เข้าสู่ระบบผ่าน

Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน นิยาย บท 1099

ตอนที่ 1099 อย่าบอกนะว่ามีคนแอบไปดูหนังเรื่องนี้ (2)

ฉีโจว

หูเหยียนเป็นผู้กำกับของบริษัทหยางฮั่วชุนแอนิเมชัน ซึ่งเป็นหนึ่งในห้าบริษัทผลิตภาพยนตร์แอนิเมชันยักษ์ใหญ่ของบลูสตาร์

สิ่งที่ทำให้หูเหยียนกลายเป็นตำนานคือ

เขาเคยใช้เวลาแค่หกเดือนในการสร้างภาพยนตร์แอนิเมชันที่มีคุณภาพยอดเยี่ยม

ตั้งแต่นั้นมา หูเหยียนก็ได้รับการยกย่องให้เป็น ‘มือปืนเร็ว’ คนแรกในวงการภาพยนตร์แอนิเมชัน

และตั้งแต่ที่อิ่งจือประกาศจะสร้างภาพยนตร์แอนิเมชัน หูเหยียนก็เริ่มให้ความสนใจเขา

เพราะหูเหยียนชื่นชมผลงานการ์ตูนของอิ่งจือมาก และเคยคิดว่า หากมีโอกาสจะได้ร่วมงานกัน

ปรากฏว่า

สิ่งที่ทำให้หูเหยียนตกตะลึงก็เกิดขึ้นทีละเรื่อง

เริ่มจากภาพยนตร์แอนิเมชันเรื่องวอลล์อี หุ่นยนต์จิ๋วหัวใจเกินร้อยของอิ่งจือนั้นผลิตเสร็จในเวลาแค่สองเดือน

ต่อมาอิ่งจือยังเป็นผู้กำกับภาพยนตร์เรื่องนี้เอง!

ผู้กำกับหน้าใหม่ที่ใช้เวลาแค่สองเดือนในการทำแอนิเมชัน!

แค่ลองคิดก็รู้ว่า สิ่งที่ผู้กำกับใหม่ทำในสองเดือนคงไม่มีอะไรมากไปกว่าหายนะ

หูเหยียนเองก็คิดว่าเรื่องนี้ช่างน่าขันเสียยิ่งกระไร

บังเอิญเหลือเกิน

ในขณะที่ทุกคนต่างคิดไปในทางเดียวกัน

ผู้กำกับหน้าใหม่คนนี้กลับปล่อยตัวอย่างภาพยนตร์ออกมา ซึ่งทำให้ทุกคนตะลึงกันถ้วนหน้า!

แม้ว่าตัวอย่างภาพยนตร์เพียงไม่กี่นาทีจะยังไม่สามารถบอกได้เลยว่าเนื้อเรื่องจะดีแค่ไหนและผู้ชมยังไม่เข้าใจด้วยซ้ำว่าเขาต้องการสื่ออะไรในภาพยนตร์เรื่องนี้ แต่ภาพและดนตรีไม่เคยโกหกใคร!

คุณภาพของภาพสูงมาก!

ดนตรีประกอบในตัวอย่างก็โดดเด่นไม่แพ้กัน!ของแบบนี้ดีเกินกว่าจะเชื่อได้ว่าใช้เวลาแค่สองเดือนในการผลิต!

ต่อให้เป็นอย่างที่บางคนคาดไว้ ว่าเขานำส่วนที่ดีที่สุดของภาพยนตร์มาตัดรวมในตัวอย่างหมดแล้ว…

หูเหยียนก็ะรู้สึกสนใจในภาพยนตร์เรื่องนี้อย่างอดไม่ได้

“ในทางทฤษฎี สองเดือนก็พอจะทำได้นะ”

หูเหยียนวิเคราะห์สถานการณ์อย่างรอบคอบตราบใดที่มีการเตรียมงานล่วงหน้าไว้ดี และใช้เทคโนโลยีสมองกลอัจฉริยะรุ่นใหม่ล่าสุดของเว่ยโจว

แต่ว่าเทคโนโลยีนั่นราคาแพงมหาศาล

ถ้าไม่มีเงินลงทุนระดับร้อยล้านก็อย่าหวังจะได้แตะต้องเลย

ดูจากคุณภาพในตัวอย่างภาพยนตร์ของอิ่งจือแล้ว มีความเป็นไปได้สูงว่าเขาใช้เทคโนโลยีนี้จริง

และในกรณีที่ทุกขั้นตอนเป็นไปอย่างราบรื่นจริงๆก็เป็นไปได้ที่จะสร้างภาพยนตร์แอนิเมชันให้เสร็จภายในสองเดือน

แต่ทั้งหมดนี้ก็เป็นแค่การคาดการณ์ในทางทฤษฎีเท่านั้น

ในบลูสตาร์จะมีใครที่เตรียมงานไว้ล่วงหน้าได้ครบถ้วนทุกอย่างขนาดนั้นจริงหรือ?

สมองประมวลผลได้น่ากลัวเกินไปหรือเปล่า?

นั่นเท่ากับว่า ภาพยนตร์เรื่องนี้ควรจะออกมาเป็นอย่างไร ทั้งหมดถูกสร้างเสร็จในหัวของผู้กำกับไปตั้งแต่ต้นถึงได้สามารถสั่งการให้ทุกขั้นตอนเดินหน้าได้อย่างแม่นยำไร้ข้อผิดพลาด!

หูเหยียนเคยใช้เวลาครึ่งปีในการผลิตภาพยนตร์แอนิเมชันให้เสร็จ

เขาเคยเชื่อว่านั่นคือขีดจำกัดความเร็วของวงการภาพยนตร์ในบลูสตาร์แล้ว

อย่างน้อยก่อนที่เขาจะทำลายสถิติตัวเองได้เขาไม่คิดว่าจะมีใครเร็วกว่าตัวเขาได้เลย

แต่อิ่งจือก็ปรากฏตัวขึ้น

และใช้เวลาแค่สองเดือนก็ผลิตเสร็จ

สิ่งที่หูเหยียนคิดว่าตนเองต้องใช้เวลาอย่างน้อยห้าเดือนในการทำลายขีดจำกัดเดิม แต่อิ่งจือกลับย่นระยะเวลาเหลือเพียงแค่สองเดือน “บางทีเขาอาจต้องแลกบางอย่างไปเพื่อเร่งเวลาให้เร็วขนาดนี้ก็ได้ แต่ถ้าควบคุมคุณภาพของผลงานไม่ได้การมุ่งแต่ความเร็วในการผลิต มันจะมีความหมายอะไร?”

ไม่มีคุณภาพ ก็ไม่มีรายได้จากบ็อกซ์ออฟฟิศหรอก!

หูเหยียนคิดไม่ตก

และในเมื่อคิดไม่ออก ก็ไม่ต้องคิดต่อแล้ว

หูเหยียนตัดสินใจว่าจะซื้อตั๋วแล้วเข้าไปดูให้เห็นกับตาตนเอง

หูเหยียนหยิบมือถือขึ้นมา เตรียมจะจองตั๋วภาพยนตร์

แต่ทันใดนั้นเอง

เขาก็เห็นข้อความในกลุ่มแช็ตกลุ่มหนึ่งที่เขาอยู่ด้วยในกลุ่มนั้นมีเพื่อนร่วมงานจากห้าบริษัทแอนิเมชันใหญ่ของบลูสตาร์หลายคนกำลังพูดคุยกันอยู่

‘เพิ่งได้ข่าวมา ว่าหนังของอิ่งจือใช้เทคโนโลยีของเว่ยโจว’

‘หมายถึงเทคโนโลยีสมองกลอัจฉริยะนั่นน่ะเหรอ?’

‘แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ สองเดือนมันเวอร์เกินไปอยู่ดี’

“ก็ใช่น่ะสิ ฉันเห็นพวกนายด่ากันสนุกเลยก็เลยไม่พูดอะไรแต่นายก็รู้ ฉันยังชอบผลงานการ์ตูนของอิ่งจืออยู่มาก”

“งั้นเรื่องนี้ อย่าบอกให้ใครรู้นะ”

เหล่าจางมีสีหน้ากระอักกระอ่วน ไม่คิดเลยว่าจะมาเจอเหตุการณ์แบบนี้กับตัวเอง!

หูเหยียนกลั้นขำ พลางพูดว่า“ฉันไม่พูดหรอกน่า นายก็ไม่ต้องเขินคนเดียวหรอกลองหันไปดูทางขวาสิ นั่นใช่เหล่าหวังหรือเปล่า?”

“หืม?”

เหล่าจางหันไปมอง แล้วถึงกับตาค้าง

บ้าเอ๊ย!

เหล่าหวังนี่มัน!

เมื่อวานยังร่วมมือกับเขาในแช็ตกลุ่ม ด่ากราดอิ่งจือไม่ยั้งทั้งประโยคว่า ‘คนที่ไปดูคงมีแค่แฟนคลับน่าสงสารของอิ่งจือเท่านั้นแหละ โดนทุบหัวแบะเป็นเหยื่ออีกแล้วสิ’ หรือ ‘เหอะๆ ต้องว่างแค่ไหนกันถึงจะไปดูหนังแบบนี้ได้?’ ดันโผล่มาอยู่ในโรงหนังเหมือนกันเสียได้!

ทำไมวันนี้ถึงมาเจอกันที่โรงหนังได้เนี่ย?พรหมลิขิตนี่ช่างแปลกประหลาดจริงๆ

เหล่าจางกำลังจะเดินไปทักเหล่าหวัง แต่จู่ๆ หูเหยียนก็รั้งเขาไว้

“มีอะไรหรือ?”

“ลองดูในกลุ่มสิ”

เหล่าจางชะงักเล็กน้อย ก่อนจะเปิดแช็ตกลุ่มขึ้นมาแล้วก็เห็นว่าเหล่าหวังเพิ่งส่งข้อความมาว่า

‘เงียบเชียวในกลุ่มวันนี้ อย่าบอกนะว่ามีคนแอบไปดูหนังแอนิเมชันของอิ่งจือเข้าแล้ว? ไม่จริงใช่มั้ย ไม่จริงใช่ไหม!?’

เหล่าจาง “…”

หมอน่าหมั่นไส้จริงๆ !

ถ้าตัวเองแอบถ่ายรูปเขาตอนนั่งอยู่ในโรงหนังแล้วส่งเข้าไปในกลุ่ม จะเกิดอะไรขึ้นนะ?

คงอายจนไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนเลยละ!

แต่พูดกันตรงๆ เลยนะ

ไม่ว่าจะเป็นคนในวงการหรือคนนอกวงการถึงจะปากแข็งพูดว่า ‘ไม่มีทางดูแน่ๆ’แต่สุดท้ายร่างกายก็ซื่อสัตย์ พาตัวเองมานั่งในโรงหนังอยู่ดี

เพราะในใจของทุกคนต่างก็มีความอยากรู้เล็กน้อย ปะปนกับความเคารพต่อเทพแห่งวงการการ์ตูนอย่างอิ่งจืออยู่บ้าง

ใช่แล้ว แม้แต่คนในวงการแอนิเมชันหลายคนก็ไม่อยากยอมรับหรอกว่าเมื่อเทพแห่งวงการการ์ตูนลุกขึ้นมาทำแอนิเมชัน พวกเขาก็รู้สึกกดดันขึ้นมาเหมือนกัน

……………………………………………………………….

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน