ตอนที่ 1078 ราชินีแห่งความน่ารักรุ่นที่หนึ่ง
แม้ว่าถังอี๋จะพยายามยืนกรานว่าอูมารุจังคือภรรยาของเธอ
แต่ในสายตาของผู้อ่านทั้งหลาย เธอคงเป็นได้แค่คุณแม่ของอูมารุจังเท่านั้นแหละ
แล้วคุณพ่อคือใครล่ะ?
แน่นอนว่าต้องเป็นผู้เขียนต้นฉบับของการ์ตูนเรื่องนี้อย่างอิ่งจือนั่นเอง
เมื่อแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ได้รับการจุดประกาย
ถังอี๋ก็สามารถปรับตัวเข้ากับลายเส้นของอูมารุจังได้อย่างรวดเร็ว เธอเริ่มลงมือวาดตอนต่อไปตามโครงเรื่องที่อิ่งจือมอบให้ พร้อมทั้งใส่ความเข้าใจและจินตนาการของตัวเองลงไปในงานด้วย
ไม่กี่วันต่อมา
การ์ตูนเรื่องใหม่ในชื่อ ‘อูมารุจังตัวแสบ’ ก็ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการบนเว็บไซต์การ์ตูนของเหลียนเหมิง!
จะว่าไปแล้ว…
เนื่องจากอิ่งจือได้มอบการ์ตูนดังๆ หลายเรื่องให้กับเว็บไซต์เหลียนเหมิง ตอนนี้เว็บไซต์แห่งนี้ก็กลายเป็นเว็บการ์ตูนที่ใหญ่และประสบความสำเร็จที่สุดบนบลูสตาร์แล้ว!
สถานะของอิ่งจือเองก็ยิ่งสูงตามไปด้วย ผู้อ่านมากมายต่างยกย่องให้เป็นเทพแห่งวงการการ์ตูนตัวจริง!
และเมื่อเทพการ์ตูนอย่างอิ่งจือได้จับมือร่วมงานกับนักวาดแถวหน้าอย่างถังอี๋ เปิดตัวการ์ตูนเรื่องใหม่อย่างอูมารุจังตัวแสบ ทรัพยากรสำหรับการประชาสัมพันธ์ระดับสูงสุดจากทางเว็บไซต์จึงถูกนำมามอบให้ต่อหน้าในทันที!
แบนเนอร์เว็บไซต์ขึ้นสูงเด่นเป็นสง่า!
นอกจากนี้ ตอนท้ายของการ์ตูนหลายเรื่องบนเว็บไซต์ ไม่ว่าจะเป็นนักเรียนประถมแห่งความตาย นินจาจอมคาถา และราชาโจรสลัดฉบับบลูสตาร์ ต่างก็ถูกแทรกการโปรโมตข้ามเรื่องเอาไว้ด้วย
คำว่า ‘โปรโมตข้ามเรื่อง’ ที่จริงแล้วหมายถึงการแนะนำผลงานใหม่ โดยใช้ตัวละครจากเรื่องอื่นมาคอลแลบกัน เป็นการโปรโมตที่น่าสนใจและได้ผลดีมากกว่าการเขียนเป็นข้อความธรรมดา
และตอนนี้ อูมารุจัง ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการในฐานะ น้องใหม่แห่ง ‘จักรวาลการ์ตูนของอิ่งจือ’
ใช่แล้ว ‘จักรวาลการ์ตูนของอิ่งจือ’
นี่คือคำเรียกติดปากของผู้อ่านในปัจจุบัน เมื่อพูดถึงการ์ตูนของเว็บไซต์เหลียนเหมิง
เพราะการ์ตูนที่ดังที่สุดของเว็บนี้ ล้วนแล้วแต่มาจากปลายปากกาของอิ่งจือทั้งสิ้น ทุกคนจึงพร้อมใจกันใช้ชื่อนี้เรียกรวมจักรวาลการ์ตูนของเขา
และอิ่งจือเองก็ได้รับฉายาว่า ‘บิดาแห่งเหลียนเหมิง’
อิ่งจือก็เหมือนกับสแตน ลีผู้เป็นบิดาแห่งจักรวาลมาร์เวลในโลกเดิม
แต่เห็นได้ชัดว่า
ตัวตนของอิ่งจือนั้นยังมีอิทธิพลและบทบาทในผลงานมากกว่าสแตน ลีเสียอีก!
อิ่งจือคือพ่อผู้ให้กำเนิดการ์ตูนเหล่านี้ตัวจริง ต่อให้ในตอนนี้ เหลียนเหมิง จะไม่ได้พึ่งพาผลงานของอิ่งจือเพียงอย่างเดียวในการดึงดูดผู้อ่านอีกต่อไปแล้วก็ตาม แต่ถึงกระนั้น ในบรรดาการ์ตูนระดับแนวหน้า ก็ยังคงมีถึง 80 เปอร์เซ็นต์ที่เป็นผลงานของเขา
เพราะฉะนั้น
อูมารุจังจึงพูดได้ว่าเกิดมาภายใต้ร่มโพธิ์ร่มไทรของคุณพ่ออิ่งจือโดยแท้การ์ตูนเรื่องอูมารุจังตัวแสบจึงได้ตำแหน่งเจ้าหญิงน้อยแห่งตระกูลการ์ตูนของอิ่งจือไปโดยปริยาย
และท่ามกลางแสงสว่างที่สาดส่อง การ์ตูนเรื่องอูมารุจังตัวแสบที่เพิ่งลืมตาดูโลก ก็ไม่ได้ทำให้ทุกคนผิดหวังแม้แต่น้อย
ทันทีที่เปิดตัวออนไลน์ ก็ได้รับแรงสนับสนุนอย่างล้นหลาม!
สไตล์น่ารักสดใส ช่วยเยียวยาหัวใจของโอตาคุหนุ่มทั้งหลายได้ในพริบตา!
‘น่ารักเกินกว่าจะให้อภัยได้!’
‘ขอประกาศตั้งแต่วันนี้ อูมารุจังคือภรรยาของผม!’
‘ชักกระบี่มาสิ เจ้าศัตรูหัวใจ!’
‘บอกต่อไป เจ้าโอตาคุเพ้อเจ้อสองคนข้างบนกำลังจะดวลดาบกัน!’
‘บอกต่อไป เจ้าโอตาคุเพ้อเจ้อสองคนนั้นนัดดวลกันเพราะแย่งอูมารุจัง!’
‘บอกต่อไป เจ้าโอตาคุเพ้อเจ้อจากทั้งฉิน ฉี ฉู่ เยี่ยน หาน จ้าว เว่ยต่างถวายตัว กลายเป็นฮาเร็มของอูมารุจังไปหมดแล้ว!’
‘ภรรยาผมน่ารักมุ้งมิ้งที่สุด!’
‘เหลียนเหมิงจะเคลื่อนไหวเร็วหน่อยได้ไหม เงินซื้อฟิกเกอร์เตรียมไว้แล้ว!”
‘นี่ดูถูกกันอยู่เหรอ รีบปล่อยสินค้ารอบอูมารุจังมาสักที เงินในกระเป๋าผมสั่นแล้วเนี่ย’
แน่นอนว่าสินค้าจำพวกฟิกเกอร์นั้น ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่สามารถผลิตออกมาได้เร็วปานนั้น
แต่สิ่งที่เรียกความสนใจจากบริษัทต่างๆ ได้มาก กลับเป็น ลิขสิทธิ์การดัดแปลงแอนิเมชัน น่าเสียดายที่เหลียนเหมิงนั้นแยู่ภายใต้การควบคุมของสตาร์ไลท์ดังนั้นบริษัทผู้ผลิตแอนิเมชันจึงเป็นแผนกแอนิเมชันของสตาร์ไลท์ไปโดยปริยาย
อันที่จริง
“ใช่ครับ” หลินเยวียนพยักหน้า
“เข้าใจแล้วครับ”
จินมู่แอบรู้สึกประทับใจกับความเร็วในการเขียนของหลินเยวียนแต่แล้วเขาก็พูดขึ้นว่า “เรารอก่อนดีไหมครับ?”
หลินเยวียนถามกลับ “รอ?”
จินมู่รับต้นฉบับมาไว้ในมือ พลางอธิบายว่า“เดือนหน้าจะมีการจัดงานประกาศรางวัลกาแล็กซีอวอร์ดที่เว่ยโจว เป็นรางวัลใหญ่ประจำปีสำหรับนิยายไซไฟ ถือเป็นรางวัลทรงเกียรติที่สุดในสายนี้เลยละครับเราน่าจะลองส่งผลงานเข้าไปดู เผื่อว่าคว้ารางวัลมาได้บ้างถ้าชนะขึ้นมา จะช่วยกระตุ้นยอดขายได้ดีมากเลยล่ะครับ!”
“จำเป็นด้วยหรือครับ?”
“ในตลาดของเราเองน่ะ ไม่จำเป็นหรอก แต่คุณไม่อยากบุกตลาดนิยายไซไฟของเว่ยโจวหรือครับ ถ้าเป็นตลาดฝั่งนั้นล่ะก็ จำเป็นมากเลยละ เพราะแฟนๆ นิยายไซไฟที่นั่นค่อนข้างกีดกันคนนอก พูดตรงๆ ก็คือพวกเขามักจะไม่สนใจนิยายจากทวีปอื่นเลย ยกเว้นแค่จงโจวที่ระดับฝีมือยังเหนือกว่าพวกเขานิดหน่อยในสายตาพวกเขา คิดว่านักเขียนจากที่อื่นเขียนนิยายไซไฟดีๆ ไม่ได้แต่ถ้าเราคว้ารางวัลกาแล็กซีมาได้ละก็ จะเป็นเหมือนใบเบิกทางให้เราบุกตลาดเว่ยโจวได้ง่ายขึ้นเป็นเท่าตัวเลยเพราะพวกเราให้การยอมรับรางวัลนี้มาก”
“ก็ได้” หลินเยวียนพยักหน้า
“เราเหลือเวลาไม่มากแล้วนะ กำหนดส่งผลงานน่าจะปิดในอีกไม่กี่วันนี้ตอนแรกผมยังนึกว่าคุณน่าจะไม่ทันด้วยซ้ำ ถ้าทันก็ดีแล้ว ให้ทางคลังหนังสือซิลเวอร์บลูเป็นคนยื่นก็แล้วกันครับ พวกเขามีช่องติดต่อโดยเฉพาะ”
จินมู่กล่าวอย่างยิ้มแย้ม
หลินเยวียนก็พยักหน้าเห็นด้วย
เขาเข้าใจเจตนาของจินมู่ การได้รับรางวัล ก็เหมือนกับการเคลือบทองให้กับผลงานเมื่อมีทองเคลือบไว้แล้ว ผู้คนก็จะตั้งความคาดหวังมากขึ้นเอง
นี่แหละ คือความประดักประเดิดที่เกิดขึ้นจากการผนวกรวมทวีปใหม่ได้ไม่นาน
ชื่อเสียงของฉู่ขวงนั้น โด่งดังในหมู่ผู้อ่านจากฉิน ฉี ฉู่ เยี่ยน หาน และจ้าว ไม่จำเป็นต้องพึ่งรางวัลใดๆ ให้มาเคลือบทองให้เลยด้วยซ้ำแต่ถ้าหากคิดจะใช้ผลงานแนวไซไฟบุกเข้าสู่ตลาดของเว่ยโจวละก็ รางวัลนี้สำคัญอย่างยิ่งอย่างไรเสีย เว่ยโจวเพิ่งเข้าร่วมเป็นกับทวีปอื่นๆ ได้เพียงไม่กี่เดือน ฐานผู้อ่านยังน้อย และแฟนๆ ฝั่งนั้นก็ยังไม่ได้เชื่อมั่นในตัวเจ้าแก่ฉู่ขวงมากเท่าทวีปอื่นซึ่งผนวกรวมมานานแล้ว
“งั้นผมกลับก่อนนะครับ”
สำหรับหลินเยวียนแล้ว หลังจากเขียนต้นฉบับเสร็จก็ไม่ใช่หน้าที่เขาอีกจินมู่จะเป็นคนจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย
“ไว้เจอกันครับ”
จินมู่โบกมือลา จากนั้นก็หยิบมือถือออกมาเพื่อติดต่อกับทางคลังหนังสือซิลเวอร์บลู
ผลงานไซไฟสองเรื่องก่อนหน้าของฉู่ขวงเป็นแค่เรื่องสั้น ซึ่งเขาลงในบล็อกส่วนตัวไปเลยทว่าครั้งนี้นับว่าเป็นนิยายขนาดยาว แน่นอนว่าต้องเข้าสู่กระบวนการตีพิมพ์เต็มรูปแบบและนั่นก็หมายความว่า ทางคลังหนังสือซิลเวอร์บลูจะเป็นผู้รับผิดชอบรายละเอียดทั้งหมดเอง
……………………………………………………………

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอน 837-839 ไม่มีข้อความเลยครับ...