอยังไม่รู้ว่าจะเลือกหัวข้อเรื่องใหม่เป็นแนวไหนดี ดูเหมือนเธออยากขอผลงานใหม่จากคุณอีกเรื่อง ยังไงซะ ก่อนหน้านี้เราก็เคยสัญญากันไว้นี่ครับ”
“อ้อ”
หลินเยวียนพยักหน้าเล็กน้อย “เดี๋ยวผมเลือกให้อีกเรื่อง”
“ได้เลยครับ”
จินมู่ชินกับความเหนือความคาดหมายของหลินเยวียนมานานแล้ว ตอนนี้ต่อให้มีเรื่องน่าตกใจแค่ไหนก็ทำเขารู้สึกเฉยชาไปแล้ว “ถังอี๋อยากได้การ์ตูนเรื่องใหม่ที่ออกแนวหญิงสาวสักหน่อย แนวชีวิตประจำวันก็ได้ เว็บการ์ตูนของเรายังขาดประเภทนี้อยู่พอดี”
“อืม”
จากนั้นหลินเยวียนก็นั่งอยู่ในสตูดิโอจนถึงช่วงเที่ยง จินมู่จึงชวนเหล่าลูกศิษย์สายการ์ตูนของหลินเยวียนมากินข้าวด้วยกัน
ลูกศิษย์เหล่านี้รู้ดีว่าอิ่งจือกับเซี่ยนอวี๋คือคนคนเดียวกัน มื้อนี้จึงเต็มไปด้วยถ้อยคำแสดงความยินดีอย่างไม่ขาดสาย
สำหรับพวกเขาแล้ว อาจารย์อย่างหลินเยวียนนับเป็นบุคคลที่พวกเขายอมรับและเคารพอย่างสุดหัวใจ
หลังจากกินอาหารเสร็จ
หลินเยวียนก็กลับถึงบ้าน
เมื่อหยิบมือถือขึ้นมา ล็อกอินเข้าบัญชีฉู่ขวง เปิดอ่านคอมเมนต์ของเรื่องผู้โศกศัลย์ คิ้วของหลินเยวียนก็พลันเลิกขึ้นเล็กน้อย
เหอะ
ดูเหมือนว่าผู้อ่านเหล่านี้ยังไม่ค่อยยอมรับความพ่ายแพ้ง่ายๆ สักเท่าไหร่สินะ?
………………………………………………………….

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอน 837-839 ไม่มีข้อความเลยครับ...