ตอนที่ 1085 อิ่งจือไร้ตัวตน
และในขณะเดียวกับที่เสิ่นจงอ่านนิยายจบ
ผู้อ่านจากทั่วทุกทวีปในบลูสตาร์ก็ต่างทยอยอ่านนิยายเล่มนี้จบเช่นเดียวกัน
หลังจากอ่านจบ
ผู้อ่านนับไม่ถ้วนต่างก็รู้สึกตะลึง
เนื้อหาของนิยายไม่ได้มีฉากพลิกผันแบบเหนือความคาดหมายอย่างที่ทุกคนจินตนาการไว้
นิยายเรื่องนี้ซึ่งคว้ารางวัลกาแล็กซีอวอร์ด สาขานิยายวิทยาศาสตร์ขนาดกลางถึงยาวยอดเยี่ยม กลับไม่มีจินตนาการสุดล้ำหรือแนวคิดนอกกรอบที่ทำให้คนร้องโอ้โฮ ฉากหลังของเรื่องราวทั้งหมด กลับอิงอยู่บนหลักวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่มีอยู่จริงในปัจจุบัน จนดูประหนึ่งงานเขียนแนวกึ่งสารคดีก็มิปาน
เข้มข้น!
สมจริง!
ขณะที่อ่าน
ถึงแม้ผู้อ่านจะรู้ดีว่าเรื่องนี้คือการแสดงเดี่ยวบนดาวอังคารของตัวเอก และแม้จะรู้ว่ามาร์กมีออร่าตัวเอกคุ้มครองจนไม่น่าจะตายได้ง่ายๆ แต่กลับยังถูกเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่พลิกไปพลิกมาเขย่าอารมณ์จนแทบหยุดหายใจ!
แต่นิยายเล่มนี้กลับไม่น่าเบื่อเลยสักนิด
ความช่างจ้อของตัวเอก และสไตล์การเขียนที่กวนประสาทและตลกขบขัน ช่วยคลายความตึงเครียดให้ผู้อ่านได้ตลอดเวลา
เรื่องราวนี้ซึมซับมาจากรากฐานความคิด คือความปรารถนาในสิ่งไม่รู้และการผจญภัย รวมถึงความหวังอันสดใสต่ออวกาศและจักรวาล!
[ผมคือราชาแห่งดาวอังคาร!]
[ในทางเทคนิคแล้ว ดาวอังคารคืออาณานิคมของผม]
[พวกเขาสามารถส่งข้อมูลจากโลกมายังดาวอังคารได้ แต่กลับส่งมาอีกสิบเมตรจนถึงแคปซูลไม่ได้]
[อวกาศจะไม่ปรานีใคร ในบางช่วงเวลา ทุกอย่างจะเลวร้ายลงเรื่อยๆ และเมื่อเป็นเช่นนั้น สิ่งเดียวที่ทำได้คือเผชิญหน้าอย่างเข้มแข็ง นี่คือวิธีที่ผมรับมือกับปัญหานี้ คุณจะยอมแพ้ หรือจะสู้กลับ ก็แค่นั้นเอง ตราบใดที่คุณเริ่มต้น ทำการคำนวณ แก้ปัญหาหนึ่ง แล้วก็อีกปัญหา และอีกปัญหา เมื่อคุณแก้ปัญหาได้มากพอ คุณก็จะได้กลับบ้าน]
[ผมจะเป็นมนุษย์คนแรกที่ตายในดาวอังคาร]
[รอยเท้าสุดท้ายของผมจะอยู่ในทะเลทรายแดงที่เต็มไปด้วยฝุ่นผงนี้!]
[วันนี้ผมจะออกจากดาวอังคาร]
[จะตาย!]
[หรือจะอยู่รอด!]
วลีคลาสสิกเหล่านี้ในนิยาย ไม่ว่าจะออกมาจากปากของตัวเอก หรือจะเป็นคำบรรยายโดยผู้เขียน ล้วนมีเสน่ห์เฉพาะตัวของวิทยาศาสตร์และถ้อยคำที่ตราตรึงใจเมื่อได้อ่าน
…
บนโลกออนไลน์
ทั่วทุกทวีปต่างถกเถียงกันอย่างดุเดือด!
‘ในที่สุดเจ้าแก่ฉู่ขวงก็เขียนนิยายที่เยียวยาหัวใจคนอ่านได้จริงๆ สไตล์การเขียนทั้งตลก ทั้งเพี้ยน ตัวเอกนี่แสบจริงๆ !’
‘นี่ใช่ฉู่ขวงที่ฉันรู้จักแน่เหรอ?’
‘ตัวเอกที่เขาเขียนในเรื่องนี้ดูชิลล์มาก แถมยังน่ารักอีกต่างหาก โดยเฉพาะตอนที่รู้ว่าชีวิตตัวเองถูกถ่ายทอดสดให้ทั้งโลกดู เขาดันเล่าเรื่องตลก 18+ ซะงั้น!’
‘นิยายเรื่องนี้ไม่มีตัวร้ายเลย!’
‘นี่มันแทบจะเป็นเทพนิยายอวกาศชัดๆ !’
‘นิยายเรื่องก่อนๆ ของฉู่ขวง ฉันจะบอกว่าอ่านสนุกมาก แต่เรื่องนี้ให้ความรู้สึกว่าความรู้ที่ได้น่าจะนำไปใช้ได้จริงเลยละ!’
‘เจ้าแก่ฉู่ขวงนี่มีความรู้รอบตัวเยอะจริงๆ !’
‘รายละเอียดทีสมจริงสุดๆ ทำเอาผมสงสัยว่านี่มันเรื่องจริงหรือเปล่า ลืมไปแล้วว่าครั้งสุดท้ายที่ได้อ่านนิยายไซไฟแบบสายแข็งจบในรวดเดียวคือเมื่อไหร่ เจ้าแก่ฉู่ขวงไม่ต้องเล่นดราม่าให้คนร้องไห้ก็ยังเขียนเรื่องให้คนซึ้งจนน้ำตารื้นได้!’
‘ไม่น่าเชื่อว่าฉันจะอ่านนิยายไซไฟแล้ววางไม่ลง!’
‘ทั้งการอ่านนิยายไซไฟครั้งแรก ครั้งที่สอง และครั้งที่สามของฉันล้วนมอบให้กับฉู่ขวงหมดแล้ว เขาทำให้ฉันตกหลุมรักนิยายไซไฟจริงๆ !’
‘ฉันก็เหมือนกัน ปกติไม่อ่านไซไฟ แต่เล่มนี้อ่านแล้วมีความสุขเป็นบ้า!’
‘ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมถึงได้รางวัลกาแล็กซีอวอร์ด!’
‘เนื้อเรื่องที่ทั้งตื่นเต้นเร้าใจ ผสมผสานกับความมองโลกในแง่ดีที่เต็มไปด้วยอารมณ์ขัน กลายเป็นเรื่องราวที่ทั้งสนุกและเข้าถึงอารมณ์อย่างลึกซึ้ง ฉู่ขวงคือสุดยอดนักเขียนนิยายวิทยาศาสตร์ของฉินโจวอย่างแท้จริง!’
…
ไม่ใช่แค่ฉิน ฉี ฉู่ เยี่ยน หาน จ้าวเท่านั้น
แม้แต่ฝั่งเว่ยโจวเอง ผู้อ่านก็ถูกนิยายเรื่องนี้พิชิตใจเช่นเดียวกัน!
ชาวเว่ยโจวไม่เคยคิดเลยว่า นอกจากจงโจวกับเว่ยโจวแล้ว นักเขียนจากฉินโจวก็สามารถเขียนนิยายแนววิทยาศาสตร์ดีขนาดนี้ได้เช่นกัน!
‘อ่านจนจบทั้งเล่มด้วยสีหน้าตะลึง!’
แต่ลองมาดูตอนนี้สิ นิยายเรื่องภารกิจกู้ชีวิตบนดาวอังคาร ของฉู่ขวงที่เป็นนิยายแนววิทยาศาสตร์ ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับกำลังภายในเลยสักนิดแต่ชาวจ้าวโจวก็ดูจะอ่านกันอย่างสนุกสนานไม่แพ้ใครเลยไม่ใช่หรือ?
เพราะฉู่ขวงสามารถเจาะตลาดได้สำเร็จแล้วต่างหาก
ทุกคนเริ่มยอมควักเงินซื้อนิยายของฉู่ขวงแล้ว
ต่อให้นิยายที่ฉู่ขวงเขียนนั้นจะไม่ได้มีแต่แนวกำลังภายในก็ตาม
อันที่จริง ตอนนี้ก็เริ่มมีชาวเว่ยโจวจำนวนไม่น้อย ที่หันมาซื้อผลงานเรื่องอื่นๆ ของฉู่ขวงเพราะชื่นชอบในตัวเขาแล้ว
ไม่ว่าจะเป็นบันทึกการเดินทางสู่ประจิมทิศ
หรือคนขุดสุสาน
หรือแม้แต่ยอดนักสืบโฮล์มส์ เป็นต้น
นิยายชั้นเยี่ยมเหล่านี้ ในอนาคตจะต้องได้รับความนิยมในหมู่ชาวเว่ยอย่างแน่นอน
และพฤติกรรมการอ่านของชาวเว่ยโจวก็จะค่อยๆ เปลี่ยนไปในทิศทางที่หลากหลายขึ้นเรื่อยๆ และพวกเขากลายเป็นผู้อ่านที่เปิดใจกว้างกับผลงานจากทุกหมวดหมู่
เพราะไม่ได้มีแค่ฉู่ขวงเท่านั้น
เมื่อผนวกรวมของทวีปบนบลูสตาร์เริ่มต้นขึ้น รสนิยมและสุนทรีย์ทางวรรณกรรมของแต่ละทวีป ก็จะได้รับอิทธิพลจากกันและกันมากขึ้นเรื่อยๆ จนหลอมรวมกลายเป็นความหลากหลายทางวัฒนธรรมที่แท้จริงในที่สุด
เช่นเดียวกัน
ผู้อ่านหลายคนจากแต่ละทวีปก็ไม่ได้ชื่นชอบนิยายวิทยาศาสตร์มากนัก ทว่าตอนนี้ทุกคนเริ่มให้ความสำคัญกับผลงานหมวดหมู่นี้มากขึ้น เพราะได้รับอิทธิพลจากเว่ยโจว
สิ่งเดียวที่จินมู่รู้สึกเสียดายคือ
คำกล่าวที่ว่า ‘เซี่ยนอวี๋ใต้ ฉู่ขวงเหนือ’ ที่จริงแล้วยังมีประโยคต่อว่า ‘และอิ่งจืออยู่ตรงกลาง’
อย่างไรก็ตาม
เมื่อคำพูดนี้เผยแพร่ไปถึงเว่ยโจว ตอนท้ายกลับถูกตัดทิ้งไปโดยสมบูรณ์
หลังจบงานมหกรรมดนตรีบลูสตาร์และรางวัลกาแล็กซีอวอร์ด เว่ยโจวรู้จักเพียงแค่ว่าฉินโจวมีเซี่ยนอวี๋กับฉู่ขวง แต่กลับไม่รู้เลยว่าฉินโจวยังมีอีกหนึ่งคนที่ถูกยกให้เป็นเพื่อนสนิทร่วมรุ่นกับสองคนนั้นอย่างอิ่งจือ
เหมือนว่ายังไม่ได้เตรียมตัวเตรียมใจ
อิ่งจือก็กลายเป็นคนที่ไร้ตัวตนที่สุดในหมู่สามสหายไปแล้ว?
………………………………………………….

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอน 837-839 ไม่มีข้อความเลยครับ...