ตอนที่ 1077 การ์ตูนสาวน้อยน่ารัก
………………..
เขียนนิยายแบบระดมสมอง!
อันที่จริง นี่ไม่ใช่แค่การเล่นมุกลอกไอเดียจากคอมเมนต์แบบในนิยายแนวปัจจุบันหรอก
หลายคนอาจยังไม่รู้ว่า
ในบางแง่มุมของต้นฉบับนิยายเรื่องภารกิจกู้ชีวิตบนดาวอังคารของแอนดี เวียร์ ก็มีองค์ประกอบของการเขียนแบบระดมสมองอยู่จริงๆ
ผู้แต่งอย่างแอนดี เวียร์เป็นเด็กเนิร์ดสายวิทย์คนหนึ่ง
เขาจะตั้งคำถามขึ้นมาโดยอ้างอิงจากสถานการณ์จริงบนดาวอังคาร จากนั้นจึงคิดหาแนวทางแก้ไขปัญหาแต่ละข้อ
ความจริงจังในรายละเอียดของเขา ยังส่งผลไปถึงโครงสร้างของนิยายโดยตรงอีกด้วย
หากคุณอ่านนิยายจะพบว่า
ทุกครั้งที่ตัวเอกเจอปัญหา โครงสร้างการเล่าเรื่องมักจะเป็นเช่นนี้เสมอ
วิเคราะห์ปัญหาและตั้งสมมติฐาน
ทดลองเล็กๆ เพื่อพิสูจน์สมมติฐาน
จากนั้นจึงตัดสินใจเลือกวิธีแก้ปัญหา
และสุดท้าย เริ่มลงมือปฏิบัติจริง!
นั่นแหละคือเหตุผลที่ทำให้ทุกคนรู้สึกว่า รายละเอียดทุกอย่างในนิยายเรื่องนี้สมจริงจนน่าเหลือเชื่อ และความสมจริงที่ดูเหมือนจับต้องได้นี่เอง คือส่วนที่มีเสน่ห์ที่สุดของนิยายเรื่องนี้
แต่นี่ก็ไม่ใช่ความดีความชอบของผู้เขียนไปเสียทั้งหมด
เพราะผู้อ่านของแอนดี เวียร์นั้น ส่วนใหญ่ก็เป็นเนิร์ดสายวิทย์คล้ายคลึงกับเขา
ในหมู่ผู้อ่านเหล่านี้ มีทั้งนักเคมี นักฟิสิกส์ วิศวกรไฟฟ้า และอาชีพอื่นๆ อยู่จำนวนมาก
พวกเขาเหล่านี้จะนั่งคำนวณเนื้อหาต่างๆ ที่ปรากฏในเรื่องภารกิจกู้ชีวิตบนดาวอังคาร เพื่อชี้ให้เห็นจุดที่อาจ ไม่ถูกต้องตามหลักวิทยาศาสตร์
ท้ายที่สุด
แอนดี เวียร์จึงคัดเลือกผู้อ่านสายวิทย์ระดับมืออาชีพมาราวๆ สามพันคน
คนกลุ่มนี้ไม่ได้ทำอะไรเลย นอกจากช่วยจับผิดความไม่แม่นยำในนิยายให้เขาเท่านั้น
กระบวนการแบบนี้เอง ทำให้เขามั่นใจในความถูกต้องทางวิทยาศาสตร์ของเนื้อหามากขึ้น เพราะผ่านการตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญหลากหลายสาขามาแล้ว
ถือเป็นวิธีการเขียนนิยายแบบระดมสมองแบบเล่นใหญ่อย่างแท้จริง
แม้แต่วงในขององค์การอวกาศก็ยังต้องตะลึงหลังอ่านนิยายเรื่องนี้จบ จนต้องมาซักไซ้กับผู้เขียนว่ารู้จักใครในองค์การอวกาศหรือเปล่า เพราะบางเนื้อหาที่อยู่ในเรื่องนั้น ไม่มีข้อมูลให้ค้นหาได้บนโลกออนไลน์เลยด้วยซ้ำ!
แน่นอน
สุดท้ายแล้ว คนที่เจ๋งที่สุดก็ยังเป็นตัวผู้เขียนเอง
แอนดี เวียร์ต้องการเขียนนิยายเรื่องนี้ให้ออกมาสมบูรณ์ที่สุด เขาจึงลงมือศึกษาความรู้หลากหลายแขนงด้วยตัวเอง ทั้งกลศาสตร์วงโคจร พฤกษศาสตร์ ดาราศาสตร์ หรือแม้แต่วิศวกรรมการบิน ถึงขนาดที่เขาลงทุนเขียนซอฟต์แวร์ขึ้นมาเอง เพื่อใช้คำนวณเวลาเดินทางจากโลกไปดาวอังคารให้แม่นยำที่สุด!
“สิ่งที่เขาทำนั้นฮาร์ดคอร์กว่านิยายที่เขาเขียนซะอีก!”
หลินเยวียนถึงกับเอ่ยปากชื่นชม
นิยายไซไฟที่มีเนื้อหายึดโยงกับวิทยาศาสตร์ยุคปัจจุบันอย่างเข้มข้นย่อมต้องการผู้เขียนที่มีความสามารถรอบด้านและเข้าใจเทคโนโลยีอย่างลึกซึ้ง
และหลังจากที่ปลุกกระแสความสนใจของผู้อ่านได้สำเร็จหลินเยวียนจึงเริ่มแลกเปลี่ยนเพื่อขอรับต้นฉบับภารกิจกู้ชีวิตบนดาวอังคารจากระบบ
สิ่งที่ทำให้หลินเยวียนรู้สึกประหลาดใจก็คือ ต้นฉบับที่ซื้อมาได้จากระบบนั้นดูเหมือนจะแตกต่างจากเวอร์ชันที่มีอยู่บนโลก!
เมื่อเปิดอ่านอย่างละเอียด หลินเยวียนก็ถึงกับลิงโลดสุดขีด!
เพราะระบบได้ปรับแก้เนื้อหาทั้งหมดที่ไม่สอดคล้องกับบลูสตาร์ให้เรียบร้อยแล้ว!
พูดง่ายๆ ก็คือ
ระบบได้มอบนิยายภารกิจกู้ชีวิตบนดาวอังคารเวอร์ชันที่เขียนโดยอ้างอิงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของบลูสตาร์โดยเฉพาะให้กับหลินเยวียน
นั่นทำให้เขาไม่ต้องเสียเวลามาปรับแก้เนื้อหาเอง
เพราะถึงอย่างไร เทคโนโลยีด้านอวกาศของบลูสตาร์ ก็ยังแตกต่างจากของโลกอยู่พอสมควร
เมื่อมีระบบช่วยจัดการส่วนที่ไม่สอดคล้องให้แล้ว ความเร็วในการเขียนนิยายของหลินเยวียนจึงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว หลินเยวียนรู้สึกได้ว่าอีกไม่นาน เขาน่าจะสามารถเขียนนิยายเรื่องนี้จบได้
แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ยังเลือกที่จะชะลอความเร็วลงเล็กน้อย
ไม่ใช่เพียงเพราะไม่อยากให้ตนเองดูเทพเกินมนุษย์ แต่ยังมีอีกเรื่องหนึ่งที่เขาต้องทำให้เสร็จด้วย
พูดให้ชัดก็คือ เป็นเรื่องของอิ่งจือ
ก่อนหน้านี้จินมู่เคยบอกว่าถังอี๋วาดเรื่องสาวน้อยเวทมนตร์มาโดกะจบแล้ว
ตอนนี้เธอกำลังมองหาการ์ตูนเรื่องใหม่ที่เป็นแนวชีวิตประจำวัน ถ้าเป็นแนวสาวน้อยจะยิ่งดี
หลินเยวียนคิดอยู่ไม่นาน
แล้วก็ได้ไอเดียทันที
เขาตัดสินใจจะนำเรื่อง ‘อูมารุจังตัวแสบ’ มาเขียนใหม่!
การ์ตูนเรื่องนี้น่ะเหรอ จะบอกว่าเป็นแค่แนวสาวน้อยได้ยังไงนี่แทบจะเป็นตัวแทนของการ์ตูนแนวสาวน้อยสายน่ารักเลยต่างหาก!
หลินเยวียนเองก็ถือว่าเข้าใจตลาดการ์ตูนของบลูสตาร์อยู่พอสมควร การ์ตูนแนวกระแสหลักยังคงครองตลาดเกือบทั้งหมด แทบไม่ค่อยมีสายชีวิตประจำวันแนวนุ่มนิ่มแบบนี้ที่ได้รับความสนใจมากนักนับประสาอะไรกับการ์ตูนแนวน่ารักใสๆ อย่างเรื่องอูมารุจังตัวแสบ
การ์ตูนแบบนี้ ถ้าได้นำเสนอออกมาอาจจะทำให้ผู้อ่านหลายคนรู้สึกแปลกใหม่ขึ้นมาบ้างก็ได้
“น่ารักเกินไปแล้วมั้ง!”
ลายเส้นที่แอบมีความหลุดโลกเล็กน้อย ทำเอานักวาดการ์ตูนระดับหัวแถวของเหลียนเหมิงหัวเราะกันครืนทั้งห้อง
การ์ตูนแนวสาวน้อยน่ารักสดใสที่เน้นความสบายใจและชีวิตประจำวันแบบนี้ สำหรับคนที่ชอบแนวนี้แล้ว บอกเลยว่าเยียวยาหัวใจได้ดีสุดๆ
ท่ามกลางเสียงหัวเราะของทุกคน
ถังอี๋เองก็กำลังอ่านการ์ตูนเรื่องนี้อยู่เช่นกัน
ดวงตาของเธอค่อยๆ เป็นประกายขึ้นเรื่อยๆ ทั้งตัวถึงกับหลงใหลในต้นฉบับจนวางไม่ลงเลยทีเดียว
“น่ารักเกินต้าน!”
แต่เดิมถังอี๋ก็แค่ต้องการการ์ตูนแนวสาวน้อยกับชีวิตประจำวันธรรมดาไม่คิดเลยว่าอิ่งจือจะเพิ่มพลังความน่ารักสดใสเข้ามา จนทำให้ผลงานดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาในชั่วพริบตา!
ชอบมาก!
ชอบสุดๆ !
เรื่องนี้ต้องตั้งใจวาดให้ดี ถ้าได้ทำเป็นแอนิเมชันแล้วหานักพากย์เสียงหญิงที่เหมาะสมมารับบทละก็บางทีอาจดังระเบิดขึ้นมาก็ได้ระ!
“ดูท่า เทพอิ่งจะไม่หลอกพวกเราจริงๆ ด้วย”
“ถึงการ์ตูนแต่ละเรื่องของพวกเราจะใกล้จบกันแล้วแต่ก็จะยังได้รับไอเดียดีๆ แบบนี้จากเขาอยู่!”
“สไตล์นี้น่ะ สุดยอดจริงๆ!”
“ไม่เสียแรงที่เป็นเพื่อนซี้ของฉู่ขวงกับเซี่ยนอวี๋!”
“นั่นสิ!”
“ฉู่ขวงเชี่ยวชาญงานเขียนสารพัดรูปแบบ ตอนนี้ถึงกับเขียนไซไฟแล้วด้วย เซี่ยนอวี๋ก็แต่งเพลงได้ทุกแนว แม้แต่เครื่องดนตรีแปลกๆ ก็ยังเล่นได้ ส่วนอิ่งจือก็เหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นการ์ตูนแนวกระแสหลักที่เดือดเลือดพล่าน หรือเฉพาะกลุ่ม ก็เขียนได้ทั้งนั้น แล้วดูตอนนี้สิ เขาวาดการ์ตูนแนวสาวน้อยน่ารักสดใจเยียวยาหัวใจได้อีก นี่มันเทพเจ้าแห่งวงการ์ตูนชัดๆ !”
“ถังอี๋!”
ทันใดนั้น ทุกคนในห้องก็เปลี่ยนสีหน้าเป็นจริงจังขึ้นมาทันที
ถังอี๋กำลังอ่านการ์ตูนอย่างเพลิดเพลินพอได้ยินเสียงเรียกก็เงยหน้าขึ้นมาถามด้วยความงุนงง “อะไรเหรอ”
ทุกคนมองไปยังอูมารุจังตัวแสบผู้แสนน่ารัก แล้วแทบจะพูดพร้อมกันเป็นเสียงเดียวว่า “ช่วยวาดภรรยาของพวกเราให้ออกมาดีที่สุดด้วยนะ!”
ถังอี๋ “?”
พวกนายมันโอตาคุจอมเพ้อเจ้อกันทั้งนั้น!
อูมารุจังน่ะ ภรรยาฉันต่างหากล่ะ!
………………………………………………………….

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอน 837-839 ไม่มีข้อความเลยครับ...