ตอนที่ 1095 ผมคืออิ่งจือ (1)
………………..
หลินเยวียนเลือกภาพยนตร์เรื่อง ‘วอลล์อี หุ่นยนต์จิ๋วหัวใจเกินร้อย’ ซึ่งมีหุ่นยนต์วอลล์อีเป็นตัวเอก
เหตุผลที่เลือกเรื่องนี้?
เหตุผลแรกคือ องค์ประกอบของไซไฟที่ปรากฏอยู่ทั่วทั้งเรื่อง!
ปีนี้เว่ยโจวเพิ่งเข้าร่วมการผนวกรวม และนิยายวิทยาศาสตร์ที่ได้รับความนิยมอยู่แล้วในเว่ยโจว ก็เริ่มได้รับความสนใจจากทวีปอื่นๆ มากขึ้น
บวกกับการผลักดันของหลินเยวียนเอง
ไซไฟจึงกลายเป็นคำมาแรงที่สุดในตอนนี้
ในช่วงเวลาแบบนี้ การทำภาพยนตร์ไซไฟจึงถือเป็นการตอบรับกระแสนิยมในปัจจุบันอย่างลงตัว
แต่เมื่อเทียบกันแล้ว เหตุผลที่สองนั้นสำคัญยิ่งกว่า
เพราะภาพยนตร์เรื่องนี้มีเสียงตอบรับจากผู้ชมดีเยี่ยม!
นี่คือการสร้างภาพยนตร์แอนิเมชันเรื่องแรกของอิ่งจือ ดังนั้นสิ่งสำคัญที่สุดคือการเปิดศึกเรียกเสียงชื่นชมให้ได้อย่างงดงามตั้งแต่แรก!
เมื่อเสียงตอบรับดีแล้ว เส้นทางหลังจากนี้ก็จะราบรื่นขึ้นตามไปด้วย
ถ้าพูดถึงกระแสตอบรับแล้วละก็ บนโลกนี้ยังมีแอนิเมชันเรื่องไหนกันบ้าง ที่จะได้รับเสียงชื่นชมเหนือกว่าวอลล์-อี หุ่นจิ๋วหัวใจเกินร้อย?
นี่คือสุดยอดผลงานที่มีผู้รีวิวบนเว็บไซต์โต้วปั้นมากถึง 1,150,130 คน และได้คะแนนสูงถึง 9.3 คะแนน!
แม้ผู้ใช้โต้วปั้นบางคนจะเอาแน่เอานอนไม่ค่อยได้ แต่โดยรวมแล้วก็ถือว่ารีวิวนั้นน่าเชื่อถือมาก ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าแอนิเมชันเรื่องนี้ยังเคยคว้ารางวัลระดับโลกมากมาย ทั้งออสการ์ ลูกโลกทองคำ แอนนีอวอร์ด และแซตเทิร์นอวอร์ด
ไซไฟ + กระแสตอบรับยอดเยี่ยม!
หมัดฮุกชุดนี้จะเป็นการประเดิมเปิดตัวครั้งแรกของอิ่งจือในวงการภาพยนตร์แอนิเมชันอย่างงดงาม!
แน่นอนว่าแค่เสียงตอบรับดีอย่างเดียวไม่พอ
รายได้บ็อกซ์ออฟฟิศของเรื่องนี้ก็จัดว่าทำได้ยอดเยี่ยมมากเช่นกัน
เพียงแต่ยังไม่รู้ว่าวอลล์อีจะสามารถทำรายได้เท่าไหร่บนบลูสตาร์
ท้ายที่สุดแล้ว รายได้ของหนังบนโลกเดิมก็เป็นเพียงแค่ข้อมูลอ้างอิง เพราะมีปัจจัยที่ส่งผลต่อรายได้มากมายเกินจะคาดเดา รายได้สูงหรือต่ำกว่าบนโลก ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร
ตอนนี้ก็ยังไม่ต้องไปคิดถึงเรื่องนั้น
ในเมื่อมีเป้าหมายแล้ว ก็ต้องลงมือให้ดี
หลินเยวียนเริ่มลงมือเขียนบทภาพยนตร์ทันที ด้วยความเร็วปานสายฟ้า
เขาเขียนบทเสร็จเรียบร้อยในเวลาไม่นาน
ช่วงเที่ยงวันนั้นเอง
หลินเยวียนก็ส่งบทให้จินมู่
“ให้ไฟเขียวเลย”
“บทเสร็จแล้วเหรอครับ?”
“ครับ”
“คุณนี่ทำอะไรก็ไวไปหมดเลยนะ”
“การเสียเวลา ก็คือการสิ้นเปลืองชีวิต”
“แต่ทางนี้ เรายังหาผู้กำกับไม่ได้เลยนะ!”
หลังจากเข้าซื้อกิจการบริษัทแอนิเมชันแห่งนี้ แม้จินมู่จะสามารถรักษาทีมงานสายเทคนิคไว้ได้ แต่ผู้กำกับทั้งหมดลาออกไปหมดแล้ว!
ใครจะไปรู้ว่าหลินเยวียนจะเขียนบทเสร็จไวขนาดนี้!?
ตัวเขาเองเพิ่งจะรับหัวหน้าแผนกชุดใหม่เข้ามาได้ไม่นาน ยังไม่ทันได้หาผู้กำกับใหม่เลยด้วยซ้ำ แต่หลินเยวียนกลับเขียนบทเสร็จเรียบร้อยแล้ว แถมยังเร่งให้รีบอนุมัติโครงการอีกต่างหาก!
หลินเยวียน
“แล้วต้องใช้เวลานานแค่ไหนถึงจะหาผู้กำกับได้?”
จินมู่กล่าวว่า “ถ้าเราต้องการแค่ผู้กำกับแอนิเมชันระดับกลางๆ อาจใช้เวลาแค่ไม่กี่วันก็หาได้ แต่ในเมื่อเรากำลังจะสร้างภาพยนตร์แอนิเมชันเรื่องแรก เราต้องหาผู้กำกับระดับแถวหน้าเท่านั้น แต่ผู้กำกับแอนิเมชันแถวหน้าส่วนใหญ่อยู่ในมือของห้าบริษัทแอนิเมชันยักษ์ใหญ่ เราจึงต้องใช้เวลาคัดเลือก คุณให้เวลาผมสักหนึ่งเดือนได้ไหม?”
หลินเยวียนตอบว่า “รอไม่ไหวหรอก แค่หาผู้กำกับธรรมดาก็พอแล้ว”
สีหน้าของจินมู่พลันจริงจังขึ้นมา “ผมไม่แนะนำให้คุณทำแบบนั้นเลยครับ หัวหน้า เพราะความสามารถของผู้กำกับธรรมดายังมีข้อจำกัดมาก การทำแอนิเมชันมันต้องอาศัยทักษะของผู้กำกับสูงมาก เราจำเป็นต้องรีบขนาดนั้นเลยหรือครับ?”
หลินเยวียนคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบ
“ไม่เป็นไรครับ แค่ไม่ให้เขารับตำแหน่งผู้กำกับหลักก็พอ ถ้าเขาไม่เก่งพอจะเป็นผู้กำกับหลัก อย่างน้อยก็ให้เขาเป็นผู้ช่วยผู้กำกับได้น่า”
เพียงแต่ว่า เรื่องพวกนี้หลินเยวียนอธิบายให้จินมู่ฟังไม่ได้ เขาจึงตัดสินใจฝืนเดินหน้าเองเลย
“งั้นก็ลองดูก็ได้ครับ”
จินมู่รู้ว่าถ้าหลินเยวียนตัดสินใจอะไรแล้ว ตนเองก็ไม่มีทางเปลี่ยนใจอีกฝ่ายได้ จึงได้แต่ยอมอ่อนลงและเตือนด้วยความจริงใจ “แต่อย่าฝืนถ้ามันไม่ไหวจริงๆ เรื่องเฉพาะทาง ควรปล่อยให้คนที่เชี่ยวชาญเป็นคนจัดการดีกว่านะครับ”
ลองดูก็แค่นั้นแหละ
เมื่อหลินเยวียนรู้ว่าเกินความสามารถ ก็จะยอมถอยออกมาเอง
หลินเยวียนพูดกลั้วหัวเราะ “อย่าลืมนะ ผมไม่ใช่มือใหม่เรื่องการทำหนังนะ”
จินมู่ยกมือคลึงขมับ “ผมรู้ครับว่าคุณเป็นนักเขียนบทหลักของหนังคนแสดง แล้วคุณจะเป็นผู้กำกับหนังคนแสดงก็ยังได้ด้วยซ้ำ แต่สิ่งที่เราจะทำคราวนี้คือหนังแอนิเมชันนะครับ ไม่มีนักแสดงเลย มันคนละเรื่องกับหนังคนแสดงโดยสิ้นเชิงเลยนะ”
จินมู่ถอนหายใจ
ถือบทภาพยนตร์ไว้ในมือพลางเอ่ยว่า “เอาเป็นว่าปล่อยไปตามนั้นก่อน ผมต้องไปประชุมกับหัวหน้าแผนกต่างๆ เพื่อตั้งงบประมาณลงทุนให้เรียบร้อยก่อน”
หลินเยวียนพูดโดยไม่ลังเล “พันล้าน”
จินมู่ได้ยินดังนั้นถึงกับขนลุกซู่ แทบสำลักน้ำลายตัวเอง “ต่อให้มีเงินเยอะก็ไม่ควรเอามาเผาแบบนี้นะครับ ถึงยังไงเราก็กำลังทำแอนิเมชันเรื่องแรกนะครับ ควรเล่นแบบปลอดภัยหน่อย ผมว่าแค่สามถึงห้าร้อยล้านก็เกินพอแล้ว เพราะนี่ก็แค่โปรเจกต์ทดลอง การทุ่มเงินระดับพันล้านแบบนี้ ปกติจะมีแค่ห้าบริษัทแอนิเมชันยักษ์ใหญ่เท่านั้นที่กล้าทำ!”
หลินเยวียนส่ายหน้า
“คุณภาพต้องใช้เทคโนโลยีมาสนับสนุน และเทคโนโลยีก็ต้องใช้เงินมหาศาล!”
ตอนเลือกเรื่องนี้ หลินเยวียนก็ประเมินไว้ล่วงหน้าแล้วว่า จะต้องใช้งบประมาณระดับไหนถึงจะได้ผลลัพธ์ตามที่เขาต้องการ
บ้าไปแล้ว!
จินมู่รู้สึกว่าหลินเยวียนเหมือนคนเริ่มเสียสติ เพื่อให้อิ่งจือไล่ตามฉู่ขวงกับเซี่ยนอวี๋ได้ทันถึงขั้นไม่สนอะไรทั้งนั้น นี่มันอาการของคนที่โดนความหลงในเป้าหมายครอบงำชัดๆ !
“ผมไปประชุมก่อนแล้วกันครับ!”
จินมู่รีบเดินหนี กลัวว่าถ้าอยู่นานกว่านี้จะหัวใจวายตายเสียก่อน
หลินเยวียนพยักหน้ารับ “อย่าลืมหาผู้ช่วยผู้กำกับมาช่วยผมด้วยนะ”
เพราะผู้กำกับหลักดูแลทิศทางโดยรวม แต่เขายังต้องการผู้ช่วยกำกับที่เป็นมืออาชีพ ไว้คอยช่วยงาน
…………………………………

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอน 837-839 ไม่มีข้อความเลยครับ...